ณัฐธีรา บุญศรี ถือเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ของกลุ่มเซ็นทรัล ที่ถูกมอบหมายให้ดูแลในส่วนของห้างสรรพสินค้าในเครือทั้งโรบินสันและเซ็นทรัล โดยเฉพาะกับห้างเซ็นทรัล ที่วันนี้นอกจากการลงทุนขยายสาขาใหม่ๆ เพิ่มขึ้นอย่างเซ็นทรัล นครสวรรค์ และเซ็นทรัล นครปฐมแล้ว ยังมีการรีโนเวทสาขาเดิมให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไปของตลาดค้าปลีกบ้านเรา
โดยเฉพาะกับการทุ่มงบ 4,000 ล้านบาท ปรับโฉมห้างที่ถือเป็นแฟลกชิพสำคัญของกลุ่มเซ็นทรัลที่ทำยอดขายอันดับ 1 มาตลอด 50 ปี อย่างเซ็นทรัล ชิดลม ซึ่งเธอบอกว่า สาขานี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อกลุ่มห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เพราะเป็นห้างแฟลกชิพของเซ็นทรัลมาตั้งแต่ปี 2517 หรือตั้งแต่เปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อ 50 ปีที่ผ่านมา โดยไม่เพียงมีทำเลเชิงกลยุทธ์ใจกลางเมืองที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นห้างสรรพสินค้าในรูปแบบ “One-Stop-Shopping” แห่งแรกของประเทศไทย ที่มีพัฒนาการผ่านยุคสมัยและอยู่คู่กับลูกค้าและวงการค้าปลีกไทยมากว่า 5 ทศวรรษ
การปรับโฉมครั้งนี้จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่ห้างเซ็นทรัล ชิดลม จะก้าวขึ้นสู่การเป็นห้างสรรพสินค้าลักชัวรี่ด้วยการออกแบบและรังสรรค์พื้นที่ที่มุ่งมอบประสบการณ์ใหม่ แบรนด์และสินค้าที่ผ่านการคัดสรรอย่างพิถีพิถัน การบริการที่ได้รับการยกระดับสู่ระดับเวิลด์คลาส โดยไม่ได้มองห้างเซ็นทรัลชิดลม ในฐานะห้างสรรพสินค้าเท่านั้น แต่ที่นี่คือ The Store of Bangkok เดสทิเนชั่นของการช้อปปิ้งของกรุงเทพฯ ในใจลูกค้าชาวไทยและต่างชาติ

ณัฐธีรา บอกว่า กลุ่มเซ็นทรัล มีแฟลกชิพ ลักชัวรี่ สโตร์ หลายแห่งในยุโรป อาทิ เซลฟริดเจส ประเทศอังกฤษ, รีนาเชนเต ประเทศอิตาลี, คาเดเว, โอเบอร์โพลลิงเกอร์, และอัลสแตร์เฮ้าส์ ประเทศเยอรมนี, โกลบุส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์, อิลลุม ประเทศเดนมาร์ก, ดี แบนคอร์ฟ ประเทศเนเธอร์แลนด์, บราวน์ โทมัส และอาร์นอตส์ ประเทศไอร์แลนด์ เป็นต้น ทำให้ เซ็นทรัล ชิดลม จะก้าวขึ้นมาเป็นลักชัวรี่ แฟลกชิพ สโตร์ อีกแห่งของกลุ่มเซ็นทรัลที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความเป็น Shopping Destination ของกรุงเทพฯ ให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น
โดยเธอ มองว่า การปรับครั้งนี้ต้องการให้เซ็นทรัล ชิดลมก้าวขึ้นไปเป็น The Store of Bangkok จึงมีการทุ่มงบถึง 4,000 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมครั้งใหญ่ทั้งในเรื่องของการดีไซน์ บรรยากาศ และการเติมเต็มสินค้าในกลุ่มลักชัวรี่เข้ามา โดยมีพื้นที่สำหรับสินค้ากลุ่มลักชัวรี่ถึง 1 Floor เต็ม ที่ให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งที่แตกต่างจากการช้อปสินค้าลักชัวรี่ในบ้านเราที่ส่วนใหญ่จะออกมาในรูปแบบของแบรนด์เข้ามาเปิดช็อปเองในศูนย์การค้า
เป็นการมอบประสบการณ์การช้อปที่สามารถเดินเลือกซื้อสินค้าหลากหลายแบรนด์แบบโอเพ่น ซึ่งถือเป็นอีกรูปแบบการช้อปที่น่าจะสามารถเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของนักช้อปได้
“ความพิเศษของห้างเซ็นทรัล ชิดลมคือการเป็นเดสทิเนชั่นที่รวบรวมหลากหลายแบรนด์ไว้ในที่เดียว มีการคัดสรรแบรนด์สินค้าอย่างพิถีพิถัน พร้อมจัดหมวดหมู่สินค้าโดยคำนึงถึงระดับราคาและจุดยืนของแบรนด์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ และตอบโจทย์ลูกค้าของห้างเซ็นทรัลชิดลม”
โดยจะให้พื้นที่สำหรับชั้นที่ 1 ทั้งชั้นสำหรับสินค้าลักชัวรี่ ให้เป็น Luxe Galerie ที่อัดแน่นด้วยบูทีคของแบรนด์ชั้นสูงระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Balenciaga, Bottega Veneta, Burberry, Celine, Chanel, Dolce & Gabbana, Emilio Pucci, Fendi, Gucci, Kenzo, Loewe, Louis Vuitton, Missoni, Miu Miu, Prada, Roger Vivier, Saint Laurent และ Versace
พร้อมด้วย Shoes Avenue พื้นที่สำหรับคอลเลคชั่นรองเท้าแบรนด์หรูที่สามารถเลือก และลองรองเท้าจากแบรนด์ลักชัวรี่ได้หลากหลายแบรนด์ ครบทุกสไตล์ในพื้นที่เดียว Bottega Veneta, Burberry, Christian Louboutin, Coperni, Cult Gaia, Dolce & Gabbana, GCDS, Gucci, Isabel Marant, Jimmy Choo, Marni, Prada, Proenza Schouler, Roger Vivier, Sergio Rossi, Sophia Webster, Tod's, Tom Ford, Tory Burch, และ Vivienne Westwood โดยจะมีแบรนด์ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Giuseppe Zanotti, Mach & Mach, Rene Caovilla, The Attico เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมี World of Beauty: Beauty Galerie (บิวตี้ แกลเลอรี) โฉมใหม่ที่หรูหราและที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย บนพื้นที่กว่า 6,000 ตร.ม. ครบครันด้วยผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ความงามระดับโลกกว่า 150 แบรนด์ พร้อมด้วยบูติกจากบิวตี้แบรนด์ระดับโลก อาทิ Chanel, Dior, La Mer และ Gucci ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์พิเศษเพื่อมอบประสบการณ์ด้านความงามอย่างที่เหนือระดับ และมีแบรนด์เอ็กซ์คลูซีฟที่มีจำหน่ายเฉพาะที่ห้างเซ็นทรัลชิดลม เช่น Augustinus Bader และ Officine Universelle Buly นอกจากนี้ยังมีพื้นที่พิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ความงามออร์แกนิค รวมถึงผลิตภัณฑ์ความงามเฉพาะกลุ่ม (Niche Beauty) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกชมและเลือกช้อปผลิตภัณฑ์ที่ตรงความต้องการได้อย่างง่ายดาย

ก่อนหน้าการปรับโฉมเซ็นทรัล ชิดลมจะเป็นสาขาที่ทำยอดขายอันดับ 1 ให้กับห้างเซ็นทรัลมาตลอด โดยท็อป 5 ของสาขาที่มียอดขายสูงสุดต่อจากสาขาชิดลมก็คือ เซ็นทรัล เวิลด์ เซ็นทรัล ลาดพร้าว เซ็นทรัล บางนา และเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โดยเซ็นทรัล ชิดลม ก่อนหน้านั้นจะเป็นห้างสรรพสินค้าระดับพรีเมียม การรีโนเวทในครั้งนี้จะมีการยกระดับให้เป็นห้างลักชัวรี่แห่งแรกของเซ็นทรัลในบ้านเรา ซึ่งจะเป็นการเติมเต็มให้ถนนสุขุมวิท กลายเป็นถนนแห่งการช้อปปิ้งสินค้าลักชัวรี่ของกรุงเทพฯ ที่ไล่ตั้งแต่ย่านสยาม ราชประสงค์ ชิดลม เพลินจิต ไปจนถึงย่านพร้อมพงศ์
ผู้บริหารของห้างเซ็นทรัล บอกว่า สินค้ากลุ่มลักชัวรี่มีการเติบโตค่อนข้างดี นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของโควิด – 19 ที่คนไทยไม่สามารถเดินทางไปช้อปสินค้ากลุ่มนี้ในต่างประเทศได้ ทำให้ลักชัวรี่แบรนด์เอง หันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดในไทย โดยมีทั้งการทำลอยัลตี้โปรแกรม เพื่อกระตุ้นให้คนไทยที่มีกำลังซื้อดีมีการช้อปสินค้าลักชัวรี่อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการเทรนนิ่งพนักงานขายให้สามารถมอบบริการที่ประทับใจ และการนำเสนอสินค้าในคอลเลคชั่นใหม่ๆ โดยเลือกเมืองไทยเป็นอันดับต้นๆ ในการเปิดตัวสินค้า
ส่งผลให้สินค้าในกลุ่มนี้มีการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง แม้ในปัจจุบันการเติบโตจะมีตัวเลขไม่สูงเท่าช่วงโควิด แต่ก็ยังคงมีเทรนด์การเติบโตที่ดี ประกอบกับบ้านเรากลายเป็น Shopping Destination ของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก โดยเฉพาะกับนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งการยกระดับห้างเซ็นทรัล ชิดลม ให้เป็นลักชัวรี่ ดีพาร์ทเม้นต์สโตร์ จึงเป็นการเข้าไปสร้างโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ ที่สอดรับกับเทรนด์การเติบโตของค้าปลีกบ้านเราได้อย่างลงตัว
ที่ผ่านมา กลุ่มลูกค้าของเซ็นทรัล ชิดลม 80% จะเป็นลูกค้าคนไทยอีก 20% เป็นต่างชาติ ที่น่าสนใจก็คือจำนวนลูกค้าคนไทยจะเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อระดับปานกลางถึงสูง 60% และอีก 20% จะเป็นนักช้อปที่เป็นกลุ่มเจน Z ซึ่งเซ็นทรัล ชิดลมเอง ต้องการสร้างการเติบโตในกลุ่มลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยว โดยมองถึงการเติบโตของยอดขายในกลุ่มนี้ 30% หลังการรีโนเวท โดยก่อนหน้าการปรับใหญ่นั้น เซ็นทรัล ชิดลมมีทราฟฟิกหรือคนเข้ามาเดินต่อปีอยู่ที่ 9 ล้านคน มีการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อบินอยู่ที่ 15,000 บาท หลังการรีโนเวท ต้องการเพิ่มทราฟฟิกอีกประมาณ 20%

เช่นเดียวกับกลุ่มเจน Z ที่เป็นลูกค้าที่จะเติบโตไปพร้อมกับเซ็นทรัล ชิดลม ในอนาคต ก็จะมีการให้ความสำคัญกับลูกค้ากลุ่มนี้เช่นเดียวกัน โดยจะมีการเปิดพื้นที่เป็น World of Youth เพื่อเดินหน้าขยายฐานลูกค้ากลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยสร้างสรรค์เดสทิเนชั่นที่รวบรวมสินค้าแฟชั่นและสตรีทแฟชั่นที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนรุ่นใหม่ โดยห้างเซ็นทรัล ชิดลมเป็นห้างสรรพสินค้าแห่งแรกและแห่งเดียวที่มี Sneaker Boulevard พื้นที่รวมรองเท้าสนีคเกอร์กว่า 800 คู่ ทั้งคอลเลคชั่นล่าสุด รุ่นพิเศษ รุ่นหายากจากหลากหลายแบรนด์ดังเพื่อคนรักสนีคเกอร์โดยเฉพาะ
ไม่เพียงแค่การช้อป แต่ยังให้ความสำคัญกับการเป็น Best Curated Food Destination: ที่คัดสรรร้านอาหารและ คาเฟ่ที่ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์และทุกเจนเนอเรชั่น และมีร้านอาหารและคาเฟ่มากขึ้นกว่าเดิม 3 เท่า รวมกว่า 60 ร้าน เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าที่ไม่ได้ต้องการมาห้างเพื่อช้อปปิ้งเท่านั้น แต่มาแฮงก์เอาท์ใช้เวลาร่วมกับคนที่รัก ทำให้ห้างเซ็นทรัล ชิดลมเป็นเหมือนบ้านหลังที่ 2 และเป็นเดสทิเนชั่นที่สมบูรณ์แบบมากขึ้น
โดยมีการใช้บัตร CENFINITY ที่เปิดตัวมาเมื่อปีที่แล้ว เข้ามาเป็นตัวยกระดับลอยัลตี้ โปรแกรมสำหรับ Top Customers ของห้างเซ็นทรัล ห้างโรบินสัน และเซ็นทรัล เอ็มบาสซี และเป็นกลุ่ม Top Customers ของสมาชิกเดอะวัน (The1) โดยออกแบบให้เป็นโปรแกรมที่มีความเฉพาะเจาะจงและเฉพาะบุคคลมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และตรงใจลูกค้าคนสำคัญของห้างฯ มากที่สุด
ปัจจุบัน ห้างเซ็นทรัลมีฐานลูกค้า CENFINITY ที่แข็งแกร่ง โดยสามารถแบ่งลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มลูกค้าระดับ Gold ที่มียอดใช้จ่าย 600,000 บาทต่อปี กลุ่มลูกค้าระดับ Platinum ที่มียอดใช้จ่ายสะสม 3 ล้านบาทต่อปี และกลุ่มลูกค้าระดับ Diamond ซึ่งเป็นกลุ่ม Top Tier และคัดสรรจากคุณสมบัติพิเศษ โดยในปีที่ผ่านมา ลูกค้าทั้ง 3 กลุ่มนี้มียอดการใช้จ่ายสูงกว่าลูกค้าทั่วไปถึง 10 เท่า ซึ่งจะเข้ามาเป็นตัวช่วยขับเคลื่อนสำคัญในการก้าวสู่การเป็นลักชัวรี่ ดีพาร์ตเมนต์สโตร์ของเซ็นทรัล ชิดลมในระยะยาว
ทั้งหมดนั้นจะเป็นอีกการพลิกโฉมสำคัญของเซ็นทรัล ชิดลม....