มหานครนิวยอร์กให้ความสำคัญกับความคิดสร้างสรรค์เป็นอย่างมาก ด้วยการลงมือทำ จัดกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้คนได้ออกมาใช้ชีวิต สร้างนิติสัมพันธ์กัน แลกเปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์กัน ไม่จมปลักอยู่แต่ในโลกออนไลน์หรือติดมือถือ
สวนขนาดย่อมๆ แห่งนี้ รวมกิจกรรมให้ทุกเพศทุกวัยได้มาปล่อยของแบบแน่นทุกวัน กิจกรรมมีเกือบทุกวันให้ทุกคนได้ออกจากบ้านแล้วมามีความสุข ที่สำคัญคือไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
นำภาษีทุกบาททุกสตางค์มาแปรเปลี่ยนเป็นคุณภาพชีวิต ความรู้ และไอเดียใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมทุกๆ โซนในสวนแห่งนี้

เริ่มจากโซนแรก คือโซนปิงปอง คนทำงานทำงานเครียดๆ แล้ว ช่วงเที่ยงทานข้าวเสร็จมาปล่อยความเครียดผ่านลูกปิงปอง ที่จัดโต๊ะ จัดคิวให้เล่นคนละ 15-20 นาที ให้คุณได้ผ่อนคลายผ่านลูกหมุน ผ่านการตบทแยง แบบไม้จีน เป็นอะไรที่เจ๋งมากๆ มีคนจัดคิวให้เล่นตลอดวัน
โซนที่ 2 คือโซน Reading Room โซนอ่านหนังสือที่มีนิตยสารใหม่ๆ มาให้อ่าน พร้อมหนังสือดีๆ คัดพิเศษให้กับเด็กๆ ได้มา เสริมจินตนการแบบไม่รู้จบ อ่านหนังสือใต้ต้นไม้ใหญ่ โอบล้อมด้วยอากาศที่ดี บรรยากาศเทพๆ ได้กลิ่นดอกไม้ใบหญ้าใจกลาง มหานครคอนกรีตที่ให้คุณค่ากับการอ่านเป็นอันดับต้นๆ ของโลก พร้อมมีนักเล่านิทานมาเล่านิทานให้เด็กนอนฟัง นั่งฟัง ฝึกให้หลงรัการอ่านหนังสือตั้งแต่เด็กๆ พอโตขึ้นก็จะติดนิสัยการอ่านไปจนตาย
โซนที่ 3 คือโซนแห่งจินตนาการ Creative Kids โซนปล่อยของ ปล่อยจินตนาการผ่านการวาดรูป ไม่ใช่วาดบนไอแพดเหมือน ที่บางประเทศเข้าใจว่าสิ่งนี้คือการฝึกทักษะที่ดี คำตอบคือผิด การฝึกทักษะที่ดี คือการวาดรูปผ่านประสาทสัมผัสให้มือ นิ้ว ได้ สัมผัสกับกระดาษ ผ่านจินตนาการด้วยการขีดๆ เขียนๆ ด้วยนิ้วมือเท่านั้น เด็กๆ ถึงจะได้ใช้ทุกโสตสัมผัสครบถ้วน
ฝึกทักษะกล้ามเนื้อ นิ้ว ข้อต่อ แขน และที่สำคัญสายตาไม่เสีย ไม่ต้องเพ่งหน้าจอรับแสงสีฟ้าตั้งแต่ยังเด็ก แต่อันนี้คือการวาดรูปใต้ต้นไม้ใหญ่ แสงธรรมชาติ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ครบถ้วน ได้สิ่งดีๆ จากลักษณะทางกายภาพธรรมชาติล้วนๆ เข้าร่างกาย ผ่านการสอนวาดการ์ตูน การทำหนังสือการ์ตูน การระบายสี การเขียน ทุกอย่างครบ โดยจะมีครูสอนศิลปะมาสอน เด็กๆ ให้วาดรูป ทำหนังสือการ์ตูนเล่มเดียวในโลก เห็นคุณภาพชีวิตและการให้ความสำคัญของเด็กที่เกิดในนิวยอร์ก แล้ว อยากมีลูกหลายๆ คนเพื่อให้เขาเกิดมาในคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่เหมือนบางประเทศที่อยากให้มีลูกเยอะๆ เพิ่ม อัตราการเกิด แต่สภาพแวดล้อม ลักษณะทางกายภาพ ไม่เอื้อให้เด็กที่เกิดมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีโอกาสได้เรียนรู้ และที่สำคัญคือการให้หัวใจ ในการพัฒนาส่งเสริมเด็ก ดูง่ายๆ แค่นมโรงเรียน อาหารกลางวันสำหรับเด็กๆ มันยังโกงกันเลย สุดจริงๆ

โซนที่ 4 คือโซนหนังกลางแปลง เอาหนังเจ๋งๆ มาฉายให้ทุกคนได้มานอนกลิ้งสนามหญ้านอนดูหนังกันตลอดคืน สลับสายตา กับดูกิ่งไม้ ดูนกที่เกาะกิ่งไม้ ดูดาว ดูท้องฟ้า ให้ครอบครัวมานั่งนอนทำกิจกรรมกัน โดยที่รัฐบาลนิวยอร์กจัดสถานที่ จัดกิจกรรมให้แบบตั้งใจสุดๆ เพื่อให้ทุกคนในครอบครัวออกมาใช้ชีวิต ที่สำคัญคือฟรี ไม่เสียเงินสักเหรียญเดียว มันคือสวัสดิการเบื้องต้น เพื่อให้คุณภาพชีวิตของผู้คนมีความสุขผ่านกิจกรรมเจ๋งๆ ที่ทางนิวยอร์กเนรมิตให้ทุกวัน ทุกวันจริงๆนะครับ ผมมานิวยอร์กไม่มีวันไหนที่เวลาเดินช้าเลย ผ่านไปเร็วมาก เพราะมีแต่สิ่งเจ๋งๆ ให้เรา WOW ตลอดเวลาในทุกวันจริงๆ
โซนที่ 5 คือโซนปล่อยของ เอาใจคนรักตัวโน้ต รักเสียงเพลง รักการแสดงด้วยการเอาดนตรีสดๆ มาเล่น ไม่ว่าจะเป็นวง JAZZ หรือวงอะไรก็ได้ที่อยากจะมาปล่อยของ ให้ศิลปินมาเนรมิตช่วงเวลานี้ได้เลย พร้อมมีกิจกรรมต่างๆ เช่น มินิ คอนเสิร์ต เต้นบัลเล่ต์ ละครมินิบรอดเวย์ สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปตามกิจกรรมในแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์ ให้ออกมาไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน
ที่เด็ดสุดของสวนแห่งนี้ คือในตอนเช้าๆ ของทุกวันจะมีการสอนโยคะ ให้ชาวนิวยอร์กมาผ่อนคลาย มาออกกำลังกายมาฝึกโยคะแบบถูกหลักวิชาการ ท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ที่โอบล้อม อากาศดีสุดๆ เย็นสบาย ได้ยินเสียงนก เสียงใบไม้ไหว ที่สำคัญ กิจกรรมทุกอย่างในทุกวัน ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ใครก็มาทำกิจกรรมได้ทั่วโลก
นี่คือมหานครแห่งไอเดีย เป็นจุดกำเนิดของเมล็ดพันธุ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ ต้นน้ำเกิดจากสิ่งที่คุณป้อนให้ตั้งแต่เด็ก สภาพแวดล้อมที่เทพๆ สนับสนุนให้ความคิดสร้างสรรค์เติบโต หยั่งรากลึก