“ไทยประกันชีวิต” ถือเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของไทยที่ก่อตั้งโดยคนไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2485 จนปัจจุบันกลายเป็นแบรนด์ประกันชีวิตที่มีรากฐานมั่นคง แข็งแกร่ง และอยู่คู่คนไทยมายาวนานกว่า 82 ปี อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงให้คนไทยเป็นที่รู้จักในวงกว้างไปยังต่างประเทศ ผ่านการสร้างแบรนด์ด้วยการนำเสนอภาพยนตร์โฆษณารักเรียกน้ำตา หรือ The Original Sadvertising
ล่าสุด ไทยประกันชีวิตผู้นำในการสร้างแบรนด์และทำการตลาดแนวใหม่ สร้างปรากฏการณ์อีกครั้งด้วยการเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่ยกระดับการสร้างแบรนด์ผ่านประสบการณ์สุดล้ำ ด้วยกลยุทธ์ Immersive Marketing เปิดพื้นที่ ไทยประกันชีวิต Experience บริเวณชั้น 10 อาคารไทยประกันชีวิต สาขาบางนา ภายใต้แนวคิด “OUR STORY, OUR JOURNEY” เพื่อเป็นพื้นที่บอกเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ เส้นทางความสำเร็จ และความเข้มแข็งของวัฒนธรรมองค์กรของไทยประกันชีวิต รวมถึงการเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยคำนึงถึง 3 แกนหลักที่ไทยประกันชีวิตให้ความสำคัญ คือพนักงาน ลูกค้า และสังคม ตามโลโก้รูปช้างสามเศียรสัญลักษณ์ของบริษัทในปี พ.ศ. 2513 ภายหลังการเข้าซื้อกิจการของคุณวานิช ไชยวรรณ
ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมา ไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกที่มีวิวัฒนาการในการสร้างแบรนด์ที่แตกต่างและโดดเด่น โดยเฉพาะผ่านภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ ได้รับการจดจำและได้รับความชื่นชอบจากผู้บริโภค กระทั่งกูรูด้านการตลาดระดับโลก ฟิลิป คอตเลอร์ ยกให้เป็นแบรนด์ที่เป็นต้นแบบของการสร้างสรรค์โฆษณาที่สร้างความ รู้สึก หรือ Sadvertising จนกลายเป็นไวรัลเรียกน้ำตาในทุกครั้งที่ออกภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ จากภาพยนตร์โฆษณาวิวัฒนาการสู่การสร้างแบรนด์ในลักษณะ Immersive Marketing เพื่อสร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคได้มีส่วนร่วมเต็มรูปแบบ ซึ่งโครงการ ไทยประกันชีวิต Experience จะเป็นหนึ่งในเครื่องมือช่วยสร้างความรู้สึกชื่นชอบและความรักให้เกิดกับแบรนด์ไทยประกันชีวิต สอดคล้องกับเป้าหมายของแบรนด์ ซึ่งต้องการเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจ ความชื่นชอบ และเป็นแบรนด์ที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม

“ปัจจุบันไทยประกันชีวิตเป็นบริษัทประกันชีวิตของคนไทยที่อยู่ท่ามกลางบริษัทประกันชีวิตข้ามชาติ เราจึงมองว่าทำอย่างไรให้แบรนด์ของคนไทยมีความแข็งแกร่งและยังร่วมสมัยอยู่ตลอดเวลา นี่เป็นเหตุผลที่เราพยายามสร้างแบรนด์ในอีกมิติหนึ่งโดยนำ Immersive Marketing มาสร้าง Immersive Experience ตอนแรกเราคิดว่าจะทำพิพิธภัณฑ์ของไทยประกันชีวิต เพราะเราเป็นบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทยจึงมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีที่มาที่ไป แต่หากเป็นพิพิภัณฑ์คงไม่น่าตื่นเต้น เราจึงมองถึงการสร้างสรรค์พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต คนที่เข้ามาชมได้รู้สึกถึงประสบการณ์เสมือนจริง ทำอย่างไรที่จะให้คนที่เข้ามาชมแล้วรู้สึกสนุกสนาน” คุณไชย ไชยวรรณ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI บอกเล่าถึงที่มาของการเปิดตัวพื้นที่ ไทยประกันชีวิต Experience
Immersive Marketing ถือเป็นกลยุทธ์การตลาดที่จะทำให้ผู้บริโภคสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริง ด้วยการนำเสนอผ่านมัลติมีเดียและเทคนิคพิเศษโดยนำเอาเทคโนโลยีด้าน Digital Media มาสร้างประสบการณ์ร่วมและสร้างการเข้าถึงใจผู้บริโภค ผู้เข้าชมจะได้เรียนรู้เรื่องราวของไทยประกันชีวิต และการส่งมอบคุณค่าทางด้านวัฒนธรรมของไทยประกันชีวิตผ่านการเล่าเรื่อง Storytelling ที่ไม่ซับซ้อน ได้สัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงผ่านประสาทสัมผัสที่หลากหลาย หรือ Multisensory ส่งผลให้เกิดการมีส่วนร่วมกับแบรนด์ Immersive Marketing จึงเป็นการสื่อสารแบรนด์ที่มีประสิทธิภาพ และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่าง โดยพื้นที่ของโครงการ ไทยประกันชีวิต Experience จะแบ่งออกเป็น 4 ส่วน ประกอบด้วย

ห้องที่ 1 บอกเล่าประวัติความเป็นมาของไทยประกันชีวิต ในฐานะบริษัทประกันชีวิตแห่งแรกของคนไทย เส้นทางความสำเร็จที่เกิดขึ้นของไทยประกันชีวิตจากอดีตสู่ปัจจุบัน
ห้องที่ 2 กล่าวถึงการบริการที่มากกว่าการประกันชีวิต เพื่อเคียงข้างดูแลชีวิตคนไทย ซึ่งนำเสนอผ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ให้ผู้ชมได้ตื่นเต้น และดื่มด่ำไปกับความรัก การดูแลอันอบอุ่นของคนไทยประกันชีวิตที่มีต่อลูกค้า
ห้องที่ 3 การสร้างแรงบันดาลใจผ่านภาพยนตร์โฆษณา ซึ่งกลายเป็นต้นแบบภาพยนตร์โฆษณารักเรียกน้ำตา หรือ The Original Sadvertising ซึ่งฟิลิป คอตเลอร์ นักการตลาดระดับโลกเป็นผู้มอบนิยามให้
ห้องที่ 4 เรื่องราวของบุคคลสำคัญที่ร่วมสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงเรื่องราวที่น่าสนใจ และรางวัลต่างๆ ของไทยประกันชีวิต
เมื่อออกจากห้องที่ 4 จะพบกับ Pop up Theater พื้นที่จัดแสดงเรื่องราวหลากหลายที่น่าสนใจเกี่ยวข้องกับบริษัท โดยครั้งนี้จะเป็นการบอกเล่าค่านิยมของบริษัทที่ส่งผลต่อความสำเร็จของไทยประกันชีวิตที่พูดถึงกุญแจความสำเร็จที่เกิดจากความผูกพันของคนในองค์กร นำเสนอในรูปแบบ Reunion ตามด้วยมิวสิกวิดีโอเพลง “เพราะอะไร” ซึ่งมีความหมายว่าทุกคนมาเจอกันในไทยประกันชีวิตที่เปรียบเสมือนบ้านหลังใหญ่ เหมือนการได้อยู่กับครอบครัว สะท้อนถึงคุณค่าวัฒนธรรมของไทยประกันชีวิต พื้นที่ส่วนนี้ในอนาคตสามารถใช้หมุนเวียนนำไปจัดแสดงในอีเวนท์ต่างๆ ของบริษัท หรือการจัดแสดงเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมไทย วิถีชีวิตของคนไทย รวมถึงจะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ หรือ Learning Center ของฝ่ายขายและพนักงาน เพราะบริเวณชั้น 10 มีพื้นที่รองรับการประชุม การอบรมสัมนา และการจัดกิจกรรมต่างๆ พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น WiFi, เคาน์เตอร์บาร์, ห้องAuditorium, พื้นที่ Co-Working Space เป็นต้น
“เราต้องการให้ทุกคนได้รู้จักกับพิพิธภัณฑ์ไทยประกันชีวิต ไม่ใช่แค่พนักงานหรือฝ่ายขายของบริษัท แต่อยากให้ลูกค้าหรือสังคมได้ตระหนักถึงไทยประกันชีวิตที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนาน โดยไทยประกันชีวิต Experience ใช้เวลาในการออกแบบถึง 3 ปี ซึ่งพื้นที่ส่วนนี้จะกลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ของบริษัท เป็น Multi Purpose Area รวมถึงจะมีการพัฒนาสาขาบางนาให้เป็นสาขาต้นแบบของสาขาในลักษณะ Living Community เปลี่ยนสาขาให้เป็นมากกว่าสาขา แต่กลายเป็นบ้านหลังหนึ่งของไทยประกันชีวิต ให้คนในสาขารู้สึกถึงความเป็นครอบครัว ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงของการพัฒนา”
คุณไชยกล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายของโครงการนี้ คือการสร้างให้เกิด “แบรนด์เลิฟ” กับไทยประกันชีวิต เหนือกว่านั้นคือการเป็น “แบรนด์ด้อม” ที่ลูกค้ารักและพร้อมจะปกป้องแบรนด์ต่อไปในอนาคต
สำหรับ ไทยประกันชีวิต Experience จะเปิดให้ผู้บริหาร พนักงาน ฝ่ายขาย และผู้เอาประกันภัย เข้าชมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมกับบริษัทฯ สร้างความเชื่อมั่น และความภักดีต่อองค์กรในช่วงแรก และอนาคตจะขยายให้บุคคลภายนอกสามารถเข้าชมโครงการฯ ได้ เพื่อเรียนรู้เรื่องราวของบริษัทฯ และสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจในแบรนด์ไทยประกันชีวิต