หลังจากล้าหลังด้านเทคโนโลยีมานานนับ 10 ปี จนกล่าวได้ว่าเป็นช่วง The Lost Decade ล่าสุด ญี่ปุ่น พร้อมก้าวขึ้นช่วงชิงตำแหน่งผู้นำอุตสาหกรรมอีกครั้ง เมื่อไมโครซอฟท์ บริษัทยักษ์ใหญ่จากสหรัฐ ประกาศสนับสนุนการทำ Digital Transformation และ AI Adoption พร้อมลงทุน 2,900 ล้านดอลลาร์(100,000 ล้านบาท) ภายใน 2 ปี เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2024
Microsoft มีประวัติยาวนานในญี่ปุ่น นับจากเปิดสํานักงานระหว่างประเทศแห่งแรกในปี 1978 นี่เป็นการลงทุนมูลค่าสูงสุดในรอบ 46 ปี มากกว่าการลงทุนทั้งหมดในอดีต 2 เท่า โดยบริษัทมองว่าญี่ปุ่นเป็น Strategic Market สําหรับการเติบโตในอนาคต นอกจากนั้นยังมีเป้าหมายช่วยญี่ปุ่นจัดการภาวะเงินฝืดและกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการขยายโครงสร้างพื้นฐาน
การประกาศดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเวลาเดียวกับที่ Fumio Kishida นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเยือนสหรัฐอเมริกา โดยมีการพูดคุยกับ Brad Smith ประธาน Microsoft และ Miki Tsusaka ประธาน Microsoft Japan
Fumio Kishida นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่า ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวกับดิจิทัลเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องสําคัญสําหรับอุตสาหกรรมญี่ปุ่นโดยรวมที่ต้องแสวงหาการทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลกอย่างMicrosoft ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการก่อร่างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
Satya Nadella CEO แถลงว่า แผนลงทุนครอบคลุมเรื่อง Cloud Computing โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับ AI การเพิ่มทักษะ งาน R&D และความปลอดภัยไซเบอร์การดำเนินการทั้งหมด สนับสนุนเร่งการปฏิรูปให้ญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้าน AI
ไฮไลท์ของแผนดังกล่าวอยู่ภายใต้โครงการ Generative AI Accelerator Challenge (GENIAC) ของกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประกอบด้วยการเพิ่มทักษะด้าน AI แก่พนักงานทั้งแบบฟูลไทม์-พาร์ทไทม์ ตั้งเป้า 3 ล้านคนในช่วง 3 ปี
มีแผนพัฒนาทักษะด้าน AI ทั้งระดับองค์กรขนาดใหญ่ ผู้ประกอบการสตรี และนักเรียนทั่วประเทศ
การเปิด Research Asia Lab แห่งแรกในโตเกียว โฟกัสเรื่อง AI กับหุ่นยนต์ ซึ่งเน้นส่งเสริมงานพัฒนาคุณภาพชีวิต ก่อนหน้านี้ หน่วยงานนี้มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาของญี่ปุ่นมานานกว่า 2 ทศวรรษ มีบทบาทสําคัญในการขับเคลื่อนการวิจัยข้ามสาขาวิชา และส่งเสริมTalent
ช่วง 5 ปีข้างหน้า Microsoft จะมอบทุนมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ ให้มหาวิทยาลัยโตเกียวมหาวิทยาลัยเคโอและมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัยด้าน AI
ไมโครซอฟท์ เพิ่มเติมว่า นอกจากเงินลงทุนแล้วบริษัทยังสนับสนุนทรัพยากรที่สำคัญ เช่น GPUs (Graphics Processing Units) เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งมีคุณสมบัติเด่น คือเร่งให้ AI ทำงานเร็วขึ้นหลายเท่าในช่วงที่ต้องประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก โดยมี Github Copilot พันธมิตรงานด้าน Coding ช่วยเปิดคอร์สพิเศษให้ความรู้สถาปัตยกรรมที่สำคัญแก่นักพัฒนาด้าน AI และ Tech Company ของญี่ปุ่น
ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ บริษัทตั้งเป้ากระชับความร่วมมือกับรัฐบาลญี่ปุ่นให้แน่นแฟ้น โดยวางแผนทำงานอย่างใกล้ชิดยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ และพัฒนาโซลูชั่นความปลอดภัยใหม่
ก่อนหน้านี้ บรรดาคู่แข่งสำคัญของไมโครซอฟท์เน้นลงทุนธุรกิจ Cloud จำนวนมหาศาล เช่น Amazon.com ลงทุน 10,000 ล้านดอลลาร์ที่มิสซิสซิปปี้ สหรัฐ และ 5,300 ล้านดอลลาร์ ที่ซาอุดีอาระเบีย ส่วน Google ลงทุนสร้าง Data Center มูบฃลค่า 1,000 ล้านดอลลาร์ที่ลอนดอน
ที่มา