การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกกำลังจะจัดขึ้นที่กรุงปารีสในวันที่ 26 กรกฎาคมจนถึง 11 สิงหาคมนี้ และทางฝรั่งเศสก็ได้จัด เตรียมโปรแกรมเชิงวัฒนธรรมทั่วทั้งเมืองปารีสให้สอดคล้องไปกับบรรยากาศการแข่งขันกีฬาระดับโลก และพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างพิพิธภัณฑ์ Louvre ก็เข้าร่วมโปรแกรมนี้ด้วย โดยการเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถเข้าไปเล่นโยคะ รวมถึงเข้าคลาสเต้นและการออกกำลังกายอื่นๆ ในตัวพิพิธภัณฑ์ โดยตัวผู้บริหารพิพิธภัณฑ์ระบุว่าเมื่อลูฟร์อยู่ใจกลางเมืองปารีส ที่นี่ก็ควรต้องเป็นศูนย์กลางในการจัดงานโอลิมปิกด้วย
ไม่เพียงแค่ลูฟร์เท่านั้น พิพิธภัณฑ์ศิลปะอื่นๆ ในปารีสอย่างเช่น Musee d’Orsay ที่จัดแสดงงานอิมเพรสชั่นนิสม์ชิ้นสำคัญหลายชิ้นรวมถึงงานคลาสสิกของแวนโก๊ะ ก็กำลังจะเปิดพื้นที่สำหรับการเล่นกีฬาเพื่อให้สอดคล้องไปกับงานโอลิมปิก เพียงแต่ยังไม่มีรายละเอียดว่าจะเป็นกีฬาแบบไหน หรืออาจจะเป็นโยคะแบบเดียวกับลูฟร์ด้วยหรือเปล่า และที่สำคัญต้องจองคิวกันอย่างไรบ้าง เพราะเชื่อว่าในช่วงเวลานั้นคนย่อมสนใจอยากเข้าคลาสกีฬาในสถานที่สุดพิเศษกันล้นหลามแน่ๆ
การจัดการโอลิมปิกในปีนี้ นับเป็นการกลับมาเป็นเจ้าภาพในรอบ 100 ปีพอดิบพอดีของกรุงปารีส และแน่นอนว่าทางเมืองกำลังเตรียมความพร้อมอย่างดีที่สุด เพราะหนึ่งในความท้าทายที่จะเกิดขึ้นแน่นอนก็คือเรื่องของจำนวนคน ที่โดยปกตินักท่องเที่ยวก็มหาศาลอยู่แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าในช่วงของกีฬาโอลิมปิกคนจะมีมากกว่าปกติขนาดไหน
ณ ตอนนี้ทางกรุงปารีสได้จัดเตรียมแอปพลิเคชัน “Transport public Paris 2024” ให้ผู้คนได้ดาวน์โหลดไปใช้ในช่วงเวลาการแข่งขันโดยเฉพาะ ในแอปจะบอกทั้งสถานที่และเวลาในการจัดการแข่งขันกีฬาชนิดต่างๆ รวมถึงวิธีการเดินทางที่เหมาะสมที่สุด พร้อมกับแสดงสถานะการจราจรและคมนาคมต่างๆ แบบเรียลไทม์ เพื่อให้วางแผนการเดินทางได้ดีที่สุด ซึ่งทุกสนามการแข่งขันสามารถเดินทางโดยขนส่งสาธารณะได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันก็รณรงค์ให้ชาวปารีเซียงหันมาเดินหรือขี่จักรยานกันมากขึ้นแทนการเบียดเสียดไปในขนส่งสาธารณะกับเหล่านักท่องเที่ยว เพื่อให้การเดินทางในเมืองโฟลวได้มากขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น อีกโจทย์สำคัญในการจัดงานครั้งนี้คือความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทางปารีสตั้งใจจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากการจัดงานถึง 50% โดยเทียบกับการแข่งขันที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ในปี 2016 และที่ลอนดอนในปี 2012 ทั้งยังมีการคำนวณ Material Footprint หรือการใช้วัสดุในการก่อสร้างและจัดเตรียมสถานที่ โดยวางแผนให้ผลิตขึ้นมาแล้วสามารถใช้งานได้ต่อ ไม่กลายเป็นขยะเหลือใช้เมื่องานจบลง การที่ทุกสนามการแข่งขันสามารถเข้าถึงได้โดยขนส่งสาธารณะก็เป็นไปเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากการเดินทางบนท้องถนน ทางด้านอุปกรณ์กีฬาหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการแข่งขันกว่า 3 ใน 4 ส่วนก็เน้นไปที่การเช่ามากกว่าซื้อใหม่ ซึ่งนับเป็นการลดจำนวนทรัพยากรที่จะเหลือใช้โดยใช่เหตุ ส่วนหมู่บ้านนักกีฬาที่สร้างขึ้นใหม่ ในภายหลังก็จะถูกปรับให้เป็นเขตธุรกิจและแหล่งที่อยู่อาศัย
สำหรับอาหารที่จะเปิดขายในช่วงโอลิมปิกก็จะเน้นไปที่วัตถุดิบในท้องถิ่นที่พื้นที่ผลิตอยู่ห่างจากปารีสไม่เกิน 250 กิโลเมตรเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนระหว่างขนส่ง อาหารที่เหลือทิ้งทั้งหมดจะถูกนำไปหมักเป็นปุ๋ย งดใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้งและปรับบรรจุภัณฑ์ทั้งหลายให้นำกลับมาใช้ใหม่ได้ทั้งหมด ขณะเดียวกันจะมีบริการน้ำดื่มให้กดฟรีทั่งทั้งเมืองเพื่อจะไม่ต้องซื้อน้ำขวดใหม่บ่อยๆ ฯลฯ
เหล่านี้เป็นความตั้งใจที่น่าสนใจของกรุงปารีสทั้งแง่วัฒนธรรมและความยั่งยืน ซึ่งหากทั้งหมดเกิดขึ้นได้อย่างราบรื่นก็จะนับเป็นอีกหนึ่งโมเดลตัวอย่างของการเป็นเจ้าภาพงานโอลิมปิกยุคใหม่ และเราก็น่าจะได้เห็นกันในอีกไม่เกิน 100 วันนี้แล้ว
อ้างอิง https://www.theguardian.com/sport/2024/apr/24/louvre-museum-yoga-classes-2024-paris-olympics https://olympics.com/ioc/news/less-better-and-for-longer-five-ways-paris-2024-is-delivering-more-sustainable-games