กระเป๋าถือหรูปลอม (Counterfeits Luxury Handbags) กำลังเป็นกระแสฮือฮาทางโซเชียลมีเดีย มาพร้อมคำเรียกล่าสุดว่า Superfakes เพราะดูเหมือนของแท้มาก ปัจจัยหนุนมาจากแบรนด์หรูไฮเอนด์ เช่น Hermes, Chanel และ Prada ขึ้นราคาต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ผลิตของเก๊เอาจริงเอาจังเรื่องความแม่นยําใส่ใจในรายละเอียดมากจนถ้าไม่ใช่คนที่ฝึกคัดแยกมายาวนานก็ระบุความแตกต่างชัดๆ ไม่ได้
Sarah Davis ประธาน และผู้ก่อตั้ง Fashionphile ร้านฝากขายสินค้าบูติกไฮเอนด์ กล่าวว่า ผู้ผลิตสินค้าก๊อบเกรด A หรือ Superfakes มีทักษะสูงขึ้นมาตลอด ทำให้กระเป๋าถือหรูปลอมท่วมตลาดมาหลายสิบปี
“20 ปีที่แล้ว สินค้าปลอมเกลื่อนก็สร้างความเสียหายแก่ตลาดแบบประมาณค่าไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนั้นพวกเขาขายใบละ 25 ดอลลาร์ (750 บาท) แต่ตอนนี้กระเป๋า Birkins แบบ Handmade ปลอม ขายมากกว่า 6,000 ดอลลาร์ก็ยังดูไม่ออก มีคนหลงซื้อ โดยทั่วไป กระเป๋า Superfake ราคาประมาณ 10% ของราคาปกติ”
ตลาด Luxury Handbags ได้รับผลกระทบจากของปลอมเป็นความท้าทายสําคัญสําหรับแบรนด์และลูกค้าปี 2023 LVMH ขายสินค้าเครื่องหนังมูลค่า 42,000 ล้านยูโร (1.6 ล้านล้านบาท) เพิ่มจากปี 2013 ยอดขายอยู่ที่เพียง 10,000 ล้านยูโร (397,000 ล้านบาท)
ปี 2023 ตลาด Luxury Handbags ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 31,870 ล้านดอลลาร์ (1.17 ล้านล้านบาท) ปี 2033 คาดว่าจะเติบโตสู่ 57,280 ล้านดอลลาร์ (2.11 ล้านล้านบาท) อัตราเติบโตเฉลี่ยหรือ CAGR 6.05%
Frank Russo ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติภาคสนามของสำนักงานศุลกากรและการค้าชายแดนสหรัฐ (U.S. Customs and Border Protection -CBP) ย้ำข้อมูลดังกล่าวโดยกล่าวว่า ด้วยเทคโนโลยี่ที่ก้าวหน้ามาก ความสามารถผลิตสินค้าSuperfake สักชิ้นง่ายกว่าอดีตมากแบบเทียบกันไม่ติด
มีข้อมูลระบุว่า ปัจจุบันผู้ปลอมแปลงมีทักษะมากขึ้นในการจําลองพื้นผิวและคุณภาพของวัสดุที่ใช้ผลิตกระเป๋าถือให้ดูเหมือนของแท้ ตั้งแต่ใช้คุณภาพผ้าดีขึ้น สินค้าปลอมมักใช้ผ้าคุณภาพต่ำมีการพัฒนางานฝีมือ (Craftmanship) ผู้ปลอมแปลงทุ่มเททั้งเวลา ลงทุนลงแรงเลียนแบบงานที่มีความซับซ้อนสูง เช่น ตัดเย็บอย่างพิถีพิถันลายนูนและลวดลายให้ดูแม่นยํายิ่งขึ้น พร้อมกับใช้เครื่องจักร คุณภาพสูงใกล้เคียงแบรนด์หรูที่ถูกกฎหมายความใส่ใจในวัตถุดิบและทุกรายละเอียด ทําให้มั่นใจได้ว่ากระเป๋าปลอมไม่เพียงดูเหมือนจริงเท่านั้น ผิวสัมผัสยังเหมือนจริงอีกด้วย ยกระดับก๊อบเกรด A จนเป็น Superfake
ข้อมูลของ CBP ระบุว่าสินค้าปลอมมีสัดส่วนราว 2.5% ของการค้าโลกโดย Luxury Brand พบบ่อยที่สุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2023 เจ้าหน้าที่รัฐบาลกลางเข้ายึดสินค้าปลอมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ มีทั้งกระเป๋าปลอม เสื้อผ้ารองเท้า รวมประมาณ 219,000 ชิ้น ถ้าเทียบราคากับของแท้ มูลค่าจะอยู่ที่ราว 1,000 ล้านดอลาร์ (37,000 ล้านบาท)
ตลอดปี 2023 ทีมของ CBP ยึดสินค้าปลอมจากทั่วประเทศได้เกือบ 23 ล้านรายการ มูลค่าขายปลีกหากคำนวณว่าเป็นของแท้อยู่ที่กว่า 2,000 ล้านดอลลาร์ (47,000 ล้านบาท)
"จีนและฮ่องกงเป็นต้นกําเนิดของสินค้าปลอมทั้งหมดที่เราเห็น สัดส่วนก็ประมาณ 70%" ผู้อํานวยการ CBP ให้ข้อมูล
เป็นที่รู้กันดีว่า ผู้ขายของปลอมส่วนใหญ่ทําธุรกิจอย่างเปิดเผย แต่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ยอมรับว่ายากที่จะปราบปราม ABC News ติดต่อผู้ขายกว่า 50 รายในจีน จากนั้นได้คำตอบสั้นๆ จากผู้ขายรายหนึ่งว่าการดําเนินการของผู้ผลิตของปลอมรอบคอบ ระวังตัวสูงมาก ลิงค์ของทุกกระบวนการแยกออกจากคนอื่นๆ ไม่เชื่อมโยงกัน
Amy X. Wang ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร Time Magazine ซึ่งเคยทำบทความเรื่องการเติบโตของ Superfake ค้นพบว่าผู้ผลิตกระเป๋าปลอมได้สร้าง Online Ecosystem คู่ขนานไปกับร้านค้าออนไลน์อย่างเป็นทางการของบรรดาแบรนด์หรู โดยยกตัวอย่างฟอรั่มใน Reddit เช่น "r/Wagoonladies" ผู้สนใจสามารถหาคู่มือสินค้ารีวิวอย่างละเอียดและรายชื่อผู้ขายที่ส่วนใหญ่อยู่ในจีน
กระนั้นแม้ Luxury Brand จะมีของปลอมเพิ่มขึ้น แต่ของแท้ก็ยังคงเป็นการลงทุนที่มั่นคง ข้อมูลการขายต่อจากRebag ระบุว่า สินค้ายอดนิยมของแบรนด์ต่างๆ แม้เป็นมือสอง ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Chanel และ Hermes ถ้าเป็นแบบที่ได้รับความนิยมจะมีราคาสูงกว่าราคาแรกเริ่ม แสดงให้เห็นว่า บรรดา Luxury Brand ยังคงสามารถรักษาสถานะให้พิเศษคงราคาระดับสูงได้ต่อเนื่องเหมือนในอดีต
ที่มา