World’s Wealthiest City Report 2024 ระบุเศรษฐกิจเฟื่องฟูสร้างเศรษฐีใหม่ได้จริง เผยการเติบโตก้าวกระโดดในฐานะศูนย์กลางการเงินและการลงทุนหนุน Millionaires เพิ่ม สหรัฐติด Top 50สูงสุด ส่วน 5 เมืองใหญ่จีนโตแรง เซินเจิ้นอัตราเพิ่มสูงสุด ไทยไม่ติด Top 50
World’s Wealthiest City Report เป็นผลสำรวจจากความร่วมมือของ Henley &Partners ที่ปรึกษาด้านการลงทุนแก่ชาวต่างชาติ ซึ่งย้ายถิ่นฐานไปในประเทศต่างๆ ปัจจุบันมีสำนักงานใน 55 ประเทศทั่วโลกกับ New World Wealth ผู้นำด้าน Data Analytic
โดยนิยาม Millionaires คือผู้มีสินทรัพย์มูลค่ามากกว่า 1 ล้าน ใน 3 สกุลเงิน คือดอลลาร์สหรัฐ ยูโร และ ปอนด์สเตอริง ต่างจาก High Net Worth ซึ่งคิดเฉพาะการมีสินทรัพย์ 1 ล้านดอลลาร์เท่านั้นไม่คิดเงินสกุลอื่น
คําว่า Millionaires ถูกใช้ครั้งแรกในฝรั่งเศสปี 1719 ตามด้วยการใช้ในภาษาอังกฤษ ยามกล่าวถึงบุคคลที่มีความ มั่งคั่งมหาศาลสิ้นสุด เดือนธันวาคม 2022 คาดว่าจะมี Millionaires มากกว่า 15 ล้านคนทั่วโลกอยู่ในสหรัฐอเมริกามากที่สุด
World’s Wealthiest City Report 2024 ระบุว่า สหรัฐเป็นผู้นำเรื่อง Wealthiest City มี 11 เมืองใน Top 50
กล่าวได้ว่า การจัดอันดับเมืองมั่งคั่งที่สุด จีนเด่นสุด เพราะ 50 อันดับแรกมี 5 เมืองจากจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ 7 เมืองเมื่อรวมฮ่องกง (เขตบริหารพิเศษ) โดยปักกิ่งมี Millionaires 125,600 คน อัตราเติบโต 90% เซี่ยงไฮ้ 123,400 คน เซินเจิ้น 50,300 คน กว่างโจว 24,500 คน และหางโจว 31,600 คน
Andrew Amoils หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ New World Wealth เพิ่มเติมว่า เซินเจิ้นเป็นเมืองที่ Millionaires โตเร็วที่สุดช่วงทศวรรษที่ผ่านมาเพิ่ม 140%
นิวยอร์ก ซิตี้ ครองอันดับ 1 มีความมั่งคั่งรวมมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ มี Millionaires349,500 คน เศรษฐีระดับ 100 ล้านดอลลาร์ 744 คน และ Billionaires 60 คน
อันดับ 2 ที่มาแรง คือบริเวณอ่าวรัฐแคลิฟอร์เนียตอนเหนือครอบคลุมซานฟรานซิสโกและซิลิคอนวัลเลย์ ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มี Millionaires เพิ่มขึ้น 82% ปัจจุบันเป็นบ้านของ Millionaires 305,700 คน เศรษฐีร้อยล้าน 675 คน Billionaires 68 คน
ในทางกลับกัน โตเกียวซึ่งเคยเป็นเมืองมั่งคั่งที่สุดในโลกเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่ High Net Worth ลดลง 5% อยู่อันดับ 3 มี Millionaires เพียง 298,300 คน
สิงคโปร์ไต่ขึ้นมาอยู่ที่ 4 เพราะช่วง 10 ปีที่ผ่านมามี Millionaires เพิ่มขึ้น 64% ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเป็นเมืองที่เหมาะต่อการทำธุรกิจมากที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆ ของโลกสำหรับเศรษฐีที่อพยพย้ายถิ่นฐาน ปัจจุบันมี Millionaires 244,800 คน เศรษฐีร้อยล้าน 336 คน และBillionaires 30 คน
อันดับอื่นๆ ใน Top 10 คิดเฉพาะ Millionaires ยังมี ลอนดอน อังกฤษ และซิดนีย์ ออสเตรเลีย
Dr.Juerg Steffen ซีอีโอของ Henley & Partners กล่าวว่าปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตให้เป็นเมืองมั่งคั่งที่สุดในโลก คือผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของตลาดการเงิน เช่น ปีที่แล้ว S&P 500 เพิ่มขึ้น 24% Nasdaq เพิ่มขึ้น 42% และBitcoin พุ่งขึ้นถึง 155% ช่วยให้นักลงทุนมั่งคั่งมากขึ้น
นอกจากนั้น ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของปัญญาประดิษฐ์ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีบล็อกเชน เปิดโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างและสะสมความมั่งคั่ง อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงเดิมๆ ก็ยังคงมีอยู่ เช่น สงครามในยูเครน ส่งผลให้ประชากรเศรษฐีมอสโกลดลง 24% เหลือ 30,300 คน เป็นสิ่งเตือนใจชัดเจนถึงความเปราะบางของความมั่งคั่งในโลกที่ทั้งไม่แน่นอนไม่มั่นคง
ขณะที่หากพูดถึงศักยภาพการเติบโตของความมั่งคั่งทศวรรษหน้าเมืองน่าจับตามองได้แก่ เบงกาลูรู (อินเดีย) สกอตส์เดล (สหรัฐอเมริกา) และโฮจิมินห์ซิตี้ (เวียดนาม) ทั้ง 3 เมือง อัตราการเติบโตของ Millionaires ช่วง 10 ปีที่ผ่านมามีมากกว่า 100%
ส่วน Millionaires ในไทยไม่ติดใน Top 50 ในข้อมูลของ Henley & Partners ข้อมูลความมั่งคั่งล่าสุด คือ Thailand's 50 Richest in 2023 ของ Forbes ซึ่งระบุว่า ความมั่งคั่งรวมของ Millionaires และ Billionaires ในไทยอยู่ที่ 173,000 ล้านดอลลาร์ Top 3 นำโดยครอบครัวเจียรวนนท์ ครอบครัวอยู่วิทยา และครอบครัวสิริวัฒนภักดี
ที่มา
https://www.cnbc.com/2024/05/07/worlds-richest-cities-new-york-tops-new-list.html.