‘บมจ.โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น’ หรือ MOSHI ตอกย้ำผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทยโชว์ผลงานไตรมาส 1/2567 ทุบสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High) ต่อเนื่อง ทำรายได้รวม 695.75ล้านบาท เติบโต 23.1% และมีกำไรสุทธิ 125.38ล้านบาท เติบโต 44.5% ดันยอดขายจากช่องทางออนไลน์โต 340.8% พร้อมประกาศเปิดสาขา Moshi Moshi เพิ่มเป็น 30 สาขาภายในปีนี้ รุกสร้าง Brand Awareness เตรียมจัดกิจกรรมและขยายสื่อใหม่ๆ เพื่อเพิ่ม Engagement กับกลุ่มลูกค้า

สง่า บุญสงเคราะห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท โมชิ โมชิ รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ MOSHI ผู้นำในธุรกิจร้านค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์รายใหญ่ของประเทศไทยเปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2567 บริษัทฯ มีรายได้จากการดำเนินงาน 691.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยมีสัดส่วนรายได้จากกลุ่มค้าปลีก 563.90ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 82% กลุ่มค้าส่ง 111.75ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 16% และช่องทางการจัดจำหน่ายอื่น 16.15 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 2% ส่งผลให้มีรายได้รวม 695.75 ล้านบาท เติบโต 23.1% และทำกำไรสุทธิได้125.38ล้านบาท เพิ่มขึ้น44.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นการทำรายได้และกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ (New High)
โดยปัจจัยมาจากรายได้จากการขายของสาขาเดิม และรายได้จากสาขาใหม่ที่เปิดสาขาเพิ่ม 9 สาขาในไตรมาสแรกปีนี้หนึ่งในนั้นรวมถึงสาขา Standalone แห่งแรกในเชียงราย ปัจจุบันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จึงมีแผนขยายสาขาในรูปแบบดังกล่าวเพิ่มเติมในอนาคต ประกอบกับในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้เปิดร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ภายใต้ชื่อ Garlic เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มุ่งเน้นไปในแนวทาง Chic & Cool ซึ่งแตกต่างไปจากผลิตภัณฑ์ของ Moshi ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ทำให้บริษัทฯ สามารถเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ ปัจจุบันมีสาขาภายใต้ชื่อ Garlic ทั้งสิ้น 3 สาขา

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคกว่า 3,000 SKUs ในหลากหลายรูปแบบและประเภทสินค้ามีการนำเสนอสินค้าไอเทมใหม่ๆให้เหมาะสมกับ Seasonal Effect อาทิ ปีใหม่ วันเด็ก วันวาเลนไทน์เป็นต้นพร้อมกันนี้ยังเห็นการเติบโตของยอดขายจากช่องทางออนไลน์ที่เติบโต 340.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นผลมาจากยอดจองซื้อสินค้าคอลเลคชั่นลิขสิทธิ์คาแร็กเตอร์ศิลปินเกาหลีชื่อดังที่มีการสั่งจองล่วงหน้าจากช่วงสิ้นปี 2566 อีกทั้งได้ทำการตลาดและโปรโมชั่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้รับผลตอบรับอย่างดีจากกลุ่มลูกค้า
“ยอดขายตามเทศกาลต่างๆเริ่มเห็นแนวโน้มฟื้นตัว โดยเราเห็นการฟื้นตัวของสาขาที่มีนักท่องเที่ยวเป็นลูกค้าหลักซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ประมาณ20%ของรายได้รวมบริษัทฯ คาดว่าภาคการท่องเที่ยวจะทยอยปรับตัวดีขึ้นจากการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทาง หรือวีซ่าฟรีให้แก่นักท่องเที่ยวชาวจีนและคาซัคสถาน ซึ่งคาดว่าจะทยอยกลับไปสู่ระดับก่อนโควิดได้ในปีถัดไป” สง่า กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MOSHI กล่าวเพิ่มว่า แผนการดำเนินงานในปี 2567 บริษัทฯ มุ่งมั่นเฟ้นหาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อมอบความสุขให้ผู้บริโภคอยู่เสมอ ด้วยแนวทางการทำธุรกิจที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง Customer Centric เน้นการสร้างประสบการณ์ที่ดีด้วยการทำความเข้าใจสิ่งที่ลูกค้าต้องการศึกษาข้อมูลนับตั้งแต่ช่วงแรกที่ลูกค้ารู้จักแบรนด์ตลอดจนถึงตอนตัดสินใจซื้อ เพื่อวางระบบที่เอื้อต่อการสร้างประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าซึ่งคาดว่าจะส่งผลดีต่อ MOSHI ในระยะยาว ขณะเดียวกันเตรียมสร้างBrand Awareness มากขึ้น จากการทำกิจกรรมและขยายสื่อใหม่ๆ ช่วยสร้าง Engagement กับกลุ่มลูกค้าเพิ่มขึ้นด้วย
นอกจากนี้ ได้ปรับเพิ่มเป้าหมายการเปิดสาขาร้าน Moshi Moshiใหม่ในปีนี้ จากเดิมที่ตั้งไว้ที่ 20 สาขา เพิ่มเป็น 30 สาขา (รวม Stand alone) โดยมีแผนเปิดให้ครอบคลุมจังหวัดใหม่ๆ เพิ่มอีกประมาณ 10 จังหวัด ที่ยังไม่เคยมีสาขาของร้าน Moshi Moshi โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีสาขาค้าปลีกและค้าส่งที่เปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 140 สาขา (ณ สิ้นไตรมาส 1/2567) แบ่งเป็น ร้านค้าปลีกแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 133 สาขา, ร้านค้าส่งแบรนด์ Moshi Moshi จำนวน 2 สาขา, ร้าน Garlic 3 สาขา, ร้านค้าส่ง Giant 1 สาขา และร้านค้าส่ง The OK Station 1 สาขา