คาดการณ์กันว่าประเทศไทยมีร้านแว่นตาทั้งแบบที่เป็นเชนสโตร์และแบบร้านทั่วไปรวมทั้นสิ้นประมาณ 7,000 ร้านค้า หรือเฉลี่ย 1 ร้าน ต่อประชากร 10,000 คน ตัวเลขดังกล่าวถือว่าต่ำเมื่อเทียบกับสิงคโปร์หรือมาเลเซีย
ผลที่ตามมาก็คือทำให้มีประชากรจำนวนหนึ่งที่มีปัญหาทางสายตาไม่สามารถเข้าถึงร้านแว่นตาได้ หรือไม่ก็ต้องทนใช้แว่นตาที่ไม่ได้ตอบสนองต่อปัญหาได้ 100%
ปิยะพงษ์ ธัญญศรีสังข์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิชั่น เวนเจอร์ส จำกัด เผยถึงภาพรวมของตลาดแว่นตาว่า ช่องว่างดังกล่าวทำให้ตลาดแว่นตายังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ย 6-8% ต่อปีมาตลอด โดยคาดว่าในปัจจุบันตลาดร้านแว่นตาของไทยมีมูลค่าประมาณ 35,000 ล้านบาท ซึ่งทางวิชั่น เวนเจอร์ส มองว่าโอกาสทางธุรกิจยังมีอีกมาก
“ตามปกติแล้วร้านแว่นตาจะเติบโตไปตามสภาพเศรษฐกิจในภาพรวม ถ้าประชากรมีรายได้สูงขึ้น การเข้าถึงแว่นตาก็จะมีสูงขึ้น คนทั่วไปก็จะสามารถซื้อแว่นตาที่ตอบโจทย์ปัญหาสายตามากขึ้น เพราะว่าปัจจุบันคนยังเข้าถึงแว่นตาไม่ครบทุกคน ส่วนคนเข้าถึงได้ก็จะเลือกแว่นที่สามารถตอบสนองดีกว่า คุณภาพสูงกว่า”
ปัจจุบันธุรกิจค้าปลีกของวิชั่น เวนเจอร์ส มีแบรนด์ร้านแว่นตารวมทั้งสิ้น 4 แบรนด์ คือ
1. Better Vision Prestige ร้านแว่นตาระดับพรีเมียมที่ให้บริการวัดสายตาระดับ World-Class และ Fashion Stylist เน้นความเป็นพรีเมียมและส่วนตัว มีพนักงานดูแลแบบใกล้ชิด อุปกรณ์ที่ใช้มีความทันสมัย มีบริการตรวจโรคตาด้วย ราคาขายจะสูงที่สุดในกลุ่ม
2. หอแว่น Better Vision ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าชั้นนำ ในห้างค้าปลีกไฮเปอร์มาร์เก็ต และสเปเชียลตี้สโตร์ขนาดใหญ่ มุ่งเจาะกลุ่มลูกค้าที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพการตรวจวัดสายตาและสินค้าแบรนด์ชั้นนำ มีจุดขายคือ ประสบการณ์ของคนวัดสายตา, ประกอบแว่นตา, ดัดแว่นตา, มีผู้ชำนาญงานในร้าน, มีการรับประกันหลังการขาย
3. Glassiq ร้านแว่นตาสุดทันสมัยที่สามารถลองสินค้าแบบ Virtual และสินค้าจริง มุ่งเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ และจำหน่ายสินค้า Own Brand ราคาแว่นตาเฉลี่ยประมาณ 1,990 - 4,990 บาท
4. Monde Eyewear ร้านแว่นตาของชุมชนที่เข้าถึงง่ายด้วยทำเลใกล้บ้านหรือที่ทำงาน เจาะกลุ่มตลาดลูกค้าที่เน้นความสะดวก มีจุดขายคือราคาที่เข้าถึงง่าย ราคาแว่นตาเฉลี่ยประมาณ 990 - 3,990 บาท

ปิยะพงษ์ กล่าวว่า การขยายสาขาจากนี้ไปจะเน้นไปที่ร้าน Monde Eyewear มากขึ้น ตามสภาพเศรษฐกิจโดยรวม
“แผนงาน 5 ปี เราวางแผนการเติบโตไว้ 3-4 เท่าตัว ในส่วนของฝั่งค้าปลีก Monde Eyewear จะเป็นรูปแบบร้านที่ไปได้เร็วที่สุดระดับหลายร้อยสาขา เพราะเป็นร้านในรูปแบบห้องแถว สามารถขยายกิจการไปได้ทุกพื้นที่ ส่วนรูปแบบร้านพรีเมียมน่าจะขยายได้ประมาณ 40-50 สาขา แต่รายได้ต่อสาขาจะเยอะกว่า”
วิชั่น เวนเจอร์ส คาดว่า ในปีนี้จะใช้เงินลงทุนทั้งสินประมาณ 200 ล้านบาท ในจำนวนนี้จะใช้ไปกับฝั่งค้าปลีกประมาณ 170 ล้านบาท เพื่อลงทุนเปิดสาขา Monde Eyewear 100-110 สาขา, หอแว่น 10 สาขา, Monde Eyewear 110 สาขา และ Glassiq 3 สาขา และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางบริษัทยังเตรียมเอาระบบแฟรนไชส์เข้ามาใช้ในการขยายธุรกิจอีกด้วย
“ระบบแฟรนไชส์จะใช้กับแบรนด์หอแว่น Better Vision และ Monde Eyewear เงินลงทุนแฟรนไชส์ ผู้ลงทุนจะลงทุนแค่ค่าตกแต่งร้านกับค่าโอเปอเรชั่นนิดหน่อย ไม่ต้องลงทุนสต๊อกสินค้า เพราะจะจ่ายเงินเฉพาะแว่นที่ขายได้ การคัดเลือกคนที่จะมาเข้าระบบแฟรนไชส์เราพยายามจะเลือกคนที่อยากจะทำร้านแว่นตาจริงๆ ไม่เน้นนักลงทุนที่ต้องการทำร้านเยอะๆ อยากเน้นคนที่อยากทำจริงๆ มากกว่า”
นั่นหมายความว่าในอนาคต Monde Eyewear จะกลายเป็นแบรนด์ที่มาสาขามากที่สุดในบริษัท โดยมีสาขามากกว่าหอแว่น Better Vision ซึ่งปัจจุบันมีสาขาประมาณ 120 สาขา ในจำนวนนี้เป็นแฟรนไชส์ที่เปิดโอกาสให้พนักงานที่ทำงานมานานร่วมลงทุนเพื่อเป็นการตอบแทน 10 -11 สาขา

นอกจากนี้ ทางวิชั่น เวนเจอร์สยังมีแผนขยายธุรกิจค้าปลีกไปต่างประเทศเทศ โดยจะให้ความสำคัญกับประเทศเวียดนาม เพราะมีประชากรสูง ซึ่งรูปแบบการขยายธุรกิจจะไปจับมือกับพาร์ทเนอร์ท้องถิ่น เพื่อสร้างแบรนด์ใหม่ โดยใช้รูปแบบร้านคอนเซ็ปต์ใหม่ที่เป็นการผสมผสานระหว่างร้าน Glassiq และ Monde Eyewear
ปิยะพงษ์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันสำหรับธุรกิจค้าส่ง ได้ปรับกลุ่มสินค้าให้สอดรับกับความต้องการของผู้บริโภคในทุกกลุ่ม ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการคู่ค้าผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างความสัมพันธ์อันดีเพื่อสร้างเครือข่ายทางธุรกิจที่ดีในวงกว้าง
ในปี 2024 วิชั่น เวนเจอร์ส ได้กำหนดกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจ เพื่อตอบสนองลูกค้าได้ดีที่สุดใน 7 ด้าน คือ
1. Retail segmentation - ปรับรูปแบบของร้านให้สอดรับกับพฤติกรรมและความสนใจของลูกค้าอย่างหลากหลาย
2. Omni - channel - มุ่งพัฒนาแพลตฟอร์มการขายเพื่อเติมเต็มประสบการณ์การซื้อสินค้าในร้านและออนไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
3. Complete Product Portfolio - นำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลายในกลุ่มธุรกิจค้าส่งให้กับตัวแทนจำหน่ายแบรนด์แว่นตาระดับโลกของกลุ่ม LVMH รวมถึงแบรนด์ชั้นนำอื่นและแบรนด์ของบริษัทเองที่ครอบคลุมอย่างครบวงจร
4. Marketing - มุ่งทำการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และมองหาโอกาสในการใช้ Product Brand Ambassador ทำการตลาดแบรนด์แว่นตาเพื่อสร้างภาพจำที่ดีและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าค้าได้อย่างสอดรับกับเทรนด์ เช่น ณเดชน์ และวง 4eve
5. Franchising - เปิดโอกาสให้ลูกค้าหรือผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นเจ้าของร้านแว่นตาที่มีมาตรฐานโดยสนับสนุนการบริหารจัดการร้านจากส่วนกลาง
6. Mergers & Acquisition - ลงทุนเข้าซื้อกิจการบริษัท วี ดู เอเชีย (ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแว่นตา ฟังก์ชั่นนัลหรูแบรนด์ Mykita, แบรนด์ที่คงความคลาสสิกสุดเท่จากนิวยอร์ก Moscot) และลงทุนในธุรกิจที่เกื้อหนุนกันอย่างศูนย์รักษาสายตา TRSC ศูนย์รักษาสายตา
7. International Expansion - มีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน

โดยการขับเคลื่อนดังกล่าวจะเป็นส่วนสำคัญในการปรับโฉมองค์กรใหม่ให้เกิดความคล่องตัว ยืดหยุ่นและพร้อมรับต่อทุกการเปลี่ยนแปลงท่ามกลางความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนอย่างฉับไว บนกรอบพื้นฐานการดำเนินธุรกิจที่ไม่หยุดนิ่ง พัฒนาและให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียม
ปีที่ผ่านมา วิชั่น เวนเจอร์สมีรายได้ประมาณ 1,700 ล้านบาท
ถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง วิชั่น เวนเจอร์สจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ SET ในปี 2569 เพื่อระดมทุนมาขยายธุรกิจให้ได้ตามเป้าหมาย