BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
499
VIEWS

Blockout 2024 โซเชียลลงโทษคนดังระดับโลก ที่เฉยเมยต่อเหตุรุนแรงในกาซา

พ.ค. 28, 2567 P.Patikom
หลังจากงาน Met Gala 2024 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2024 ก็เกิดเหตุการณ์ Blockout 2024 ที่ชาวโซเชียลมีเดียจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา เรียกร้องให้สังคมออนไลน์บล็อกบรรดาคนดัง (Celebrities) ในสหรัฐฯ เพราะพวกเขาเฉยเมยต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นในฉนวนกาซา (Gaza) ที่อิสราเอลละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง บุกถล่มปาเลสไตน์จนทำให้ชาวปาเลสไตน์มากกว่า 34,500 คนถูกสังหาร และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 70,000 คน ซึ่งการเคลื่อนไหวของอิสราเอลเกิดขึ้นหลังจากที่กลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ เปิดฉากโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลอย่างไม่คาดคิด เทียบกับการโจมตีครั้งแรกของฝ่ายฮามาสซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปประมาณ 1,200 คน และจับผู้คนประมาณ 250 คนเป็นตัวประกัน

การที่เหตุการณ์ Blockout 2024 เกิดขึ้นหลังจากงาน Met Gala เมื่อ 6 พฤษภาคม เพราะในวันจัดงาน Met Gala นั้น ตรงกับวันที่อิสราเอลเริ่มสั่งให้ชาวปาเลสไตน์ออกจากพื้นที่ราฟาห์ตะวันออก (Eastern Rafah) ซึ่งเป็นที่หลบภัยของพลเรือนชาวปาเลสไตน์หลายแสนคน

งาน Met Gala หรือในชื่อเต็มว่า Costume Institute Benefit เป็นเทศกาลแสดงแฟชั่นเสื้อผ้าระดับไฮเอนด์ เป็นงานประจำปีที่จัดขึ้นเพื่อระดมทุนให้กับพิพิธภัณฑ์เครื่องแต่งกายเมโทรโพลิแทน (Metropolitan Museum of Art's Costume Institute) ในแมนฮัตตัน Met Gala เป็นงานที่เน้นโชว์แฟชั่น และความหรูหรา มากที่สุดในโลก เป็นการรวมตัวของดาราและนางแบบแนวหน้า และเป็นที่รู้จักในนาม "ค่ำคืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของแฟชั่น"

แล้วก็เกิดเหตุประจวบเหมาะพอดีที่อิสราเอลโจมตีในวันเดียวกันนั้น เพื่อขับไล่ชาวปาเลสไตน์ที่กำลังได้รับความลำบากยากแค้นแสนสาหัส ทำให้มีผู้คนในโซเชียลมีเดียเปรียบเทียบเหตุการณ์ฟุ่มเฟือยอย่าง Met Gala กับเหตุการณ์ในฉนวนกาซา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงระหว่าง 2 โลก โลกหนึ่งโอ้อวดความหรูหรา ในขณะที่อีกโลกต่อสู้กับความอดอยากและความตายเนื่องจากอันตรายของสงคราม

ประกอบกับช่วงนั้นมีการปล่อยวิดีโอ TikTok เรื่อง 'Let them eat cake (ปล่อยให้พวกเขากินเค้ก)' ที่โพสต์โดยอินฟลูเอนเซอร์ดัง Haley Kalil เธอได้รับการว่าจ้างให้เป็น Host เพื่อสัมภาษณ์ผู้ที่ได้รับเชิญไปร่วมงาน ในคลิปดังกล่าว เธอโชว์เสื้อผ้าอันวิจิตรของเธอและลิปซิงค์เพลงดัง "Let They Eat Cake" จากภาพยนตร์เรื่อง Marie Antoinette ของ Sofia Coppola ในปี 2006 นี่ยิ่งจุดประกายความขุ่นเคืองมากขึ้น เพราะแสดงให้เห็นถึงการที่คนดังแยกตัวจากความเป็นจริงทางสังคม

จึงเกิดเทรนด์ที่เริ่มต้นบน TikTok ที่เรียกว่า "Blockout 2024" และ  "Digital guillotine (กิโยตินดิจิทัล) หรือ Digitine" ซึ่งมีบัญชีโซเชียลมีเดียหลายบัญชีสนับสนุนให้คนอื่น ๆ บล็อก (Block - ปิดกั้น) บรรดาคนดังบนโซเชียลมีเดีย

Digitine ล้อมาจากคำว่า Guillotine ที่ถูกใช้สังหารฝ่ายตรงข้ามในช่วงปฏิวัติในฝรั่งเศส Digitine หมายถึงการกวาดล้างทางดิจิทัล เพื่อยกเลิก (Block หรือ Unfollow) การติดตามคนดังในโลกออนไลน์ โดยปิดกั้นพวกเขาด้วยเจตนาที่จะทำลายรายได้ของพวกเขา หลังจากที่พวกเขาเฉยเมยไม่มีการกระทำใด ๆ เพื่อต่อต้านการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในฉนวนกาซา

Zanetta Miller เจ้าของ Niche PR Boutique กล่าวกับ Newsweek ว่า "ในยุคดิจิทัล ที่ปัจจุบันคนดังเงียบงันในประเด็นทางสังคม เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อีกต่อไป การรับรู้ของสาธารณชน ความคิดความเห็นของคนดัง และทิศทางการวางตัวของแบรนด์สินค้า (ผู้จ่ายเงินค่าสปอนเซอร์) มีอิทธิพลอย่างมากต่อจำนวนผู้ติดตามและสถานะทางการเงินของพวกเขา"

คนดังหลายคนได้รับผลกระทบ ซึ่งสื่อ Newsweek ได้ดูสถิติโซเชียลมีเดียของคนดังจำนวนหนึ่งที่ถ่ายทอดสดบน Social Blade เว็บไซต์วิเคราะห์โซเชียล, ที่ติดตามผู้ติดตาม (Follower) บน X และ Instagram ส่วนบน TikTok และ YouTube การติดตามผู้ติดตาม ทำได้ยากกว่า เพราะผู้ใช้โซเชียลมีเดียบางรายอาจบล็อกบัญชีโดยไม่เคยติดตามพวกเขา

Newsweek ได้พบเห็นการแชร์ไฟล์ Google Doc ในโซเชียลมากมาย เพื่อให้ผู้คนช่วยกันเติมรายชื่อผู้ที่ควรถูกบล็อก มีอยู่ฉบับหนึ่งบน TikTok ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม จนกระทั่งถึงวันที่ 22 พฤษภาคม มีการลงรายชื่อคนดังแล้วถึง 270 ชื่อ เช่น Hailey Bieber และ Jude Law รวมถึงรายชื่อธุรกิจอีก 161 แห่งด้วย

ในขณะที่ Newsweek นำเสนอข่าวนี้ (26 พฤษภาคม 2024) นักร้องสาว Selena Gomez ได้สูญเสียผู้ติดตาม Instagram ไปแล้ว 1.16 ล้านคน และผู้ติดตาม X 115,875 คน Rare Beauty แบรนด์เครื่องสำอางของ Gomez ก็เผชิญกับการเรียกร้องให้คว่ำบาตรจากผู้ซื้อชาวปาเลสไตน์ที่กล่าวหาว่า ซีอีโอของแบรนด์ Scott Friedman สนับสนุนอิสราเอล

Gal Gadot นักแสดงและนางแบบชาวอิสราเอล ที่เป็นแกนนำในการสนับสนุนอิสราเอล เธอรับราชการในกองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอลภายใต้การรับราชการทหารภาคบังคับ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม Gadot ช่วยให้มีการฉายภาพยนตร์ใน ลอสแอนเจลิส ซึ่งแสดงเหตุการณ์การโจมตีทางตอนใต้ของอิสราเอลโดยกลุ่มติดอาวุธฮามาส การฉายภาพยนตร์ดังกล่าวก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทกันครั้งใหญ่ด้านนอกสถานที่ฉาย ผู้คนมากมายทางออนไลน์เสนอชื่อ Gadot ให้อยู่ในรายชื่อที่ควรถูกบล็อก และในช่วง 30 วันที่ผ่านมา เธอสูญเสียผู้ติดตาม X ไปแล้ว 9,405 คน และ Instagram 172,780 คน

Kim Kardashian หนึ่งในคนดังจำนวนมากที่เข้าร่วมงาน Met Gala ได้สูญเสียผู้ติดตาม Instagram ไปแล้วกว่า 973,000 คน และผู้ติดตาม X มากกว่า 54,000 คนใน 30 วัน

Taylor Swift นักร้องดัง สูญเสียผู้ติดตามบน Instagram ประมาณ 400,000 คน ตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคม โดยเธอสูญเสียผู้ติดตาม 103,611 คนในวันที่ 11 พฤษภาคมเพียงวันเดียว และในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เธอได้สูญเสียผู้ติดตาม X ไปหลายหมื่นคนด้วย

Michael Rapaport และ Adam Sandler นักแสดงชื่อดังของฮอลลีวูด ก็มีรายชื่อปรากฏในรายการที่ถูกบล็อก และพวกเขาก็สูญเสียผู้ติดตามด้วยเช่นกัน

Harry Styles นักร้องดัง และ Zendaya ดาราสาวที่กำลังได้รับความนิยมของฮอลลีวูด ก็เป็นเป้าหมายของการ Blockout เช่นกัน แม้ก่อนหน้านี้ Zendaya สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ผ่านทาง Instagram เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจของ Newsweek ในขณะที่คนดังเหล่านี้กำลังสูญเสียผู้ติดตาม แต่พวกเขาก็ยังคงมีผู้ติดตามเหลืออีกหลายแสนคน หรือบางคนอาจมีหลายล้านคนบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของพวกเขา

Newsweek ยังได้รายงานในอีกมุมหนึ่ง ในขณะที่มีคนดังที่เฉยเมยหรือสนับสนุนความรุนแรงในกาซาถูก Blockout แต่ก็มีคนดังที่พูดสนับสนุนชาวปาเลสไตน์กลับได้รับผลกระทบเช่นกัน ตามรายงานของ Social Blade ระบุว่า Mia Khalifa สูญเสียผู้ติดตามบน Instagram เกือบ 105,000 คน และ บน X สูญเสียผู้ติดตามมากกว่า 25,000 คนในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ในช่วงเวลาเดียวกัน Emma Watson สูญเสียผู้ติดตามบน Instgram ประมาณ 180,000 และ 53,000 บน X และ Gigi Hadid ได้สูญเสียผู้ติดตามไปประมาณ 200,000 บน Instagram และอีก 3,405 บน X

การบล็อกคนดังมีเหตุผลคือ ต้องการสร้างผลกระทบต่ออิทธิพลทางออนไลน์ของพวกเขา และหวังว่าจะส่งผลต่อการเข้าถึงโซเชียลมีเดียของบรรดาคนดัง และรายได้จากการโฆษณา แต่ก็ไม่แน่นักว่าจะส่งผลกระทบต่อกระเป๋าเงินของพวกเขาหรือไม่

Miller เจ้าของ Niche PR Boutique กล่าวว่า "ขอยืนยันว่าการบล็อกทำหน้าที่เป็นกลยุทธ์การประท้วงที่มีผลกระทบมากกว่าการเลิกติดตาม (Unfollow) ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเข้าถึงและการมีส่วนร่วมกับคนดัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของพวกเขา”

แต่ Jordan McAuley ผู้ก่อตั้ง Contact Any Celebrity และ CELEBRITY/PR เชื่อว่า "เทรนด์การ Blockout นี้ จะไม่ส่งผลเสียต่ออาชีพการงานของบรรดาคนดัง ย้อนกลับไปในปี 2014 มีเหตุการณ์ 'Instapurge' ครั้งใหญ่ เมื่อ Instagram ปราบปรามบอทและลบผู้ติดตามปลอมของคนดังหลายล้านคน Kim Kardashian สูญเสียผู้ติดตามไปประมาณ 1.3 ล้านคนในปีนั้นเนื่องจากบอทปลอม แต่อาชีพการงานของเธอก็ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ"

อย่างไรก็ตาม Cheyenne Hunt ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตในสภาคองเกรสในแคลิฟอร์เนีย และเป็นทนายความที่เป็นอินฟลูเอนเซอร์ มีผู้ติดตามเกือบ 93,300 คนบน TikTok บอกกับ Newsweek ว่า การ Blockout คนดังเน้นย้ำถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เกี่ยวกับการที่คนรุ่นใหม่ใช้ประโยชน์จากโซเชียลมีเดีย

Hunt กล่าวว่า "คน Gen Millennials และ Gen Z กำลังก้าวไปไกลกว่าการบริโภคเชิงรับ (Passive consumption) กลายเป็นผู้เข้าร่วมที่จริงจัง ในการทำให้บุคคลสาธารณะรับผิดชอบต่อประเด็นทางสังคมและจริยธรรม Gen Millennials และ Gen Z มีส่วนร่วมทางการเมืองและจริยธรรมทั้งในฐานะแฟนพันธุ์แท้ และผู้บริโภค มากกว่าคน Gen อื่นในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เราตัดสินใจในชีวิตของเราเองโดยพิจารณาจากประเด็นทางสังคมที่เราใส่ใจ...ดังนั้นเราจึงคาดหวังกับคนที่เราจับตามอง และติดตามเพื่อใช้แพลตฟอร์มของพวกเขาทำในสิ่งดี ๆ"

"คนทั้งสอง Gen นี้เป็นผู้บริโภครายใหญ่ และทางเลือกของพวกเขาไม่เพียงแต่ส่งผลต่อจำนวนผู้ติดตามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรับรอง การรับรู้ และความร่วมมือของสาธารณชนโดยรวมด้วย ซึ่งอาจนำไปสู่ยุคที่ผู้บริโภค เปลี่ยนความคาดหวังของพวกเขา และดึงให้บรรดาคนดังใช้แพลตฟอร์มของตนในทางที่ดี สอดคล้องกับความยุติธรรม ความรับผิดชอบด้านเทคโนโลยี และสิทธิมนุษยชน” Hunt กล่าว

มาตรการ Blockout อาจจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างในการแก้ไขปัญหาสังคม มันเป็นการเรียกร้องให้คนดังควรใช้อิทธิพลของตนอย่างมีความรับผิดชอบ และแฟน ๆ ของพวกเขาก็ควรเรียกร้องความรับผิดชอบจากพวกเขา การ Blockout จึงมีศักยภาพพอที่จะปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมของบรรดาคนดัง

Cr : Newsweek

Source

Blockout 2024 โซเชียลลงโทษคนดังระดับโลก ที่เฉยเมยต่อเหตุรุนแรงในกาซา

#Blockout เมื่อชาว TikTok ร่วมกันแบนเซเลบริตี้ด้วยการบล็อก ที่เริ่มต้นจากงาน Met Gala และยังเป็นกระแสมาจนถึงตอนนี้

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact