หากมองเข้ามาที่ในโลกของการแข่งขันทางการตลาดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มีเครื่องมือหรือกลยุทธ์มากมายที่ถูกนำมาใช้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้ ทั้งในแง่ของการเพิ่มยอดขาย การกุมความได้เปรียบในการแข่งขัน รวมถึงการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจ แต่เชื่อว่า 7C ที่รวบรวมมานี้ คือหนึ่งในตัวช่วยชั้นดีของการทำธุรกิจบนตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในทุกวันนี้ ลองมาดูกันว่าทั้ง 7 C มีอะไรบ้าง
1.Core Competency
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า อะไรคือจุดแข็งของตัวเอง หรือความถนัดที่ตัวเองมี เพราะธุรกิจจะมีความสามารถในการแข่งขันได้ ต้องมีความสามารถหลักที่เป็นทักษะ หรือ เทคนิคพิเศษที่ยากต่อการลอกเลียนแบบ สามารถใช้เป็นประโยชน์ในการพัฒนาสินค้าหรือบริการเพื่อการแข่งขันในตลาด และต้องสามารถใช้เป็นประโยชน์ในการสร้างประสบการณ์และคุณค่าที่ดีให้กับลูกค้าได้
2.Collaboration
การสร้าง “ความร่วมมือ” ทั้งในกลุ่มธุรกิจเดียวกัน และแบบข้ามกลุ่มธุรกิจ เป็นกลยุทธ์ที่แบรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะแบรนด์เล็ก หรือใหญ่นำมาใช้ เพราะเสริมสร้าง “ความแข็งแกร่ง” ซึ่งกันและกัน และเป็นการขยายฐานไปยัง “กลุ่มลูกค้าใหม่” ที่เป็นลูกค้าของแบรนด์พันธมิตร ทำให้สร้างโอกาสการเติบโตได้มากกว่าการดำเนินธุรกิจเพียงลำพัง โดยกุญแจสำคัญของกลยุทธ์นี้ อยู่ที่ “การเลือกพันธมิตร” ที่มีแนวคิด แนวทางการทำงาน จุดมุ่งหมายของความร่วมมือที่สอดคล้องกัน

3. Creative Innovation
“Innovative Thinking” ไม่ได้หมายถึงเพียง Product Innovation เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ เช่น Business Model Innovation, Marketing Innovation องค์กรที่มุ่งเน้นนวัตกรรม ไม่ได้มองว่านวัตกรรมไอเดียที่เกิดขึ้นจากฝ่ายวิจัยและพัฒนาอย่างเดียว แต่สามารถมาจากบุคลากรทุกภาคส่วนในองค์กร ที่ร่วมกันนำเสนอไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ นำไปสู่การต่อยอด เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้น ทั้งกับองค์กร และกลุ่มธุรกิจนั้นๆ
4. CRM
แนวคิดการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า อยู่บนพื้นฐานที่ว่าต้นทุนของการรักษาลูกค้าเก่านั้น ต่ำกว่าต้นทุนในการแสวงหาลูกค้าใหม่ โดย CRM เป็นเครื่องมือสำคัญในการเก็บฐานข้อมูลลูกค้า ยิ่งปัจจุบันเทคโนโลยีและระบบไอทีพัฒนาไปไกล ทำให้แบรนด์ หรือองค์กรสามารถเก็บข้อมูลต่างๆ ของลูกค้าได้มหาศาล จนเป็น “Big Data” ที่นำมาประมวลผล วิเคราะห์พฤติกรรมของลูกค้าได้อย่างแม่นยำ เพื่อออกแบบและพัฒนาสินค้า-บริการ กิจกรรมการตลาด แคมเปญ โปรโมชั่น สิทธิประโยชน์ที่ตรงใจกับลูกค้าที่ Personalize ไปตามความต้องการของแต่ละบุคคล หรือกลุ่มบุคคล

5. CSR - CSV - SD -SE
วิวัฒนาการของนวัตกรรม “การให้” จากภาคธุรกิจ สู่สังคม-สิ่งแวดล้อม เริ่มต้นด้วยแนวคิด “CSR” (Corporate Social Responsibility) ต่อมาพัฒนาไปสู่แนวคิด “CSV” (Creating Shared Value) เป็นการทำให้ผู้บริโภคเห็นประโยชน์และเข้ามามีส่วนร่วมในการแบ่งปันคุณค่าให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม
ขณะเดียวกันได้เกิดโมเดล “SE” (Social Enterprise) หรือกิจการเพื่อสังคม ที่ทำมาค้าขายและแข่งขันในกลไกตลาดเหมือนธุรกิจทั่วไป แต่ต่างกันตรงที่จุดมุ่งหมายของการก่อตั้ง ทำเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ด้วยการนำ “ผลกำไร” ที่ได้มา ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่แรกของการดำเนินการ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นการทำประโยชน์แก่ส่วนรวมในแนวทางใดก็ตาม ในที่สุดแล้ว องค์กรธุรกิจต่างมุ่งหวังให้เกิด “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development : SD) ที่บาลานซ์ภายใต้หลัก 3P ได้แก่ Profit, People, Planet

6. Consumer Insight
Consumer Insight มีความสำคัญกับการทำตลาดอย่างมาก เพราะในโลกของการแข่งขันที่เต็มไปด้วยแบรนด์ใหญ่น้อยมากมาย ลูกค้าอาจจะจำหรือรู้จักแบรนด์เราไม่ได้ แต่เมื่อเรารู้จักพวกเขาอย่างลึกซึ้ง โอกาสที่จะทำให้ทั้งแบรนด์และลูกค้ารู้จักกันอย่างลึกซึ้งมากขึ้นก็มีไม่น้อย
Consumer Insight นี้ คนส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็นข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย แต่ Consumer Insight เป็นมากกว่านั้น โดยเป็นความรู้ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็น ความต้องการของผู้บริโภค การเข้าใจกลุ่มลูกค้า และข้อมูลต่างๆ ที่จะส่งผล เมื่อนำมาพัฒนาและปรับใช้กับพวกเขา เปรียบได้กับกุญแจที่ปลดล็อกไปสู่ตัวลูกค้า จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ขาดไม่ได้ไปแล้ว
7. Customer Engagement
การสร้าง Engagement กับลูกค้ากลายเป็นเป้าหมายใหญ่ของการทำตลาดในทุกวันนี้ก็ว่าได้ แต่การจะได้มา ซึ่ง “ความผูกพัน” ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแบรนด์ต้องใช้เครื่องมือการตลาดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น CSR ที่ปัจจุบันยกระดับไปสู่ CSV, การบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationship Management : CRM), การบริหารประสบการณ์ลูกค้า (Customer Experience Management : CEM) รวมถึงการสื่อสารการตลาดผ่านช่องทางต่างๆ
โดยเฉพาะ “สื่อออนไลน์” อย่าง “Social Media” เป็นช่องทางที่ทำให้แบรนด์ สร้างบทสนทนาพูดคุยกับผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันผู้บริโภคได้สร้างสรรค์ Content ด้วยตนเอง นำไปสู่การบอกต่อบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งมีพลังมหาศาลทั้งต่อแบรนด์ และผู้บริโภค