เป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว ที่ โอ๊ตไซด์ (OATSIDE) นมโอ๊ตคุณภาพพรีเมียมจากสิงคโปร์ เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย โดยเน้นการทำตลาดในรูปแบบ B2B เริ่มต้นเจาะตลาดคาเฟ่ ร้านกาแฟ ด้วยผลิตภัณฑ์ขนาด 1 ลิตร มีลูกค้าในกลุ่มคาเฟ่แบรนด์เนมหลายแห่ง อาทิ คาเฟ่ อเมซอน, ทรู คอฟฟี่, คาซ่า ลาแปง, ชาตรามือ, ฉันจะกินชาเย็นทุกวัน เป็นต้น
ล่าสุด OATSIDE เปิดเกมรุกด้วยสินค้าไซส์มินิขยายตลาดไปสู่กลุ่ม B2C เพิ่มการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่และขยายฐานผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์ หวังชิงส่วนแบ่งการตลาดค้าปลีก ด้วยการเปิดตัว “OATSIDE Mini” ขนาด 200 มล. ราคา 25 บาท 3 รสชาติ ได้แก่ รสออริจินัล ช็อกโกแลต และกาแฟ

ซินดี้ ลิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดของโอ๊ตไซด์ (OATSIDE) กล่าวว่า กว่า 2 ปีที่ OATSIDE รุกตลาดเครื่องดื่มและอาหารเพื่อสุขภาพไทย ได้รับการตอบรับจากร้านกาแฟ เบเกอรี่ และผู้บริโภคทั่วประเทศเป็นอย่างดี วันนี้ OATSIDE พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์การตลาดเพื่อเพิ่มการเข้าถึงและขยายฐานผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์ เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรีเทล สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคในปัจจุบันที่เน้นบริโภคเครื่องดื่มและอาหารที่สะดวกและรวดเร็ว รวมถึงใส่ใจและเลือกทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น
“OATSIDE จึงได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนาดใหม่ที่อร่อยดื่มง่าย ดีต่อสุขภาพ พกพาสะดวกอย่าง OATSIDE Mini ขนาด 200 มล. เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบนมพืชและไม่ชอบนมพืชในคราวเดียวกัน ซึ่ง OATSIDE หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่สำหรับผู้บริโภคไทยที่ห่วงใยสุขภาพ สามารถเข้าถึงได้ พกพาง่าย และดื่มได้ทุกวันทุกเวลาที่ต้องการ”
โดยปัจจุบันตลาดอาหารรักสุขภาพในประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารจากพืช (Plant-based Food) ได้รับความสนใจมากขึ้น จากเทรนด์ผู้บริโภคที่เริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพ ลดการทานเนื้อสัตว์ โดยในปี 2567 คาดว่าตลาด Plant-based Food ที่เป็นกลุ่มนมทางเลือกจะมีมูลค่าสูงถึง 4.5 หมื่นล้าน และเติบโตต่อเนื่องกว่า 1 ล้านล้านบาท ในปี 2570 (ที่มา: ศูนย์วิจัยธนาคารกรุงไทย, 2567)

ซินดี้ ลิน กล่าวเสริมว่า ที่ผ่านมากผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Oat Milk จะมีการเติบโตสูงกว่ากลุ่ม Almond Milk และ Soy Milk และในอนาคตเชื่อว่าตลาดรีเทลจะมีสัดส่วนรายได้ที่มากกว่ากลุ่มร้านค้าหรือฟู้ดเซอร์วิส ทางบริษัทจึงมีแผนงานและนโยบายที่จะขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมและเข้าถึงผู้บริโภคคนไทยมากยิ่งขึ้น โดยประเทศไทยเป็นตัวเลือกหนึ่งในการขยายฐานการผลิตนอกประเทศสิงคโปร์
“หลังจากที่ OATSIDE เปิดตัวในประเทศสิงคโปร์ได้เพียง 1 ปีครึ่ง ก็สามารถขยายตลาดไปได้ถึง 18 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย ในส่วนของพฤติกรรมการบริโภคผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Oat Milk ของคนสิงคโปร์ไม่แตกต่างจากคนไทย ซึ่งตลาดที่สิงคโปร์เติบโตได้ดีจึงเชื่อว่าตลาดในประเทศไทยจะขยายตัวได้ดีเช่นเดียวกัน ในประเทศไทย OATSIDE มี Brand Awareness ที่ดีแต่เป็นที่รู้จักในกลุ่มคาเฟ่มากกว่า หลังจากนี้เชื่อว่าตลาดจะมีการตอบรับที่ดีโดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดีย” ซินดี้ ลิน กล่าว

ลลิตกาญจน์ ทวีชัยวัฒนะ ผู้อำนวยการโอ๊ตไซด์ (OATSIDE) ประเทศไทย กล่าวเสริมว่า OATSIDE Mini นับเป็นทางเลือกใหม่ที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคทุกเซกเมนต์ ด้วยขนาดที่เหมาะกับการพกพา ดื่มง่ายทั้งในช่วงเช้าและระหว่างวัน ทั้งยังพร้อมเติมเต็มสีสันความสนุกด้วยดีไซน์เอกลักษณ์ของกล่อง
“สำหรับตลาด B2C ในปัจจุบันจะแข่งขันกันในเรื่องของราคาและแพ็กเกจจิ้ง ซึ่ง OATSIDE Mini จะทำให้เราสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่กว้างมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennial เราจึงมีการสื่อสารที่ไม่ได้ทำแค่กลุ่มคนรักสุขภาพ ถือเป็นกลยุทธ์การสื่อสารที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆ”
เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ OATSIDE ได้จัดกิจกรรม ‘OATSIDE ปล่อยใจ มาจอยกัน’ ตั้งแต่วันนี้ - 9 มิถุนายน 2567 ที่เซ็นเตอร์พอยท์ สยามสแควร์ โดยมีกิจกรรมอินเทรนด์ต่างๆ พร้อมเสิร์ฟความอร่อยของนม OATSIDE กับร้านค้าพาร์ทเนอร์ในอินสตาแกรมอย่าง Plantiful และฉันจะกินชาเย็นทุกวัน
โดย OATSIDE Mini จึงมีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ค่อนข้างกระจายไปในวงกว้างในกลุ่มร้านสะดวกซื้อและซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วประเทศ อาทิ 7-Eleven, Lawson, Tops daily, Mini Big C รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต เช่น Tops, Gourmet Market, Villa, Foodland, Big C, Donki, Golden Place, Max Value, UFM Lotus เป็นต้น
