โลกกำลังก้าวเข้าสู่ AI AGE ประเทศก้าวหน้าที่ต้องการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขัน บริษัทที่ต้องการเป็นเลิศล้วนทุ่มเททรัพยากรเพื่อวางรากฐาน สำหรับโอกาสที่จะมาในอนาคตอันใกล้
ขณะที่หลายประเทศติดอยู่ในกับดักอำนาจที่ปราศจากศรัทธาและอนาคต ตกอยู่ในสถานการณ์ที่จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังซึ่งยากลำบากในการทะยานขึ้นแซงหน้า เพราะนี่คือห้วงเวลาแห่งการช่วงชิงความได้เปรียบที่ต้องทำถึงและมาเร็ว
บรรดาประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ AEC สิงคโปร์และรัฐบาลสิงคโปร์ กลายเป็น Fastest Mover โดยล่าสุด ช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2024 ที่ผ่านมา แถลงรายละเอียด Green Data Center Roadmap ซึ่งรวมถึงแผนจัดหาพลังงานเพิ่มเติม 300 เมกะวัตต์ (MW) ในระยะเวลาอันใกล้
โดยพื้นฐาน Data Center เป็นสถานที่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงซึ่งใช้ในการประมวลผล มีพื้นที่จัดเก็บ (Storage) ข้อมูลจำนวนมหาศาล มีการควบคุมอุณหภูมิ พลังงาน และความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ช่วงที่ผ่านมา การเติบโตก้าวกระโดดของ AI ทั่วโลก ส่งผลต่อเนื่องให้ Data Center เติบโต เพราะเป็นเสมือนหัวใจสำคัญ AI ยิ่งก้าวหน้าเท่าไหร่ ความต้องการ Data Center ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
สิงคโปร์พัฒนาต่อเนื่องก้าวขึ้นเป็นผู้นำ Data Center ในเอเชียแปซิฟิก ปี 2024 มูลค่าการลงทุนรวมคาดว่าอยู่ที่ 400 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ (10,800 ล้านบาท) เพิ่ม 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2023
ปัจจัยสนับสนุน ประกอบด้วย
หนึ่ง - รัฐบาลสนับสนุนอย่างแข็งขันผ่านมาตรการต่างๆ เช่น การลดหย่อนภาษีดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำให้มาลงทุน ไม่ว่าจะเป็น Google, Amazon Web Services, Microsoft, Facebook กฎระเบียบที่เอื้ออำนวยการพัฒนาแรงงาน เน้นสร้างบุคลากรที่มีทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัล
สอง - มีโครงสร้างพื้นฐานทันสมัย ทั้งอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เสถียร เป็นศูนย์กลางสายเคเบิลใต้น้ำเชื่อมต่อภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลกมีระบบไฟฟ้ามั่นคงเพียงพอ
และสาม - การเมืองมีเสถียรภาพ เศรษฐกิจเติบโตอย่างมั่นคง
Roadmap เผยแพร่ช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ระบุว่า สิงคโปร์กำลังพัฒนา Sustainable Data Centerประเด็นสำคัญประกอบด้วย
1. ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพ Data Center โดยการใช้พลังงานจะเพิ่มเป็นอย่างน้อย 300เมกะวัตต์ (MW) เน้นให้ความสําคัญกับประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการใช้แหล่งพลังงานสีเขียว สิงคโปร์มี Data Center มากกว่า 70 แห่ง มีพื้นที่รวมมากกว่า 1 ล้านตารางฟุตใช้พลังงานไฟฟ้าประมาณ 1.4 กิกะวัตต์ (GW) การขยายตามประกาศใหม่ต้องเพิ่มกําลังการผลิตมากกว่า 20%
2. สร้าง End - to - End Ecosystem ให้ความสำคัญและอํานวยความสะดวกกับการทำงานร่วมกันแบบข้ามอุตสาหกรรม ตอบโจทย์การทำตามเป้าหมาย Sustainabilityได้กว้างขึ้น
3. โฟกัสทั้งศูนย์ข้อมูลที่มีอยู่แล้วและกำลังจะตั้งขึ้นใหม่ โดยยึดโยงกับความยั่งยืนทุกแง่มุม การใช้เครื่องมือและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกใดๆ ต้องใช้ Green Technologies ครบวงจรตั้งแต่ต้นจนจบ
4. เน้นรับมือกับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ ต้องมีความคิดริเริ่มใหม่ๆในการบริหารจัดการอุณหภูมิใน Data Centers ใช้เทคโนโลยี่ที่เหมาะสมสำหรับทุกบริบท ตัวอย่าง เช่น ใช้ทั้ง Free Cooling และ Liquid Cooling Systems
AI Economy ที่กําลังเติบโตและการเพิ่มขึ้นของปัญญาประดิษฐ์กําลังกระตุ้นการขยายตัวของ Data Center และดูเหมือนว่าสิงคโปร์ประเทศเดียวไม่สามารถรองรับความต้องการทั้งหมด ข้อจำกัดสำคัญ เช่น การใช้พลังงานปัจจุบันที่ 1.4 GW ของ Data Center ที่มีอยู่เท่ากับการใช้พลังงาน 7% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมดของประเทศ น้ำสําหรับระบายความร้อนก็เป็นทรัพยากรหายาก ยิ่งกว่านั้นทำเลที่เหมาะสม และการก่อสร้างก็มีราคาสูงมาก
รายงานของบริษัทที่ปรึกษา Cushman & Wakefield ระบุว่า ราคาที่ดิน รวมถึงต้นทุนการก่อสร้าง Data Centers ขนาดกลางและขนาดใหญ่ในสิงคโปร์ กล่าวได้ว่าสูงที่สุดในเอเชียแปซิฟิก น้อยกว่าประเทศเดียวคือญี่ปุ่น แต่ทว่าข้อจำกัดดังกล่าวคงไม่สามารถ Breaking The Future ของสิงคโปร์ได้
ที่มา+ภาพประกอบ https://www.imda.gov.sg/-/media/imda/files/how-we-can-help/green-dc-roadmap/green-dc-roadmap.pdf