“แนวคิดการจัดงานดีมาร์คในปีนี้คือ Look Back Think Beyond มองย้อนสู่งานดีไซน์สุดล้ำ โดยแนวคิดนี้มีที่มาจากการศึกษางานออกแบบของคนไทย ตลอด ๑๑ ปีในการจัดโครงการ DEmark พบว่านักออกแบบส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลของวัฒนธรรมไทย ในการสร้างสรรค์งาน ในปีนี้ทางโครงการจึงชวนนักออกแบบมองย้อนกลับไปยัง รากฐานแนวคิดดั้งเดิม ขั้นตอนการสร้างงานออกแบบของไทยในแต่ละแขนง โดยนำมาผสมผสานกับแนวคิดการ ออกแบบในปัจจุบัน เพื่อให้เกิดเป็นไอเดียใหม่นำมาต่อยอด ผลงานให้เป็นอัตลักษณ์ไทยสู่สากล นับเป็นความ ภาคภูมิใจของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศที่ได้ร่วมสนับสนุนผลงานของนักออกแบบให้เป็นที่ยอมรับโดยเฉพาะนักออกแบบหน้าใหม่ ที่มีผลงานแจ้งเกิดกับทางโครงการทุกปี ไฮไลท์อีกอย่างหนึ่งในปีนี้คือเราให้ความสำคัญต่องาน หัตถอุตสาหกรรมมากขึ้น ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้นักออกแบบสินค้าเชิงวัฒนธรรม หัตถศิลป์ท้องถิ่น งานฝีมือมีโอกาสได้รับรางวัลมากยิ่งขึ้น” ม.ล.คฑาทอง กล่าวเพิ่มเติม
ตลอด ๑๑ ปีของการขับเคลื่อนผลงานนักออกแบบไทยสู่เวทีโลกผ่านโครงการ DEmark ทางกรมฯ เห็นพัฒนาการของนักออกแบบไทยที่ดึงเอาเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมและวัสดุในท้องถิ่นมาผสานกับไอเดียเกิดเป็นผลงานการออกแบบชิ้นใหม่ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานและยังสร้างประโยชน์แก่สังคมได้มากขึ้น โดยในช่วงหลังนักออกแบบส่วนใหญ่จะเน้นใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติปลอดภัยต่อผู้ใช้ เพราะกระแสการลดใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อมลภาวะมีผลในการเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคทั่วโลก
นอกจากนี้การร่วมมือกับองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (JETRO) และ Japan Institute of Design Promotion (JDP) ยังเป็นการสนับสนุนให้นักออกแบบไทยที่ได้รับรางวัล DEmark ต่อยอดความสำเร็จโดยมีสิทธิ์เข้าร่วมการประกวดรางวัล Good Design (G-mark) ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งถือเป็นรางวัลเกียรติยศที่มีชื่อเสียง ในวงการออกแบบระดับสากล
ตลอด ๑๑ ปีของการจัดโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๑ - ๒๕๖๐ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศได้คัดเลือกสินค้าที่มีการออกแบบดีเข้ารับตรา DEmark แล้วกว่า ๖๘๘ รายการ และมีสินค้าได้รับรางวัล G-mark 410 รายการ ครอบคลุมกลุ่มธุรกิจหลากหลายประเภทสำหรับในปีนี้ได้เปิดรับสมัครผลงาน ใน ๖ หมวดสินค้า คือ
(๑) กลุ่มสินค้าเฟอร์นิเจอร์ (Industrial Process / Industrial Craft)
(๒) กลุ่มสินค้าไลฟ์สไตล์ (Gift & Decorative Items / Household Items)
(๓) กลุ่มความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมผลิตภัณฑ์แฟชั่นเครื่องแต่งกาย (Creative & Innovative Fashion / Apparel / Jewelry / textile / Etc.)
(๔) กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม (Home Appliances / Equipment and Facilities for Office / Etc.)
(๕) กลุ่มออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Packaging Design)
(๖) กลุ่มสินค้ากราฟิกดีไซน์ (Font / Graphic on Surface / Digital Media / Identity Design)
ภายในงานแถลงข่าวยังได้วิทยากรนักออกแบบชื่อดัง ๔ ท่านที่มีชื่อเสียงในการสร้างสรรค์ผลงานการออกแบบที่ขับเคลื่อนธุรกิจระดับประเทศมาร่วมเสวนา ในหัวข้อ “Look Back Think Beyond มองย้อน สู่งานดีไซน์สุดล้ำ” คือ
(๑) Katsuo Mizuguchi กรรมการตัดสินรางวัล G-mark จากประเทศญี่ปุ่น และเป็น Art Director | President, Hotchkiss Inc.
(๒) ศรุตา เกียรติภาคภูมิ นักออกแบบผลิตภัณฑ์จากเศษโลหะ ผู้ก่อตั้งแบรนด์ PIN
(๓) ศริญญา ลิมป์ทองทิพย์ นักออกแบบกราฟิกดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์ Srinlim
(๔) วนัส โชคทวีศักดิ์ และ คุณ ณิชภัค ต่อสุทธิ์กนก สองดีไซเนอร์ทีนำเสนองานเท็กซ์ไทล์ร่วมสมัย
จากแบรนด์ ease embroidery
สำหรับผู้ได้รับรางวัล DEmark จะได้รับสิทธิประโยชน์มากมายจากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เช่น
• ผู้ได้รับรางวัลสามารถใช้โลโก้ DEmark หรือโลโก้ความร่วมมือ DEmark และ G - mark ในการส่งเสริมการขายสินค้าได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
• ได้รับส่วนลดค่าใช้จ่ายสมทบโครงการร้อยละ ๕๐ ในการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศที่กรมฯ เข้าร่วม (ไม่เกิน ๓ ครั้งในเวลา ๑ ปี)
• ได้รับการประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการขายสินค้าทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการโฆษณาในสื่อต่างๆ รวมทั้งนำสินค้า ไปจัดแสดงนิทรรศการทั้งในและต่างประเทศ อาทิ งานแสดงสินค้า Good Design Exhibition 2018 (G - mark) ณ ประเทศญี่ปุ่น รวมถึงในเมืองใหญ่เช่น มิลาน,ไต้หวัน,เมซอง เป็นต้น
โครงการ DEmark Award 2018 เปิดรับสมัครทั้งในรูปแบบของบริษัทและนักออกแบบอิสระ ซึ่งผู้สมัคร ๑ ราย หรือ ๑ บริษัท สามารถสมัครได้มากกว่า ๑ ผลิตภัณฑ์ แต่ไม่เกิน ๕ ผลิตภัณฑ์ และจะต้องเตรียมเอกสารการ สมัครและเอกสารประกอบต่างๆให้ครบทุกผลิตภัณฑ์โดยสมัครในช่องทางออนไลน์ได้ที่ www.demarkaward.net จนถึง ๓๐ เมษายน ๒๕๖๑ นี้