หากไล่เลียงเรื่องของแพ็กเกจจิ้งในตลาดน้ำอัดลมของบ้านเราแล้วจะพบว่า ในยุค 1.0 นั้นน้ำอัดลมของบ้านเราจะบรรจุในแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วแบบคืนขวดเป็นหลัก ก่อนที่ในยุค 2.0 แพ็กเกจจิ้งแบบ “วันเวย์” เริ่มก่อตัวขึ้นในบ้านเรา ซึ่งกินเวลาในช่วงร่วม 40 ปีที่แล้ว
แพ็กเกจจิ้งแบบขวด PET เริ่มเข้ามามีบทบาทในยุค 3.0 ที่แพ็กไซส์ของตลาดน้ำอัดลมบ้านเรามีความหลากหลายในเรื่องของขนาดบรรจุมากขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะตอบโจทย์โอกาสในการดื่มที่แตกต่างกันออกไป ทั้งที่เป็นการดื่มคนเดียว หรือที่เรียก ว่า Single - Serve และการดื่มแบบแชร์กันหลายคนหรือที่เรียกว่า Muti – Serve
ยิ่งการแยกทางกันระหว่างเป๊ปซี่และเสริมสุข ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายให้กับเป๊ปซี่มาอย่างยาวนาน เมื่อปี 2555 เป๊ปซี่หันมาผลิตและจัดจำหน่ายเอง โดยเน้นการผลิตและจัดจำหน่ายเฉพาะแพ็กเกจจิ้งแบบวันเวย์ ทั้งขวด PET และแคน ก็ยิ่งเป็นตัวที่เร่งให้แพ็กเกจจิ้งแบบวันเวย์ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ ที่บรรจุในขวด PET ที่ตอบโจทย์เรื่องความสะดวกสบายของลูกค้า
ทำให้ตลาดในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา ความแพร่หลายของแพ็กเกจจิ้งแบบ PET เบ่งบานอย่างเต็มที่ จนกลายเป็นแพ็กเกจจิ้งหลักที่ทำยอดขายสูงสุดในตลาดน้ำอัดลมบ้านเราไปแล้วในปัจจุบันนี้

อย่างไรก็ตาม บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มในเครือโคคา-โคล่าในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ ได้มีการเดินหน้าสร้างจุดเปลี่ยนเรื่องแพ็กเกจจิ้งอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ ส่งแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วแบบคืนขวด ลุยเจาะตลาดเมืองท่องเที่ยวและพื้นที่เกาะแก่ง ต่อยอดไปสู่การสร้างความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์
การหันมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดในแพ็กเกจจิ้งแบบขวดแก้วชนิดคืนขวดของหาดทิพย์นั้น มีการลงทุนไลน์ผลิตเครื่องดื่มในขวดแก้วแบบคืนขวดไปเมื่อปี 2567 ที่ผ่านมา ด้วยงบลงทุนถึง 800 ล้านบาท ถือเป็นอีกความพยายามในการผลักดันให้แพ็กเกจจิ้งขวดแก้วแบบคืนขวดกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง โดยในครั้งนี้เป็นการมองไปที่เป้าหมายความยั่งยืนด้านบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากมองเห็นปัญหาของขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นจำนวนมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของภาคใต้

พลตรีพัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC บอกกับเราว่า ปัญหาเรื่องขยะพลาสติกที่เกิดขึ้นนั้นกำลังเป็นปัญหาใหญ่ จึงเป็นที่มาของการให้ความสำคัญกับการทำตลาดสินค้าในแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วแบบคืนขวด ประกอบกับมีการมองว่า แพ็กเกจจิ้งในรูปแบบนี้ยังมีสัดส่วนการขายไม่มากนัก และมีโอกาสในการเติบโตได้อีกมาก จึงเดินหน้ารุกขยายตลาดอย่างเต็มที่ โดยในครั้งนี้มีการดีไซน์ขวดในรูปแบบใหม่ ที่แตกต่างออกไปจากผลิตภัณฑ์ของโค้กที่วางขายในพื้นที่อื่นๆ โดยมีขนาดบรรจุ 300 มล. ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะกับช่องทางขายในร้านอาหารหรือโรงแรม
แพ็กเกจจิ้งแบบใหม่นี้เปิดตัวมาเมื่อปีที่แล้วและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ หาดทิพย์ บอกว่า กลยุทธ์ที่จะเข้ามาช่วยกระตุ้นให้ร้านค้าหันมาจำหน่ายสินค้าที่บรรจุในแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วแบบคืนขวดก็คือ การมีต้นทุนในการซื้อสินค้าเข้าไปขายในร้านที่ต่ำกว่า เนื่องจากหาดทิพย์เป็นคนกระจายสินค้าเข้าร้านเองโดยไม่ผ่านตัวแทนจำหน่ายทำให้มีต้นทุนต่ำกว่า และสามารถทำกำไรได้เพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจสำคัญให้ร้านค้าหันมาขายสินค้าตัวนี้มากขึ้น
เช่นเดียวกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมก็กลายเป็นอีกหัวใจสำคัญให้ร้านค้าโดยเฉพาะเชนโรงแรมและเชนร้านอาหารหันมาเพิ่มน้ำหนักกับการขายสินค้าตัวนี้ โดยหาดทิพย์เองจะเน้นพื้นที่การขายในเมืองท่องเที่ยว และพื้นที่ที่เป็นเกาะในเขตภาคใต้ ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากปัญหาขยะพลาสติกล้นเกาะ จนกลายเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการต้องหันมา ใส่ใจในเรื่องนี้มากขึ้น

ในปีที่แล้ว หากแบ่งยอดขายตามแพ็กเกจจิ้งของสินค้าแล้วพบว่า หาดทิพย์มียอดขายในส่วนที่เป็นแพ็กเกจจิ้งแบบ ขวด PET มากสุด ในสัดส่วนประมาณ 78% ตามมาด้วยแบบแคน 17% ขณะที่แพ็กเกจจิ้งแบบขวดแก้ว และขวดแก้วแบบคืนขวดมีสัดส่วนประมาณ 3% และที่เหลืออีก 2% เป็นแบบอื่นๆ
ตามเป้าหมายที่วางไว้จะมีการเพิ่มสัดส่วนแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วแบบคืนขวดเป็น 10% ในระยะยาว ส่วนในปีนี้มองเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนของแพ็กเกจจิ้งตัวนี้ไว้ที่ 4 – 5% โดยมองถึงการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น รวมถึงการเพิ่มไลน์สินค้าใหม่ๆ ในแพ็กเกจจิ้งแบบนี้อีกอย่างน้อยๆ 1 ตัว
นอกจากการมุ่งสร้างธุรกิจขวดแก้วให้เติบโตเพื่อลดการพึ่งพาบรรจุภัณฑ์พลาสติกแล้ว บริษัทยังมุ่งมั่นในการทำงานร่วมกับโคคา-โคล่า และองค์กรพันธมิตรเพื่อจัดเก็บบรรจุภัณฑ์ในพื้นที่ภาคใต้และนำกลับมารีไซเคิลใช้ใหม่ (Collection for Recycling) โดยในขณะนี้ บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการหารือกับโคคา-โคล่า และองค์กรพันธมิตรเพื่อกำหนดเป้าหมายและกรอบระยะเวลาที่เหมาะสม โดยคาดว่าจะเปิดตัวโครงการได้ภายในปีนี้
ว่าไปแล้ว ผู้บริโภคชาวไทยจะคุ้นเคยกับน้ำอัดลมที่บรรจุในแพ็กเกจจิ้งขวดแก้วแบบคืนขวดเป็นอย่างดี โดยภาพที่ ชินตาในอดีตก็คือการซื้อโค้กใส่ถุงและใส่น้ำแข็งด้วย ซึ่งที่ผ่านมาหาดทิพย์เองก็มีไลน์ผลิตสินค้าในขวดแก้วแบบคืนขวดรูปแบบเดิมที่หาดใหญ่ที่ผลิตมาอย่างยาวนาน 55 ปี
การลงทุนในไลน์ผลิตใหม่ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกการเปลี่ยนภาพที่คนไทยคุ้นชิน มาสู่การขับเคลื่อนด้วยบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยสร้างความยั่งยืนในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นอีกคีย์กลยุทธ์ที่ถูกให้ความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั่นเอง....