กลายเป็นลายเซ็นเฉพาะตัวไปแล้วสำหรับหนังโฆษณาของ “ไทยประกันชีวิต” ที่เล่าเรื่องในสไตล์ Sadvertising ทำให้แต่ละเรื่องที่ผลิตออกมา นอกจากจะกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึก จุดประกายให้คนดูได้แง่คิด และมุมมองการใช้ชีวิตแล้วยังใจฟูกลับไปทุกครั้ง
ตรงนี้เองที่เป็นแนวทางการสร้างความแตกต่างของแบรนด์ไทยประกันชีวิต ซึ่งถูกพัฒนาภายใต้แนวความคิด “คุณค่าของชีวิตและคุณค่าของความรัก” (Value of Life, Value of Love) จนกลายเป็นเอกลักษณ์ และได้รับการจดจำ สอดคล้องกับ Brand Purpose ของบริษัทในการเป็นแบรนด์ที่ได้รับความชื่นชอบ ความไว้วางใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้คนในสังคม

โดยเฉพาะในเรื่องการสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหนังโฆษณาของไทยประกันชีวิตแต่ละเรื่องมักสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับสังคมได้ทุกครั้ง เพราะเป็นการหยิบยกประเด็นในสังคมที่เกิดขึ้นจริงมาพูดถึง ทำให้เกิดความรู้สึกร่วมกับสิ่งที่หนังกำลังจะสื่อสาร แล้วหนังโฆษณาหลายเรื่องที่เล่าเรื่องผ่านตัวละครที่เป็นคนตัวเล็กในสังคม เลยยิ่งไปกระแทกใจคนดู จนส่งแรงกระเพื่อมให้สังคมพูดถึงเป็นวงกว้าง นอกจากสร้างแรงบันดาลใจแล้วยังช่วยกระตุ้นให้คนฉุกคิดถึงคุณค่าของชีวิต คุณค่าของความรัก แบรนด์ไทยประกันชีวิตจึงเข้าไปอยู่ในใจผู้บริโภคได้ง่าย และนำไปสู่เป้าหมายการเป็น Brand Love
อย่างหนังโฆษณาเรื่องล่าสุด “Under My Skin ผิวของแม่” ยิ่งเป็นการตอกย้ำให้เห็นว่าไทยประกันชีวิตคือแบรนด์ประกันชีวิตของไทย ที่ไม่เคยหยุดให้แรงบันดาลใจกับคนไทยแถมยังสร้างความภูมิใจให้คนไทย หลังไปคว้ารางวัลจากหลากหลายเวที ทั้ง ADFEST 2024: 1 Gold ด้าน CASTING, 1 Silver ด้าน DIRECTING และ 1 Bronze ด้าน SCRIPT, Spikes Asia Awards 2024: 1 Silver และ 2 Shortlisted, Clio Awards 2024: 2 Bronze ในสาขา Branded Entertainment & Content: Film-Scripted และสาขา Film Craft: Casting/Performance และ D&AD Awards 2024 : 1 Shortlisted ที่สำคัญยังคว้ารางวัล Bronze จากเวทีระดับโลก Cannes Lions 2024 ในหมวด Film ซึ่งว่ากันว่าถ้าผลงานไม่ถึงจริง โอกาสที่จะได้รางวัลในหมวดนี้ยากมากๆ


แล้วพอดูจบก็ไม่แปลกใจเลย เพราะ “ผิวของแม่” หยิบยกเอาประเด็นคุณค่าของการกระทำมาพูดถึง ซึ่งกระตุ้นให้คนในสังคมตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างคุณค่าให้กับตัวเอง และส่งต่อคุณค่าให้กับผู้อื่นผ่านการกระทำ มากกว่าการตัดสินจากรูปร่างหน้าตา
หนังเล่าเรื่องเด็กหญิงคนหนึ่งที่ไม่ได้มีรูปลักษณ์ภายนอกตามพิมพ์นิยม กลายเป็นความต่างที่ทำให้เพื่อนร่วมห้องในโรงเรียนรุมรังแกสารพัด แต่เธอก็ไม่เคยคิดที่เปลี่ยนตัวเองให้เป็นไปตาม Beauty Standard เพราะรู้ดีว่าสีผิว และหน้าตานั้นเธอได้มาจากไหน ก็แม่ของเธอนั่นเอง คนที่ทำงานหนักเพื่อเธอ และสอนให้เธอเข้มแข็ง คิดถึงคนอื่นและไม่ละทิ้งความเชื่อในสิ่งที่คิดว่าดี
เชื่อว่าเมื่อทุกคนดูหนังโฆษณาเรื่องนี้จบจะทำให้เราฉุกคิดว่า แท้จริงแล้วสิ่งที่ตัดสินคุณค่าของเรานั้นไม่ได้เกิดจากรูปลักษณ์ภายนอก แต่เกิดจากการกระทำที่มีความหมายและคุณค่า ซึ่งเปรียบเสมือนอนุสาวรีย์ชีวิตของแต่ละคน
ถือได้ว่า
“ผิวของแม่” ได้ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีในการสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตด้วย
“การทำชีวิตให้มีคุณค่า”ต่อตนเอง และผู้อื่น เพราะสุดท้ายแล้วในวันที่เราจะนึกถึงใครสักคน เราจะจดจำในคุณค่าหรือสิ่งที่เขาได้ทำให้กับผู้อื่นนั่นเอง ลองไปชม
“ผิวของแม่” ให้ใจฟูกันได้ที่ Link VDO https://
www.facebook.com/thailifepage/videos/392434803248849