อัตราการเกิดลดลง แต่ทำไมตลาดเด็ก-ครอบครัวยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง?
ตลาดสำหรับเด็ก-ครอบครัวยังเป็นที่น่าจับตามอง เห็นได้จากภาพรวมตลาดยังคงเติบโตต่อเนื่องทุกปี เนื่องจากพ่อแม่ยุคใหม่มีการวางแผนเตรียมตัวก่อนมีลูกมากขึ้น ทำให้ครอบครัวยุคใหม่พร้อมจ่ายสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ดีและตอบโจทย์สำหรับเด็ก

หากย้อนไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ธุรกิจที่กระโดดลงไปเล่นในตลาดนี้ และทำได้อย่างดีนั่นคือโรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ซึ่งนับเป็น การเคลื่อนไหวที่สำคัญกับการเปิดตัว “KIDS CINEMA โรงภาพยนตร์เด็กและครอบครัว” แห่งแรกในเมืองไทยที่เมกา ซีนีเพล็กซ์ ที่นอกจากกลุ่มวัยรุ่น คนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์แล้ว ยังมีกลุ่มเด็กและครอบครัวที่มีโอกาสเติบโตสูง ทำให้เมเจอร์เริ่มเดินเกมเจาะเซ็กเม้นต์ตามกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น
ไม่เพียงเท่านั้น หากดูตลาดภาพยนตร์แอนิเมชั่นอย่าง Inside Out 2 ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นาน สามารถกวาดรายได้จากโรงภาพยนตร์ สร้างปรากฏการณ์เป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้อันดับ 1 ของโลกในปี 2024 และรายได้ในไทยก็กำลังมุ่งหน้าสู่ 150 ล้านบาท
สำหรับ Lineup ภาพยนตร์แอนิเมชั่น และภาพยนตร์สำหรับเด็กและครอบครัวที่น่าสนใจในช่วงครึ่งปีหลังจากนี้ เช่น Despicable Me 4 (กำลังฉาย) Detective Conan The Million-Dollar Pentagram (8 ส.ค. 2024) Totto-Chan (15 ส.ค. 2024 ) Crayon Shinchan The Movie: Our Dinosaur Diary (29 ส.ค. 2024) องครักษ์พิทักษ์เจี๊ยบ Out of the Nest (5 ก.ย. 2024) Transformers One (26 ก.ย. 2024) The Wild Robot หุ่นยนต์ผจญภัยในป่ากว้าง (17 ต.ค. 2024) Doraemon the Movie: Nobita's Earth Symphony’ (3 ต.ค. 2024) Moana 2 (28 พ.ย. 2024) Mufasa: The Lion King (19 ธ.ค. 2024) และ Sonic the Hedgehog 3 (26 ธ.ค. 2024)

คุณนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เล่าถึงแนวคิดและที่มาในการทำโรงภาพยนตร์ Kids Cinema ว่า เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์มองเห็นโอกาสเติบโตของตลาดโรงภาพยนตร์เด็ก จากการขยายตัวของฐานลูกค้าสมาชิก M Gen Kids และพฤติกรรมผู้บริโภคกลุ่มครอบครัวที่มีแนวโน้มออกมาทำกิจกรรมร่วมกันในช่วงวันหยุดมากขึ้น ซึ่ง Pain Point ของการดูหนังในโรงภาพยนตร์สำหรับเด็กคือการรบกวนลูกค้ากลุ่มอื่น แสงสว่างไม่เพียงพอ ไม่มีภาพยนตร์เฉพาะสำหรับเด็ก ทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการกับกลุ่มนี้ได้ ดังนั้นเราจึงได้นำ Pain Point นี้มาปรับปรุงและพัฒนาจึงได้เปิดโรงภาพยนตร์ Kids Cinema ซึ่งมีการเพิ่มแสงสว่างขึ้น +20% และลดเสียงลง -30% พร้อมสนุกกับบ่อบอลและสไลเดอร์ภายในโรงภาพยนตร์ และกิจกรรมสนุกๆด้านหน้าโรง ก่อนเข้าชมภาพยนตร์ รวมถึงโซฟาขนาดใหญ่พิเศษที่สามารถนั่งดูหนังได้ทั้งครอบครัว

จากวันนั้นถึงวันนี้ โรงภาพยนตร์ Kids Cinema ปัจจุบันมี 14 สาขา และมีเป้าหมายขยายสาขาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2567 นี้มีแผนเพิ่มอีก 7 สาขา รวมเป็น 21 สาขา และปีหน้า 2568 จะขยายเพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัวให้ครบ 40 สาขา สำหรับจำนวนสมาชิก M GEN Kids ตั้งเป้าปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 250,000 สมาชิก ด้านการขายตั๋วคาดว่าจะสร้างยอดขายตั๋วสำหรับลูกค้ากลุ่มเด็กและครอบครัวแตะ 1,000,000 ใบ และประเภทภาพยนตร์ที่จะเข้าฉาย มีความหลากหลายแนวให้เด็กๆ ได้เลือกชมมากขึ้น เช่น แอนิเมชั่น, การ์ตูน, ผจญภัย หรือการ์ตูนอนิเมะญี่ปุ่น เพิ่มขึ้นเป็น 40 เรื่องต่อปี จากเดิม 20 เรื่องต่อปี
ด้านการพัฒนาธุรกิจร่วมกันกับพาร์ตเนอร์ชิพ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ได้ทำ Partnership Cinema Marketing เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมทางการตลาดร่วมกับคู่ค้าอยู่เสมอ คุณนรุตม์ เล่าถึงความสำเร็จของกิจกรรมที่ทำร่วมกับ LAZADA ที่ผ่านมากับกลยุทธ์ Naming Sponsor ของโรงภาพยนตร์ Kids Cinema อย่าง LAZADA Kids Cinema ที่ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ที่ต้องการเจาะกลุ่มแม่และเด็กและครอบครัวคนรุ่นใหม่มากขึ้นมีการทำ Cross Promotion ร่วมกัน เช่น มีการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ ในราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าที่ซื้อผ่าน LAZADA มีกิจกรรม CRM ด้วยการพาลูกค้า Top Spender ของ LAZADA มาดูหนัง สิ่งเหล่านี้คือการที่ทำให้ผู้คนรู้สึกว่า LAZADA มีความใกล้ชิด เข้าถึงง่าย สร้าง Brand Association ช่วยให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์เป็นที่น่าจดจำและช่วยให้ลูกค้านึกถึงแบรนด์ได้ทันทีหากนึกถึงสินค้าที่เกี่ยวข้อง
อีกหนึ่งความสำเร็จคือแบรนด์ KODOMO เพื่อสร้าง Brand Awareness ได้ร่วมกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์เปิดตัว KODOMO Kids Cinema ที่เมกา ซีนีเพล็กซ์ และเวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์ ได้สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กแต่ละช่วงวัย อย่างการดูหนังในโรงภาพยนตร์เพื่อฝึกการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น เช่นเดียวกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์เองก็พยายามสร้างวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ที่ดีของลูกค้าตั้งแต่วัยเด็กผ่านกลุ่มครอบครัว เพื่อที่ว่าเด็กจะมีความคุ้นชินกับโรงภาพยนตร์เมื่อโตขึ้นก็จะมีวัฒนธรรมการชมภาพยนตร์ในโรงภาพยนตร์มากขึ้น


ไม่นานมานี้ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ได้ร่วมกับสลากกินแบ่งรัฐบาลกับโครงการ “สลากเติมสุข ชวนน้องดูหนัง” ซึ่งเป็นเรื่องของการทำ CSR พาน้องๆ เด็กด้อยโอกาสเข้ามาดูหนังที่โรงภาพยนตร์ ซึ่งหนังที่ดูจะเป็นเนื้อหาที่ให้ความรู้ และได้ความบันเทิงด้วย
ต้องบอกก่อนว่า Naming Sponsor คือการที่บริษัทหรือแบรนด์ซื้อสิทธิ์ในการใช้ชื่อของตนในสถานที่หรือการจัดอีเวนท์ ซึ่งในกรณีของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คือการที่แบรนด์ได้นำชื่อไปผูกไว้กับโรงภาพยนตร์ เรียกได้ว่าเป็นกลยุทธ์ Win-Win Strategy ที่ส่งผลดีต่อทั้งแบรนด์พันธมิตรและทางโรงภาพยนตร์นั่นเอง
สำหรับแผนการร่วมมือพาร์ทเนอร์ในปีนี้ เรื่องของการทำ Naming Sponsor คุณนรุตม์ เผยว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปีนี้ เมเจอร์ฯมีพันธมิตรมาร่วมเป็น Naming Sponsor แล้ว 6 ราย และกำลังอยู่ในการพูดคุยนำเสนออีก 6 ราย รวมแล้วปีนี้คาดว่าน่าจะมีประมาณ 12 ราย ซึ่งการทำ Naming Sponsor เป็นการทำ Long-term Partnership ดังนั้นสิ่งที่ชัดเจนที่แบรนด์จะได้เมื่อร่วมทำ Naming Sponsor กับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ คือจะได้สร้าง Brand Awareness ได้ใกล้ชิดและสร้างความผูกพันกับผู้บริโภคมากขึ้น นำไปสู่การเพิ่มยอดขาย และปูเส้นทางสู่การสร้าง Brand Loyalty อย่างยั่งยืน

โรงภาพยนตร์ Kids Cinema ตอบโจทย์กลุ่มพ่อแม่ที่นิยมพาลูกไปสัมผัสประสบการณ์ความบันเทิงนอกห้องเรียน หรือ Edutainment ซึ่งภาพยนตร์เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่พ่อแม่อยากให้ลูกได้เรียนรู้ แต่ที่ผ่านมาอาจติดปัญหาการเข้าชมในโรงภาพยนตร์ปกติ ที่ไม่เอื้ออำนวย และยังไม่มีภาพยนตร์สำหรับเด็กที่หลากหลาย วันนี้โรงภาพยนตร์ Kids Cinema พร้อมแล้วที่จะแก้ Pain Point เหล่านั้น
ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เด็กๆสามารถมาดูหนังไปพร้อมๆกับการจัดปาร์ตี้ทำกิจกรรมในรูปแบบ More Than Cinema ที่ Kids Cinema เช่น Private Birthday Party จัดฉลองวันเกิด ซึ่งทางเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ มีการตกแต่งให้พร้อม มีลูกโป่งป้ายไฟเบิร์ดเดย์ ขนม เครื่องดื่ม หรือจะเป็น Group Booking ปิดรอบเหมาโรงเพื่อชมภาพยนตร์ พร้อมทั้งมีจัดกิจกรรม EVENT สำหรับเด็กอีกด้วย
นอกเหนือจากกิจกรรมที่กล่าวมา สิ่งที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์กำลังทำคือการเป็นตัวกลางระหว่างแบรนด์และผู้บริโภค ซึ่งกิจกรรมการตลาดโรงภาพยนตร์ ทั้งในรูปแบบ Movie Marketing และ Naming Sponsor เป็นกลยุทธ์ที่เข้าถึงและเห็นผลได้ชัดเจน เพราะช่วยสร้างประสบการณ์ที่ดีและสิทธิพิเศษสูงสุดให้กับลูกค้าเหมาะแก่การทำ Loyalty หรือ CRM อีกทั้งทำ CSR ได้อีกด้วย