“ไทร์พลัส (TYREPLUS)” คือหนึ่งในแบรนด์ศูนย์บริการรถยนต์และยางรถยนต์ครบวงจรที่อยู่คู่ใจคนใช้รถในเมืองไทยมานานกว่า 20 ปี ซึ่งแน่นอนว่าตลอดสองทศวรรษในการดำเนินธุรกิจ ทำให้บริษัทฯ มีอินไซต์เกี่ยวกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างลึกซึ้ง หรือเรียกได้ว่า “รู้ใจ” ลูกค้าแบบทะลุปรุโปร่งเลยทีเดียว ซึ่งสิ่งนี้ถือเป็น Brand DNA ที่โดดเด่นและยังเป็นที่มาของแคมเปญล่าสุด “มาทีไรก็ทัชใจ…ที่ไทร์พลัส”
เมื่อพูดถึงการดำเนินงานศูนย์บริการรถยนต์ในปัจจุบัน นอกจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพที่เหมาะสมกับความต้องการและงบประมาณของลูกค้าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือมาตรฐานบริการ ทักษะเชิงเทคนิค และความเข้าอกเข้าใจในความจำเป็นที่เร่งด่วนของลูกค้า ซึ่งทั้งหมดนี้ได้ถูกนำมาตีความใหม่เพื่อสร้างจุดแข็งที่ชัดเจนของแบรนด์ไทร์พลัสจนกลายเป็น “ไทร์พลัส สปิริต (TYREPLUS Spirit)” ซึ่งประกอบด้วย ความทุ่มเท ความเชี่ยวชาญ และความเข้าใจลูกค้า ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งเหล่านี้คือทัศนคติที่ถูกปลูกฝังไว้ในตัวพนักงานทุกคน เพราะไทร์พลัสถือว่าพนักงานเป็นฟันเฟืองหลักของศูนย์บริการ ซึ่งในปัจจุบันมีมากกว่า 160 สาขากระจายอยู่ทั่วเมืองไทย

นอกจากการคัดสรรบุคลากรอย่างเข้มงวด พนักงานไทร์พลัสยังต้องเข้ารับการฝึกอบรมเป็นประจำทั้งในเรื่ององค์ความรู้และเทคนิคการซ่อมบำรุงขั้นสูง ตลอดจนเทรนด์การดูแลรถยนต์รูปแบบใหม่ ๆ และสิ่งสำคัญคือความเข้าใจและทัศนคติเชิงบวกในการให้บริการที่ดีที่สุด เพราะบริษัทฯ กำหนดเป้าหมายให้ศูนย์บริการไทร์พลัสทุกสาขามีวิสัยทัศน์ร่วมกันในการมุ่งมั่นมอบประสบการณ์ที่มากกว่าความประทับใจ โดยพนักงานที่รู้ลึก รู้จริง และเข้าใจลูกค้าในทุก ๆ มิติ
เจาะลึกแคมเปญล่าสุด “มาทีไรก็ทัชใจ…ที่ไทร์พลัส” แบรนด์ได้เลือกสื่อสารด้วยคีย์เวิร์ดง่าย ๆ และตรงไปตรงมาว่า “ทัชใจ” ซึ่งเป็นมากกว่าความประทับใจ เพราะการทัชใจคือการเข้าไปนั่งในหัวใจของลูกค้าและเข้าใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ แม้จะไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการซ่อมบำรุงโดยตรงก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น บริษัทฯ เคยได้รับฟีดแบ็กที่ดีจากลูกค้าผ่านช่องทางต่าง ๆ อยู่เสมอในกรณีที่ลูกค้าเกิดปัญหาฉุกเฉินและต้องการที่พึ่งอย่างเร่งด่วน ซึ่งไทร์พลัสสามารถเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าได้อย่างรวดเร็วทันเวลาและสร้างประสบการณ์ “ทัชใจ” ให้กับลูกค้าหลายรายมาได้อย่างยาวนาน

แคมเปญใหม่นี้ยังได้พรีเซนเตอร์หนุ่มซุป’ตาร์คนเดิมอย่าง “มาริโอ้ เมาเร่อ” มาร่วมเดินทางไปกับไทร์พลัสเป็นปีที่ 4 ซึ่งคงไม่มีใครปฏิเสธว่าหนุ่มมาริโอ้คือหนึ่งในดารายอดนิยมของเมืองไทยที่มีภาพลักษณ์ดีมาโดยตลอด (เสมือนแบรนด์ไทร์พลัสที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 2 ทศวรรษ) นอกจากนี้ มาริโอ้ยังเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคในแทบทุกเจเนอเรชัน ทั้งวัยผู้ใหญ่ วัยทำงาน ไปจนถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งกลุ่มเป้าหมายที่สำคัญของไทร์พลัสในอนาคต
อีกหนึ่งบุคลิกภาพที่ไทร์พลัสต้องการสื่อสารผ่านแบรนด์พรีเซนเตอร์หนุ่มคนนี้ คือ ความเข้าถึงง่าย เพราะไทร์พลัสมีสาขาทั่วไทยเพื่อให้ทุกคนสามารถใช้บริการได้อย่างสะดวก เหมือนกับลักษณะสบาย ๆ เข้าถึงง่าย และอารมณ์ดีของหนุ่มมาริโอ้นั่นเอง และยังสอดคล้องกับภาพลักษณ์ด้านความจริงใจที่ไทร์พลัสต้องการสื่อสารไปยังลูกค้าอย่างต่อเนื่อง โดยทางแบรนด์ไม่ต้องการ Positioning ให้ดูพรีเมียมจนห่างเหินจากผู้บริโภค แต่มุ่งหน้าสู่การเป็นแบรนด์ศูนย์บริการที่ทำงานอย่างมืออาชีพด้วยความจริงจัง จริงใจ เข้าถึงง่าย และพร้อมซัพพอร์ตลูกค้าอย่างเต็มที่

อีกหนึ่งเคล็ดลับการทำงานให้ “ทัชใจ” ลูกค้าได้อย่างแท้จริง คือการเก็บข้อมูลของลูกค้าแต่ละรายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทำให้ไทร์พลัสรู้จักและเข้าใจถึงความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละรายอย่างละเอียด ทำให้ทุกครั้งที่ลูกค้าเข้ามารับบริการจึงไม่จำเป็นต้องพูดคุยรายละเอียดกันใหม่ตั้งแต่ต้น แต่สามารถคาดการณ์หรือติดตามผลการซ่อมบำรุงในครั้งก่อน ๆ ได้ทันที ซึ่งช่วยให้พนักงานไทร์พลัสมอบบริการได้อย่างฉับไวและตอบโจทย์ทุกความต้องการได้อย่างตรงจุด จึงไม่เพียง “ทัชใจ” แต่สามารถ “มัดใจ” ลูกค้ามาได้อย่างยาวนาน
ปัจจุบัน ไทร์พลัสดำเนินธุรกิจแฟรนไชส์ศูนย์บริการรถยนต์และยางรถยนต์ครบวงจรในรูปแบบโมเดิร์นเทรดที่ทันสมัย โดยมีสาขาบริการมากกว่า 160 สาขาทั่วประเทศ บริษัทฯ ยังตั้งเป้าขยายสาขา 10-15 แห่งต่อปี เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการที่ “ทัชใจ” ได้อย่างเป็นรูปธรรมและมีความสะดวกสบายมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งเป็นการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย
วันนี้ ผู้สนใจสามารถมาทดลองประสบการณ์ “ทัชใจ” เพื่อสัมผัสกับ Brand DNA ได้ที่ศูนย์บริการไทร์พลัสสาขาใกล้บ้านคุณ โดยดูข้อมูลสาขาได้ที่เว็บไซต์ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ทาง Facebook
#TYREPLUSTHAILAND #มาทีไรก็ทัชใจที่TYREPLUS #ทัชทั้งใจที่ไทร์พลัส