ว่ากันว่า นอกจากเรื่องของช่องทางขายที่มีความสลับซับซ้อน รวมถึงมีช่องทางการขายใหม่ๆ ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์ความสะดวกสบายที่ทำให้สามารถซื้อได้ทุกที่ทุกเวลาแล้ว
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปอีกอย่างก็คือรูปแบบของการขาย ที่เริ่มมีความหลากหลายและพัฒนาลูกเล่นใหม่ๆ เข้ามาเจาะลูกค้ามากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการนำเสนอการขายในรูปแบบของเงินผ่อน ที่ในอดีตการผ่อนชำระค่าสินค้าอาจจะต้องใช้บัตรเครดิต หรือบัตรผ่อนสินค้า
แต่ในปัจจุบัน การเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ทำให้เกิดรูปแบบการขายที่เรียกว่า Buy Now, Pay Later (BNPL) หรือ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” เป็นรูปแบบการชำระเงินที่มาแรงอย่างต่อเนื่องในช่วง 1 – 2 ปีหลังมานี้ ด้วยเหตุผลจากการที่การชำระเงินในรูปแบบนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การซื้อสินค้าของคนมิลเลนเนียล หรือ Gen Z
หากมองเข้ามาที่ความหมายของรูปแบบการชำระเงินดังกล่าวนี้ก็คือบริการการเงินที่จุดขาย (Point of Sale Financing: POS) โดยผู้ขายจะอนุมัติให้ลูกค้าได้ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการก่อน และหลังจากนั้นค่อยผ่อนชำระค่าสินค้าและบริการเป็นขั้นตอนถัดไป
Buy Now, Pay Later นี้ ส่วนหนึ่งจะเกิดขึ้นบนความนิยมของการซื้อสินค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่เติบโต ค่อนข้างมากในช่วงการระบาดของโควิด – 19 โดยการผลักดันการเติบโตนั้นมาจากผู้เล่นในตลาดอีคอมเมิร์ซรวมถึงบรรดา ระบบเพย์เม้นต์ของดิจิทัล วอลเล็ท ที่มองเห็นพฤติกรรมการซื้อสินค้าของคนเจนนี้ จึงพัฒนารูปแบบการให้บริการขึ้นมาเพื่อ ตอบโจทย์พวกเขา
หากมองเข้ามาที่รายละเอียดของ Buy Now, Pay Later หรือซื้อก่อนจ่ายทีหลังนี้แล้ว หลายคนอาจจะมองว่าคล้าย กับรูปแบบของการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิตที่สามารถผ่อนชำระค่าสินค้าและบริการได้ โดยคิดอัตราดอกเบี้ยตามที่กำหนด

แต่สำหรับ Buy Now, Pay Later แล้วจะแตกต่างตรงที่ผู้ให้บริการจะวิเคราะห์ความเสี่ยงจากข้อมูลของผู้ใช้บริการว่ามีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหนก่อนที่จะอนุมัติ
เป็นการใช้ระบบดาต้าเข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนตามรูปแบบการทำตลาดในปัจจุบัน โดยจะมีระยะเวลาการผ่อนชำระในจำนวนงวดที่ไม่มากนัก ซึ่งผู้ใช้บริการมีตัวเลือกที่ยืดหยุ่น สามารถเลือกแบ่งชำระเงินได้เป็นงวดๆ เช่น ทุกๆ 2 สัปดาห์ หรือทุกๆ เดือน และสามารถชำระเงินสดผ่านธนาคาร หักจากบัตรเดบิต หรือบัตรเครดิตได้อัตโนมัติ
ขณะเดียวกัน ยังมีการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยไม่เพียงแค่การนำดาต้าเข้ามาวิเคราะห์ความเสี่ยงเท่านั้น แต่ยังอาจจะรวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาควบคุมการใช้งานของสินค้าที่ซื้อไป ซึ่งหากผิดนัดชำระค่างวดก็อาจจะไม่สามารถใช้สินค้าที่ซื้อไปได้
อย่างในกรณีของโทรศัพท์มือถือซัมซุง ที่ประสบความสำเร็จในการใช้รูปแบบการผ่อนชำระสินค้าที่ว่านี้เข้ามาช่วยในการทำตลาด โดยซัมซุงให้บริการซัมซุงไฟแนนซ์พลัส (Samsung Finance+) ในเดือนตุลาคม 2565 เป็นการร่วมมือกันระหว่าง บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด และบริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด ซึ่งหลังจากการเปิดให้บริการเพียง 1 ปีครึ่ง ก็สามารถกวาดยอดผู้ใช้บริการได้กว่า 1 ล้านรายเลยทีเดียว
ซัมซุงไฟแนนซ์พลัส เป็นนวัตกรรมทางการเงินรูปแบบสินเชื่อดิจิทัล เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือซัมซุงได้ ผ่อนได้โดยใช้บัตรประชาชนเป็นหลักฐานเพียงใบเดียว โดยมีข้อเสนอสินเชื่อที่ออกแบบให้เหมาะสมกับกำลังซื้อของลูกค้า พร้อมกับเทคโนโลยีระบบความปลอดภัยน็อกซ์การ์ด (Knox Guard) ที่จะแจ้งเตือนลูกค้าก่อนถึงวันชำระค่างวด และหากลูกค้าชำระล่าช้า โทรศัพท์มือถือจะถูกล็อกจนกว่าจะชำระค่างวดเสร็จสมบูรณ์ เพื่อสร้างวินัยในการชำระสินเชื่อ และช่วยควบคุมความเสี่ยงอย่างรัดกุม ซึ่งถือเป็นการนำจุดแข็งของผู้ให้บริการที่เป็น FinTech ที่เลือกใช้เทคโนโลยีและดาต้าเข้ามาเป็นตัวช่วยในการบริหารจัดการเรื่องความเสี่ยง
ถือเป็นอีกการทำตลาดที่มุ่งเน้นการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคม โดยพบข้อมูลในเดือนมิถุนายน 2567 มียอดผู้ซื้อโทรศัพท์มือถือและแท็บเลตกว่า 100,000 เครื่องที่เลือกใช้บริการนี้
โดย Samsung Finance+ เป็นการให้บริการแบบดิจิทัลในทุกขั้นตอน ทั้งการสมัครและการอนุมัติ ช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือหรือแท็บเลตที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงาน นอกจากนี้ บริการนี้ยังมีการให้คำปรึกษาและแนะนำลูกค้าตลอดระยะเวลาสัญญา รวมถึงการให้ข้อมูลและคำเตือนที่ ควรทราบ เพื่อส่งเสริมวินัยทางการเงินที่ดี ด้วยการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและการให้บริการที่เป็นธรรม ทำให้สินเชื่อ Samsung Finance+ กลายเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อเพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือและแท็บเลตในประเทศไทยอย่างรวดเร็ว

มร.มาร์ค คิม ประธานองค์กร ธุรกิจโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด บอกว่า ความร่วมมือกับเคบี เจ แคปปิตอล ได้สร้างนวัตกรรมบริการทางการเงินใหม่ที่ทำให้การเป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือซัมซุงเป็นเรื่องสะดวกและรวดเร็วขึ้น หลังจากเปิดให้บริการสินเชื่อ Samsung Finance+ มากว่า 1 ปีครึ่ง บริการนี้ได้รับการตอบรับอย่าง ล้นหลามจากลูกค้า โดยมีผู้ใช้บริการทะลุ 1 ล้านคน ความสำเร็จนี้ทำให้ Samsung Finance+ ในประเทศไทยกลายเป็นต้นแบบของบริการสินเชื่อดิจิทัลสำหรับซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ขณะที่ มร.ฮยอน วู โน Chief Executive Officer บริษัท เคบี เจ แคปปิตอล จำกัด (KB J Capital) เสริมว่า บริการสินเชื่อ Samsung Finance+ ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากผู้ใช้บริการกว่า 1 ล้านคน ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่มีคุณภาพ โดยใช้เทคโนโลยีในการควบคุมความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นการให้สินเชื่อด้วยความรับผิดชอบและเป็นธรรม นโยบายหลักนี้มีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของลูกค้าชาวไทย ให้สามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินได้อย่างสะดวกสบาย
ความนิยมของพฤติกรรมการซื้อแบบ Buy Now, Pay Later อาจจะเข้ามาเป็นแรงท้าทายสำคัญของธุรกิจบัตรเครดิต เพราะเป็นการเข้าถึงการซื้อที่ง่ายกว่า ไม่มีค่าธรรมเนียม แถมบางครั้งยังปลอดดอกเบี้ย ทำให้เราได้เห็นการขยับตัวของ แบงก์พาณิชย์ที่เริ่มส่งบริษัทในเครือเข้ามาให้บริการในส่วนนี้ อย่างกรณีของธนาคารกรุงศรี ที่บริษัทในเครืออย่างกรุงศรี คอนซูมเมอร์มีการเปิดตัวบริการ BNPL (Buy Now, Pay Later) หรือสินเชื่อซื้อก่อนผ่อนทีหลัง เมื่อปี 2566ซึ่งเป็นบริการทางการเงินที่กรุงศรี คอนซูมเมอร์ คาดหวังว่าจะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายฐานลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีบัตรเครดิต
เป็นอีกการขยับตัวที่บ่งบอกถึงเทรนด์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี...