กลุ่มเอ็ม บี เค ลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อพลิกโฉมศูนย์การค้าในเครืออย่างพาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าโซนกรุงเทพฯ ตะวันออก ที่มาพร้อมกับกลยุทธ์และคอนเซ็ปต์ใหม่ LIVING in HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี โดยมีจุดเด่นสำคัญ คือการเป็นแลนด์มาร์ค Health and Wellness แบบองค์รวม ภายใต้การร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำด้านสุขภาพ สร้างประสบการณ์ครั้งสำคัญให้กับผู้บริโภคในย่านดังกล่าวและพื้นที่ใกล้เคียง ผ่านการนำเสนอศูนย์บริการด้านสุขภาพมากมาย อีกทั้งยังดึงร้านค้าและร้านอาหารชั้นนำร่วมเสริมทัพการใช้ชีวิตดีๆ ผ่านการกินดี อยู่ดี และสุขภาพดี
เริ่มการรีโนเวทพื้นที่ศูนย์การค้าฯ ทั้งหมดกว่า 260,000 ตารางเมตร ตั้งแต่ต้นปี 2566 ดำเนินการปรับรูปลักษณ์และบรรยากาศผ่านการตกแต่งทั้งภายในและภายนอกด้วยแนวคิด “Natural” ประกอบไปด้วยต้นไม้หลากหลายรูปแบบทั่วทุกพื้นที่ เพื่อเพิ่มสุนทรียภาพให้แก่ผู้มาใช้บริการ สร้างความรู้สึกผ่อนคลาย เข้าถึงง่าย แนวคิดการออกแบบครั้งนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากโลเคชั่นของพาราไดซ์ พาร์ค ที่ตั้งอยู่ใกล้กับสวนหลวง ร.9 ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สีเขียวที่เปรียบเสมือน “ปอด” ของกรุงเทพตะวันออก มากไปกว่านั้นจากการดำเนินงานปรับโฉมพาราไดซ์ พาร์ค จึงได้มีโอกาสนำโซล่าเซลล์เข้ามาใช้ในพื้นที่ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนอีกด้วย
ปัจจุบันพื้นที่ภายในพาราไดซ์ พาร์ค มีผู้เช่ากว่า 80% และมีร้านค้าที่เจรจาเรียบร้อยแล้วอีกประมาณ 5-6% ฉะนั้นศูนย์การค้าโฉมใหม่แห่งนี้เรียกได้ว่ามีผู้ค้าพร้อมให้บริการแก่ผู้มาเยี่ยมเยียนแทบจะเต็มพื้นที่แล้ว

คุณวิจักษณ์ ประดิษฐวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) เผยถึงกลยุทธ์และคอนเซ็ปต์ใหม่
“LIVING in HARMONY ใส่ใจการใช้ชีวิต กินดี อยู่ดี สุขภาพดี” ว่าได้มีการเชื่อมโยงบริการด้านสุขภาพเข้ามาในห้างโฉมใหม่มากยิ่งขึ้น หวังให้เป็นแลนด์มาร์ค Health and Wellness แบบองค์รวม ทั้งการสร้างเสริม ป้องกัน ดูแล รักษา บำบัด ฟื้นฟู แบบครบวงจรในย่านศรีนครินทร์
“เราสังเกตพบพฤติกรรมคนในสังคมไทยที่หันมาดูแลใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จึงจับมือกับพันธมิตรที่ให้บริการด้านสุขภาพ อย่างโรงพยาบาลรามาธิบดี จัดตั้งศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรนอกพื้นที่โรงพยาบาล คลินิกพรีเมียม รามาธิบดี เฮลธ์ สเปซ @พาราไดซ์ พาร์ค เพื่อให้ประชาชนในย่านศรีนครินทร์และพื้นที่ใกล้เคียง ได้เข้าถึงการดูแลสุขภาพและการบริการแพทย์ที่ครบวงจร โดยไม่ต้องเดินทางเข้าเมือง รวมทั้งคลินิกเฉพาะทางอย่างคลินิกสุขภาพใจ พิชญานิน คลินิก ศูนย์การได้ยินเดียร์ Dear Hearing S’RENE by SLC คลินิกสุขภาพสำหรับคนเมือง ที่ให้บริการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย และเร็ว ๆ นี้จะมีศูนย์ไตเทียมมาเปิดอีกเช่นกัน นอกจากนี้ยังมีคลินิกสุขภาพและความงามครบวงจรด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ตลาดสมุนไพรพรีเมียม จำหน่ายผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรที่ได้รับรางวัลสมุนไพรดีเด่นระดับชาติจากกระทรวงสาธารณสุขและการบริการทางแพทย์แผนไทย ร้านจำหน่ายของใช้ผู้สูงอายุ ศูนย์รวมจำหน่ายอุปกรณ์การแพทย์ และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ เป็นต้น” นอกจากนี้ ทางพาราไดซ์ พาร์คมุ่งมั่นดำเนินงานเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ จึงเสริมทัพด้วยแมกเน็ตใหม่ ผ่านการนำเสนอร้านค้า บริการ และร้านอาหารที่ครบครันกว่า 500 ร้าน ทั้งร้านชั้นนำ ร้านดังหรือร้านใหม่มาให้บริการแก่ผู้มาเยี่ยมเยียน เพื่อเพิ่มความหลากหลาย และเพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตของทุกคนในครอบครัว
ผ่าน 11 โซนหลัก ไม่ว่าจะเป็น
- Dining Paradise Zone ชั้น G และชั้น 1 ศูนย์รวมร้านอาหาร ร้านอร่อยๆ ชื่อดัง
- Service Paradise Zone ชั้น Gบริการต่าง อาทิ จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) บริการซ่อมกุญแจและรองเท้า
- Jewelry Paradise Zone ชั้น G และชั้น 1 แหล่งรวมร้านทอง ร้านค้าเครื่องประดับ
- Fashion Paradise Zone ชั้น 1 ร้านเสื้อผ้าแบรนด์ชั้นนำ
- Lifestyle Paradise Zone ชั้น 1 และชั้น 2 ศูนย์รวมแฟชั่น เสื้อผ้า ให้เลือกหลากหลายสไตล์
- Creative Living Paradise Zone ชั้น 1 และ 2 เพิ่มความสุขให้คนรักบ้านกับสินค้าและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านจากร้านชั้นนำอย่างโฮมโปร (HomePro) ร้านเฟอร์นิเจอร์ Jas Gallery
- Bank & Insurance ชั้น 2 รวบรวมสถาบันการเงินชั้นนำ
- Digital Paradise Zone ชั้น 2 ครบทุกเรื่องกับสินค้าด้านเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ มือถือ และแกดเจ็ทแบรนด์
- Beauty & Wellness Paradise ชั้น 3 บริการด้านสุขภาพและความงามที่ครบครัน
- Education Paradise Zone ชั้น 3 และ 4 สถาบันกวดวิชาชื่อดังและสถาบันสอนภาษาชั้นนำกว่า 40 สถาบัน และ
- Side Walk Zone ที่มีร้านบริการอาบน้ำสัตว์เลี้ยงและอุปกรณ์สำหรับสัตว์เลี้ยง ร้านรองเท้าและอุปกรณ์กีฬา เป็นต้น

“หลังจากที่ปรับโฉมใหม่ ตอนนี้ลูกค้าที่มาใช้บริการอยู่ประมาณ 50,000 คนต่อวัน นอกจากการจับมือพันธมิตรรายใหญ่ด้านสุขภาพและร้านค้าชื่อดังมากมายมาเสริมความแข็งแกร่งเพื่อเป็นแม่เหล็กดึงลูกค้ากระตุ้นทราฟฟิก
การจัดกิจกรรมอีเวนท์เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์สำคัญเช่นกัน ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่ของเราจะเป็นกลุ่มคนวัยทำงาน ครอบครัว และผู้สูงวัย เราจึงสร้างสรรค์กิจกรรมที่โดดเด่นและน่าสนใจในทุกๆ เดือน เพื่อมอบความสุขและความผ่อนคลายสำหรับทุกคนในครอบครัว รวมทั้งการจัดกิจกรรมที่รองรับกลุ่มผู้สูงอายุได้มาเพลิดเพลินกับการใช้เวลาว่างหลังเกษียณ พบปะหรือมาร่วมพูดคุย สร้างความผ่อนคลายร่วมกัน
นอกจากนี้การเดินทางและเส้นทางคมนาคมที่มีความหลากหลายและสะดวกสบาย ซึ่งตอนนี้มีรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ตัดผ่านช่วยดึงดูดให้คนเข้ามาใช้บริการศูนย์การค้าฯ ได้เช่นกัน” คุณวิจักษณ์ กล่าวเพิ่มเติม