งาน Meta Marketing Summit ประจำปีนี้ทาง Meta ได้มีการนำเสนอนวัตกรรมด้านการตลาดล่าสุดสำหรับธุรกิจไทยผู้ประกอบการ และนักการตลาด และตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการเสริมพลังให้กับธุรกิจไทยด้วยโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่จะเข้ามาพลิกโฉมการทำธุรกิจและสร้างการเติบโตพร้อมยกระดับพลังเศรษฐกิจไทยบนเวทีโลก
แพร ดํารงค์มงคลกุล Country Director ประจำ Facebook ประเทศไทย กล่าวว่า เป็นธีมหลักของงานวันนี้และย้ำว่า ที่ผ่านมา Meta ลงทุนพัฒนาเรื่องการสร้างประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์มของ Meta ให้ดีขึ้น รวมถึงการมุ่งพัฒนาให้เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กสามารถวางแผนงานโฆษณาให้ดีขึ้นด้วย
“เป้าหมายของ Meta นั้น ต้องการติดอาวุธให้กับภาคธุรกิจในการเชื่อมกับโยงกับผู้บริโภค ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดย Meta จะให้ความสำคัญกับบทบาทของเทคโนโลยี AI 2 เรื่อง คือ 1. AI กับประสบการณ์ของผู้บริโภคที่จะทำให้เห็นคอนเทนต์ที่ชื่นชอบมากขึ้น ส่วนภาคธุรกิจก็จะเน้นเพิ่มประสิทธิภาพของการทำดิจิทัลมาร์เก็ตติ้งให้มากกว่าที่เป็นอยู่
ด้วยรูปแบบกระบวนการสร้างสรรค์แบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น ธุรกิจสามารถสร้างเนื้อหาคอนเทนต์ที่หลากหลายได้ง่ายขึ้น ช่วยดึงดูดความสนใจของผู้บริโภคและเพิ่มอัตราการเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายให้เป็นผู้ซื้อ จึงช่วยประหยัดเวลาและทรัพยากรทำให้ Meta เป็นโซลูชั่นที่คุ้มค่าสำหรับธุรกิจที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือสร้างสรรค์อันทรงพลังและโซลูชั่นที่สร้างผลลัพธ์ได้จริง”
โดยในงานประจำปี ด้านการตลาดของ Meta ได้โชว์เคสชุดโซลูชั่น AI ล่าสุดสำหรับภาคธุรกิจนำโดย Meta Advantage+ ชุดเครื่องมือด้านการตลาดที่ครอบคลุม ออกแบบมาเพื่อเสริมพลังให้กับธุรกิจทุกขนาดด้วยโซลูชั่นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ที่ปรับแต่งเฉพาะ เช่น Advantage+ Shopping Campaigns หรือ Advantage Apps+ Campaigns บริการนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของโฆษณาพร้อมทั้งสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้านโฆษณา (ROAS) ที่สูงขึ้นโดยนำระบบ AI เข้ามาใช้ตั้งแต่การระบุกลุ่มเป้าหมายไปจนถึงการปรับปรุงกระบวนการเชิงกลยุทธ์ การวางตำแหน่งโฆษณา และการทำความเข้าใจเส้นทางของผู้บริโภค Meta Advantage ช่วยเสริมพลังให้กับธุรกิจด้วยการปรับปรุงที่วัดผลได้
ที่ผ่านมา Meta เชื่อมต่อกับผู้ใช้งานประจำวันกว่า 3.27 พันล้านคนบนแพลตฟอร์ม ปัจจุบัน Meta ลงทุนไปแล้ว 1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วทั้งบริษัท โดย 81% ของการลงทุนนี้ได้ถูกนำไปใช้ในการปรับปรุงแอปพลิเคชันหลักซึ่งรวมถึง Facebook, Instagram และ Messenger ตลอดจนบริการอื่นๆ สำหรับผู้ใช้งานครีเอเตอร์และธุรกิจต่างๆ
แพรย้ำว่า Meta AI จะเป็นเหมือนผู้ช่วยเสมือนจริงที่ช่วยภาคธุรกิจค้นหาคำตอบที่ต้องการรวมถึงช่วยสร้างสรรค์ภาพในการทำโฆษณาเปรียบเสมือนกับเป็นโค้ชส่วนตัว
“กับภาคธุรกิจหัวใจที่สำคัญมาก คือการทำโฆษณา Meta AI จะเข้ามาช่วยเรื่อง Automation โดยใช้ Data ซึ่งระบบ AI จะเข้ามาช่วยวางแผนโฆษณาเลือกกลุ่มเป้าหมายเลือกครีเอทีฟขิ้นงานว่าเหมาะกับแบบไหนทำให้เพิ่มความได้เปรียบถึง 32% และสามารถต้นทุนลดลงได้ถึง 9% AI คือ Game Changer ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ
ส่วนในเรื่องของ AI Business Messaging ไทยเป็นประเทศที่นิยมเรื่องการส่งข้อความในการซื้อของขายของอันดับต้นๆของโลก AI จะเข้ามาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้ดียิ่งขึ้น”
ปัจจุบัน การลงทุนด้าน AI ของ Meta กำลังพลิกโฉมวิธีการที่ธุรกิจเชื่อมต่อกับผู้ใช้งานหลายพันล้านคนบนแพลตฟอร์มของ Meta โดยโซลูชั่นและเครื่องมือทางการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI ของ Meta ช่วยยกระดับประสบการณ์และการมีส่วนร่วมของผู้ใช้ ในขณะเดียวกันก็เพิ่มผลตอบแทนการใช้จ่ายค่าโฆษณา (ROAS) และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับธุรกิจ
โดย Meta ได้ลงทุนมากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสนับสนุนการเติบโตด้าน AI ทั่วทั้งบริษัท และ 81% ของการลงทุนของ Meta มุ่งเน้นไปที่การปรับปรุงแอปพลิเคชันและบริการหลักของ Meta
ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมามีธุรกิจกว่า 1 ล้านรายใช้ฟีเจอร์ Gen AI ของ Meta ในการสร้างโฆษณาอย่างน้อย 1 ฟีเจอร์ผู้ลงโฆษณาที่ใช้ Meta Advantage+ Shopping Campaigns มีผลตอบแทนการใช้จ่ายค่าโฆษณา (ROAS) สูงขึ้น 22%
แพร กล่าวว่า แคมเปญ Meta Advantage+ Shopping ช่วยเพิ่มผลตอบแทนการใช้จ่ายค่าโฆษณาถึง 32% และสำหรับแคมเปญ Advantage+ App สามารถช่วยลดต้นทุนต่อการดำเนินการ (Cost per Action) ได้มากกว่า 9%
“ทุกๆ 1 ดอลลาร์ที่ใช้ไปกับ Advantage+ Shopping Campaigns สร้างรายได้เฉลี่ย 4.52 ดอลลาร์กลับคืนมาให้กับธุรกิจซึ่งนับเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 22% (เทียบจากปีที่แล้ว) ในแง่ของผลตอบแทนการใช้จ่ายค่าโฆษณาส่วนเพิ่ม (Incremental ROAS)”