การแข่งขันระหว่าง Apple และ Tesla ไม่ใช่มีแค่เรื่องเทคโนโลยีสมาร์ทโฟนและรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังขยายไปสู่โลกของหุ่นยนต์ด้วย ทั้ง 2 บริษัทกำลังมุ่งหน้าพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของมนุษยชาติไปโดยสิ้นเชิง ก่อนหน้านี้ไม่นาน Apple ประกาศเปลี่ยนโฟกัสจากโครงการรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ไปเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์หลาก หลายประเภท หลังตัดสินใจยุติ Apple Car ซึ่งใช้ทรัพยากรไปจำนวนมาก
ตลาดหุ่นยนต์คาดว่าจะเติบโตอย่างมีนัยสําคัญในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า แรงหนุนสำคัญมาจากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ความต้องการระบบอัตโนมัติ และความตระหนักถึงประโยชน์ของหุ่นยนต์ในอุตสาหกรรมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น ตัวอย่าง เช่น หุ่นยนต์สําหรับผู้บริโภค เช่น เครื่องดูดฝุ่น เครื่องตัดหญ้า และหุ่นยนต์คู่หู หรือเป็นเพื่อนกับเจ้าของก็เติบโตรวดเร็ว คาดว่าจะแพร่หลายมากขึ้นในครัวเรือน
BCG (Boston Consulting Group) ประมาณการว่า ปัจจุบัน ตลาดหุ่นยนต์ทั่วโลกคาดว่าอยู่ที่ประมาณ 850,000 ล้านบาท (25,000 ล้านดอลลาร์) จะเพิ่มเป็น5.4-8.8 ล้านล้านบาท (160,000-260,000ล้านดอลลาร์) ภายในปี 2030
ในจำนวนนี้ หุ่นยนต์หมวด Professional Service คาดว่าจะครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 5.7 ล้านล้านบาท(170,000 ล้านดอลลาร์)
Apple แสดงความสนใจเรื่องหุ่นยนต์มาหลายปีแล้ว เริ่มจากมีข่าวลือเรื่องการพัฒนาหุ่นยนต์ผู้ช่วยส่วนตัวที่ทำงานได้หลากหลาย สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วคือการเปิดตัวหุ่นยนต์ชื่อ "Dave" ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือคนในบ้านและออฟฟิศ สามารถทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เปิดประตู ทำความสะอาด และตอบคำถามของผู้ใช้ นอกจากนั้นยังเปิดตัวหุ่นยนต์ชื่อ "Spot" เป็นหุ่นยนต์ 4 ขา สามารถเดินและปีนบันไดได้
ความคืบหน้าล่าสุด วางแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์หลายรุ่น เริ่มจากอุปกรณ์ตั้งโต๊ะ ภายใต้รหัส J595อุปกรณ์ดังกล่าวจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ กล้อง และตัวกระตุ้นการทำงาน คาดว่าจะวางจำหน่ายช่วงปี 2026 - 2027
นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ต้นแบบ Apple ยังศึกษาการพัฒนาหุ่นยนต์เคลื่อนที่ และโมเดลที่มีลักษณะคล้ายมนุษย์ ความก้าวหน้าเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ที่ขยายขอบเขตมากกว่าเดิม มุ่งเป้าบูรณาการหุ่นยนต์เข้ากับชีวิตประจำวัน
โครงการหุ่นยนต์ มี Kevin Lynch อดีตหัวหน้าทีม Apple Car ซึ่งทำงานใกล้ชิดกับหัวหน้าฝ่าย AI ของ Apple และได้คัดเลือกผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์ชั้นนำจากสถาบันต่างๆ เช่น Technion ในอิสราเอลมาร่วมทีม
ผู้ร่วมโครงการให้ข้อมูลว่า Apple คาดการณ์การประยุกต์ใช้งานจริงสำหรับเทคโนโลยีหุ่นยนต์หลายเรื่อง ตัวอย่าง เช่น การนำหุ่นยนต์ที่ถูกทิ้งกลับที่เดิม หุ่นยนต์สามารถถ่ายภาพ หรือวิดีโอคอลได้เอง โดยไม่ต้องให้ User กำกับ ทำงานบ้าน เช่น ซักผ้าหรือล้างจาน
Tesla ซึ่งนำโดย Elon Musk กำลังพัฒนาหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ (Humanoid Robot) ที่มีชื่อว่า Optimus สามารถเดิน วิ่ง และทำกิจกรรมต่างๆ ได้ ช่วยมนุษย์ทำงานที่อันตรายหรือซ้ำซาก ในอนาคตอาจนำไปใช้ในงานอื่นๆ เช่น ดูแลบ้าน หรือช่วยเหลือผู้คนในชีวิตประจำวัน นอกจากนั้นยังเปิดตัว "Tesla Bot" หุ่นยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานของตัวเอง แต่ยังอยู่ในขั้นพัฒนา ยังไม่มีกำหนดการวางจำหน่าย
Musk ยังเคยสนับสนุนความเห็นของ David Holz ผู้ก่อตั้ง Midjourney ที่คาดการณ์ว่า โลกอาจมี Humanoid Robot 1,000 ล้านตัวภายในปี 2040 ยิ่งกว่านั้น ยังเพิ่มเติมด้วยว่า หากการใช้แพร่หลายจริง จำนวนอาจสูงถึง 20,000 ล้านตัว โดยการใช้หุ่นยนต์จะกลายเป็นเรื่องธรรมดามากกว่ารถยนต์ถึง 10 เท่า
การพัฒนาทั้งหมดข้างต้น ถือเป็นการเปิดช่องทางการแข่งขันระหว่าง Apple และ Tesla ในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ เนื่องจากทั้ง 2 บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI