News & Next
ALL NEWS
Automotive
Property
Financial
Consumer Product & Retail
IT & Telecom
Energy
Fashion
Food & Beverage
Media
General
Unboxing Ideas
ALL NEWS
Brand
Design
Review
Technology
Think
ALL NEWS
Interview
Weekly Quote
Marketing School
ALL NEWS
อุบัติเหตุแบรนด์เนม
Vocabulary
Brand Battle
Change the pace
NYC S.E.A.L
DataAge
Analysis
Research
Startup & SMEs
ALL NEWS
SMEs
Startup
Fintech
Sustainable Brand
Magazine
Thailand's Social Power Brand
2025
2024
2019
2018
2017
Thailand's Most Admired Brand
2026
2025
2024
2023
2022
2021
2020
2019
2018
2017
Thailand's Most Admired Company
2025 - 2026
2024 - 2025
2023 - 2024
2022 - 2023
2021
2020
2019
2018
Anniversary
2025
2024
2023
2022
2021
2020
Special Issue
นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
นิลมังกร The Reality Season 2
นิลมังกร The Reality Season 3
The Founder III
Publicity
Contact US
816
VIEWS
ผู้ผลิตรถในยุโรป หวั่นถูกปรับสูงถึง 15,000 ล้านยูโร เพราะบรรลุเป้าหมายลด CO2 ไม่ทันปี 2025
ก.ย. 09, 2567
P.Patikom
Luca de Meo ซีอีโอของ Renault ซึ่งดำรงตำแหน่ง ประธานสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ยุโรป (European Automobile Manufacturers Association - ACEA) ด้วย ได้กล่าวเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2024 ว่า "ผู้ผลิตรถยนต์อาจต้องจ่ายเงินค่าปรับรวมกันราว 15,000 ล้านยูโร หากไม่สามารถบรรลุเป้าหมายในการลดการปล่อยมลพิษก๊าซ CO
2
(คาร์บอนไดออกไซด์) ในปี 2025 ได้ เนื่องจากไม่สามารถเพิ่มการผลิตรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพตามแนวทางของ EU (สหภาพยุโรป) ได้ทันเวลา แม้ว่าผู้บริโภคในยุโรปยังมีความต้องการรถ EV เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องก็ตาม"
เป้าหมาย CO
2
ของ EU ภายในปี 2025 ผู้ผลิตรถยนต์จะต้องขายรถยนต์ที่มีอัตราการปล่อยก๊าซ CO
2
เฉลี่ย 93.6 กรัมต่อกิโลเมตร หรือต่ำกว่า หากผู้ผลิตรถยนต์ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายทางกฎหมายที่กำหนดไว้ตั้งแต่ปี 2017 ผู้ผลิตรถยนต์อาจต้องจ่ายค่าปรับ 95 ยูโรต่อกรัมของ CO
2
ต่อรถยนต์หนึ่งคัน
ค่าปรับที่เกิดขึ้น อาจแตกต่างกันไปตามผู้ผลิตรถยนต์แต่ละราย โดยผู้ผลิตบางรายใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว ในขณะที่บางรายยังห่างไกลเป้าหมาย
แต่ก็มีผู้ผลิตรถยนต์หลายรายบรรลุเป้าหมายแล้ว เช่น Tesla และ Volvo ซึ่งปล่อย CO
2
ต่ำกว่าข้อกำหนดมาก และบางรายก็ใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว เนื่องจากมีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริดจำนวนมาก เช่น Kia, Hyundai และ Stellantis ซึ่งบริษัทเหล่านี้เสี่ยงต่อการถูกปรับไม่กี่ร้อยยูโรต่อคัน หากการปล่อยมลพิษของรถยนต์ที่ผลิตยังคงอยู่ที่ระดับปี 2023
แต่ก็มีบริษัทที่เผชิญสถานการณ์เลวร้ายที่สุดคือ Ford และ Volkswagen ซึ่งยังมีหนทางอีกยาวไกล กว่าจะบรรลุเป้าหมายลดการปล่อย CO
2
ในปี 2025 ของ EU ซึ่งบริษัทเหล่านี้อาจเสี่ยงต่อการถูกปรับสูงถึง 2,000 ยูโรขึ้นไปต่อคัน เนื่องจากปัจจุบันบริษัทเหล่านี้ยังไม่สามารถปฏิบัติได้ตามข้อกำหนด
Luca de Meo ซีอีโอของ Renault และประธานสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ยุโรป ยังได้กล่าวกับสถานีวิทยุ Inter ในฝรั่งเศส ว่า "ค่าปรับอาจสูงถึง 15,000 ล้านยูโร หากการปล่อยมลพิษของรถยนต์ยังคงอยู่ที่ระดับปัจจุบัน หรือไม่ก็ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายจะต้องยุติการผลิตรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษจำนวน 2.5 ล้านคัน เพื่อให้เป็นไปตามกฎระเบียบของ EU"
de Meo ยังกล่าวว่า “ปัจจุบัน ความเร็วของการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า (Electric ramp-up) ยังอยู่เพียงครึ่งหนึ่งของเป้าหมายที่เราต้องการ เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่ทำให้เราไม่ต้องจ่ายค่าปรับ"
ซึ่งสื่อ electrek ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้คำว่า “The electric ramp-up (การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้า)” ของ de Meo แทนที่จะใช้ “Our electric ramp-up (การเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าของเรา)” ซึ่งดูเหมือนเป็นการกล่าวโทษว่า ความผิดอาจมาจากปัจจัยภายนอกแทนที่จะยอมรับว่ามาจากตัวอุตสาหกรรมเอง
de Meo ยังขอร้องให้มีความยืดหยุ่นในเรื่องเส้นตายและค่าปรับ โดยกล่าวว่า “การกำหนดเส้นตายและค่าปรับโดยไม่สามารถยืดหยุ่นได้นั้น อันตรายมาก”
อย่างไรก็ตาม ยังมีประเด็นที่น่าสังเกตอีกคือ เป้าหมายเหล่านี้ได้รับการกำหนดขึ้นตั้งแต่ปี 2017 ซึ่งถือเป็นเวลาเพียงพอสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ที่จะดำเนินการตามเป้าหมาย และเป้าหมายดังกล่าว มีการประเมินเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการไปแล้วตั้งแต่ปี 2023
วงจรการพัฒนารถยนต์โดยเฉลี่ยจะกินเวลาราวๆ 7 ปี ตั้งแต่เริ่มต้นจนเสร็จสิ้น ดังนั้นแม้ว่าผู้ผลิตรถยนต์หลายราย จะรอจนกว่าจะมีการนำกฎระเบียบลด CO
2
มาใช้ในปี 2017 (ซึ่งถือเป็นเรื่องไม่ควรทำ เนื่องจาก ทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ และความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV มีความชัดเจนมาก่อนหน้านั้นนานมาก) ก็ยังมีเวลาเหลือเฟือที่จะนำรถรุ่นใหม่ ๆ ที่ลดการปล่อย CO
2
ออกสู่ตลาด ซึ่งถ้าดำเนินการจริงจังมาตั้งแต่แรก ในปัจจุบันก็คงพร้อมที่จะบรรลุเป้าหมาย
de Meo ไม่ใช่ผู้บริหารบริษัทรถยนต์รายเดียว ที่เรียกร้องในนาทีสุดท้ายให้มีการยืดหยุ่นเป้าหมายลด CO
2
ที่ทราบล่วงหน้าถึง 8 ปี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า Oliver Zipse ซีอีโอของ BMW ยังเรียกร้องให้มีการทบทวน เป้าหมายดังกล่าวอีกด้วย รวมทั้งมีผู้ผลิตรถยนต์อีกหลายราย เคยบ่นว่าเป้าหมายใหม่นั้นทำได้ยาก และเสี่ยงต่อการถูกปรับ โดยพวกเขาขอให้มีการผ่อนผันแทนที่จะทำงานที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
แต่สมาคมผู้ผลิตยานยนต์ยุโรป (ACEA) ซึ่ง de Meo เป็นประธาน กล่าวว่า "เนื่องด้วยวงจรการผลิตและการพัฒนารถยนต์(ที่ยาวนาน) เป้าหมายปี 2025 จึงควรคงไว้ดังเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เพราะหากเปลี่ยนแปลง ก็จะไม่มีเวลามากเพียงพอที่จะปรับตัว”
และเมื่อเดือนเมษายน 2024 สหพันธ์ Transport & Environment ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนของยุโรป ที่ทำงานในด้านการขนส่งและสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งเสริมการขนส่งที่ยั่งยืนในยุโรป ได้มีการวิเคราะห์เป้าหมายดังกล่าวของ EU และพบว่า เป้าหมายเหล่านี้ยังคงสามารถบรรลุได้ เพียงแต่บรรดาผู้ผลิตรถยนต์มีความพยายามน้อยเกินไปที่จะบรรลุเป้าหมายดังกล่าว
Cr : electrek
Source
ผู้ผลิตรถในยุโรป หวั่นถูกปรับสูงถึง 15,000 ล้านยูโร เพราะบรรลุเป้าหมายลด CO2 ไม่ทันปี 2025
Renault เปิดโต๊ะเจรจา Li Auto, Xiaomi หวังร่วมมือทางเทคโนโลยี ขณะที่สัมพันธ์จีน-ยุโรป ตึงเครียด
Renault จับมือ Google พัฒนาซอฟต์แวร์ตรวจสอบการใช้รถ ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง
DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน
จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย
ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม
แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร
Read More Stories
Research
เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม
ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล
Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน
ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย
Read More Stories
Digest
ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน
เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY
PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY
Unboxing Ideas
โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป
“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough
Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'
อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก
Read More Stories
Video
BrandAge Online 2024
เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.
เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม
ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง
What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic
Read More Stories
บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.
Contact