การทุ่มเงินลงทุนกว่า 468 ล้านบาท เข้าถือหุ้นใหญ่ 75% ในบริษัท เรฟ อีดิชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแบรนด์สินค้ากลุ่ม Sports Performance & Lifestyle ชั้นนำ อาทิ Hoka, Saucony, Goodr, 2XU, CEP, Qiaodan, XTEP, Kailas, Champion, Aonijie, National Geographic, Teva, Oakley และร้านค้าปลีกอย่าง REV RUNNR ที่เป็นเบอร์ 1 ของร้านค้าปลีกกีฬาเซ็กเม้นต์ Running Specialty Store ของซี อาร์ ซี สปอร์ต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล บริษัทค้าปลีกและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผู้บริหารร้านค้าปลีกกีฬา Supersports นั้นถือเป็นอีกภาพที่สะท้อนการเคลื่อนทัพทางธุรกิจของกลุ่มเซ็นทรัลได้ค่อนข้างดี
โดยเฉพาะกับการมองหาโอกาสใหม่ๆ ที่จะเข้ามาช่วยขับเคลื่อนการเติบโตผ่านโมเดลธุรกิจในรูปแบบของการร่วมทุน ซึ่งในครั้งนี้จะเป็นการเข้ามาช่วยเติมเต็มการทำตลาดค้าปลีกที่เป็น Performance Sports ผ่านจุดแข็งของเรฟ อีดิชั่นที่เชี่ยวชาญในตลาดนี้มานาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดกีฬาที่เกี่ยวกับเรื่องของการวิ่งที่แบรนด์ร้านกีฬา Specialty Store อย่าง REV RUNNR ที่ถือเป็นเบอร์ 1 ในตลาดดังกล่าว ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตค่อนข้างดี
ไม่เพียงเท่านั้น การร่วมทุนครั้งนี้ยังมองถึงการก้าวออกไปเติบโตในฐานะผู้เล่นที่เป็น Regional ครอบคลุมการทำตลาดในภูมิภาคอาเซียน ผ่านการผสานความเชี่ยวชาญของทั้งเรฟ อีดิชั่น และซี อาร์ ซี สปอร์ต

อเล็กซองต์ อัมเบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด พูดถึงเรื่องนี้ไว้แบบน่าสนใจว่า การเข้าซื้อธุรกิจ โดยถือหุ้นใหญ่บริษัทเรฟ อีดิชั่นเป็นกุญแจสำคัญที่ต่อยอดความสำเร็จขั้นต่อไปของซี อาร์ ซี สปอร์ต ในแง่ของการเติบโตทางธุรกิจ การขยายฐานลูกค้าและความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่จะเสริมความแข็งแกร่งของซี อาร์ ซี สปอร์ตในฐานะผู้นำตลาดค้าปลีกกีฬาอันดับ 1 ในประเทศไทย โดยตั้งเป้าหมายครองส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นผ่านการขยายสาขาทั้งร้านมัลติ แบรนด์อย่าง Supersports และ REV RUNNR รวมถึงแบรนด์สโตร์เป็น 2 เท่าในประเทศไทย และขยายสาขาไปยังมาเลเซีย เวียดนาม และสิงคโปร์ พร้อมชิงส่วนแบ่งตลาดเพื่อมุ่งหน้าสู่การเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดในระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
“สิทธิ์การจัดจำหน่ายแบรนด์ต่างๆ จะอยู่ภายใต้การดูแลของซี อาร์ ซี สปอร์ต ซึ่งจะยังคงสิทธิ์การบริหารทั้งหมดอยู่กับเรฟ อีดิชั่น ได้แก่ Hoka, Saucony, Goodr, 2XU, CEP, Qiaodan, XTEP, Kailas, Champion, Aonijie, National Geographic, Teva, Oakley เมื่อรวมกับแบรนด์เดิมที่มีอยู่ ได้แก่ Reebok, Columbia, LFC, Merrell, Speedo, Wilson, Umbro ทำให้ซี อาร์ ซี สปอร์ต ขยายพอร์ทสิทธิ์การจัดจำหน่ายในประเทศไทย (Official distributor and licensee) รวม 20 แบรนด์ การเข้าซื้อธุรกิจครั้งนี้จึงเป็นการเสริมพลังให้ซี อาร์ ซี สปอร์ตพุ่งทะยานสู่การเป็น ผู้มอบประสบการณ์สปอร์ตชอปปิงอย่างครบทุกมิติ”
ไม่เพียงเท่านั้น การร่วมทุนในครั้งนี้ยังเข้ามาสอดรับกับแผนการรุกออกไปเติบโตของเซ็นทรัล รีเทล ที่มีการปรับขบวนทัพในการรุกออกมาค่อนข้างลงตัว โดยในช่วงกลางปีที่ผ่านมา มีการเปิดตัวกลุ่มธุรกิจที่เรียกว่า กลุ่มเซ็นทรัล แบรนด์แอนด์ สเปเชียลตี้ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ที่เข้ามาทำหน้าที่ในการสรรหาผลิตภัณฑ์แบรนด์และคอนเซ็ปต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการให้ครอบคลุมผู้บริโภคที่หลากหลาย ทั้งสินค้ากลุ่มแฟชั่น ไลฟ์สไตล์ รวมถึงกีฬา

กลุ่มเซ็นทรัล แบรนด์แอนด์สเปเชียลตี้ หรือ CBS นี้ จะเป็นการรวมตัวกันของ 6 กลุ่มในเครือ ไล่ตั้งแต่ เซ็นทรัล มาร์เก็ตติ้ง กรุ๊ป หรือ CMG ที่จัดจำหน่ายสินค้าหลากหลายแบรนด์ โดยเฉพาะกลุ่มแฟชั่นที่ถือเป็นสัดส่วน 2 ใน 3 ของรายได้ของบริษัทนี้ มีแบรนด์ดังอยู่ในมือมากมาย อาทิ olo Ralph Lauren, Emporio Armani, Calvin Klein, Guess, Tommy Hilfiger, Casio, MLB, A|X Armani Exchange, G2000, Lee, Wrangler, Jockey , John Henry, FitFlop, Skechers, Crocs และ Hush Puppies เป็นต้น
กลุ่มที่ 2 คือซี อาร์ ซี สปอร์ต ที่เป็นผู้บริหารแบรนด์ร้านกีฬาอย่าง Supersports และเป็นดิสทริบิวเตอร์ให้กับหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Reebok, Columbia, LFC, Merrell, Speedo, Wilson, Umbro ส่วนกลุ่มที่ 3 จะเป็น Power Buy ที่เป็นร้านขายเครื่องใข้ไฟฟ้า กลุ่ม 4 คือ ออฟฟิศ เมท กลุ่ม 5 B2S และกลุ่มที่ 6 คือธุรกิจ Health & Wellness ที่มีแบรนด์อย่าง ท็อปส์ วีต้า ท็อปส์ แคร์ และเพ็ท แอนด์ มี
การซื้อหุ้นในเรฟ อีดิชั่นจึงเป็นการเติมเต็มการรุกตลาดค้าปลีกที่เกี่ยวกับกีฬา Performance โดยเฉพาะ Running Category ที่เรฟ อีดิชั่นเป็นเบอร์ 1 ในเซ็กเม้นต์ดังกล่าวนี้ ทำให้เข้ามาช่วยเติมเต็มการรุกตลาดอาเซียน ที่ก่อนหน้านั้น เซ็นทรัล รีเทล โดยมีแผนที่จะขยายสาขาในเวียดนาม 10 – 15 สาขา ส่วนในมาเลเชีย มองว่าน่าจะขยายสาขาได้ถึง 20 สาขา

ปัจจุบัน แพลตฟอร์มหน้าร้านในเครือเรฟ อีดิชั่นมีจำนวนรวม 159 แห่ง กระจายอยู่ทั่วประเทศไทยและสาขาในมาเลเซีย ทั้งในรูปแบบร้าน REV RUNNR, แบรนด์ช็อป, เคาน์เตอร์ในสโตร์ (Shop in Shop) รวมถึงในร้านมัลติแบรนด์ต่างๆ และหน้าร้านออนไลน์ ซึ่งแพลตฟอร์มต่างๆ จะเติบโตทั้งแง่การขยายสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยตลาดวิ่งถือเป็นเซ็กเม้นต์ที่ทำยอดขายให้กับเครือเรฟ อีดิชั่นถึง 40% โดยหากนับเฉพาะร้าน REV RUNNR จะมีจำนวนสาขาทั้งหมด 40 สาขา
สำหรับซี อาร์ ซี สปอร์ตมีเป้าหมายที่จะขยายหน้าร้านอีก 8 สาขา โดยเป็นร้าน Supersports 1 สาขา จากปัจจุบันที่มีสาขาอยู่ทั้งหมด 93 สาขา และร้านแบรนด์ LFC, Columbia, Merrel,และ Reebok รวมอีก 7 สาขา ส่วนร้านในการบริหารของเรฟ อีดิชั่นภายในไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 จะขยายหน้าร้านในเครืออีก 19 สาขา รวมถึงร้าน NATIONAL GEOGRAPHIC LIFESTYLE STORE สาขาแรกของประเทศไทย และมีแผนจะขยายสาขาทั้งร้านมัลติแบรนด์และแบรนด์สโตร์อีกมากกว่า 20 สาขา ซึ่งรวมถึงสาขาในมาเลเซีย ภายในปี 2568
ธุรกิจกีฬาที่มีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาท มีการเติบโตต่อเนื่องปีละประมาณ 6 -7% ขณะที่ซี อาร์ ซี สปอร์ตเอง มองว่าการเข้าไปถือหุ้นใหญ่ในเรฟ อีดิชั่นจะทำให้สามารถเติบโตได้มากกว่าการเติบโตของตลาดโดยรวม โดยมองไว้ที่ตัวเลข 8 – 10%
“ทั้ง 2 บริษัทจะเข้ามาช่วยส่งเสริมการทำตลาดซึ่งกันและกัน ยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็คือการทำตลาด กีฬาประเภทวิ่งที่ปัจจุบันตลาดน่าจะมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท และยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยซูเปอร์สปอร์ตจะทำตลาดในส่วนที่แมสกว่า ขณะที่เรฟ อีดิซั่นจะเป็นการทำตลาดกับกลุ่มนักวิ่งที่มีความรู้ ความเข้าในเรื่องของการวิ่งเป็นอย่างดี จึงต้องการรองเท้าวิ่งหรืออปุกรณ์ที่ตอบโจทย์การวิ่งแต่ละประเภทแบบลงลึกมากกว่า จึงเป็นการเติมเต็มให้การทำตลาดของทั้ง 2 มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น” อเล็กซองต์ อัมเบล กล่าวสรุปทิ้งท้าย