BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
1,155
VIEWS

เพชรจากห้องแล็บ จะมาแทนเพชรจากธรรมชาติได้หรือไม่? เมื่อแบรนด์ลักชัวรี่เริ่มหันมาใช้เพชรจากแล็บ ทั้ง Tiffany&Co. และ LVMH

ก.ย. 30, 2567 BrandAge Team
Diamond Are Forever แคมเปญจากแบรนด์ De Beers ในช่วงปลายยุค 1940s ทำให้เพชรกลายมาเป็นตัวแทนความรักโรแมนติก และกลายเป็นประโยคสุดคลาสสิกมาจนถึงปัจจุบัน แต่ใช่ว่าเพชรจะมีไปตลอดกาลเพราะมันเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่นในปี 2017 มีเพชรแท้ออกมาสู่ตลาดสูงถึง 152 ล้านกะรัต แต่พอมาถึงปี 2020 ก็ลดลงเหลือเพียง 111 ล้านกะรัต พร้อมด้วยการตีตลาดของเพชรที่เรียกว่า Laboratory-Grown Diamonds (LGD) หรือเพชรที่สร้างมาจากกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในห้องแล็บ 
 
เพชรจากห้องแล็บนี้จะมีลักษณะทางกายภาพและการเล่นไฟเหมือนกับเพชรแท้จากธรรมชาติทุกอย่าง แยกด้วยตาเปล่าไม่ออก ต่างกันก็เพียงแหล่งที่มา โดยเพชรจากแล็บเกิดขึ้นจากการจำลองวิธีก่อตัวของเพชรตามธรรมชาติ ซึ่งปกติอยู่ที่หลายล้านปีให้สั้นลงเหลือเพียง 1-2 เดือน ซึ่ง ณ ตอนนี้มีวิธีผลิตเพชรในห้องแล็บ 2 แบบด้วยกัน ได้แก่ Chemical Vapor Deposition Diamonds (CVD) ที่จะใช้เศษเพชรขนาดเล็กเป็นตัวตั้งต้น จากนั้นอัดก๊าซความร้อนสูงให้คาร์บอนก่อตัวบนผลึกของเมล็ดเพชรนั้นและเติบโตเป็นผลึกเพชรก้อนใหญ่ทรงลูกบาศก์ ส่วนอีกวิธี คือ High Pressure High Temperature Diamonds (HPHT) ที่ใช้แผ่นแกรไฟต์ใส่ในเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่บดอัดด้วยแรงดันและอุณหภูมิที่สูงมาก ซึ่งจะทำให้แกรไฟต์เปลี่ยนเป็นเพชร 
 
เพชรแท้และเพชรจากแล็บมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป เพชรแท้มีคุณค่าทางจิตใจมากกว่าสำหรับบางคน เพราะผ่านการบ่มเพาะผ่านเวลายาวนานในธรรมชาติ แต่ขณะเดียวกันก็มีปัญหาเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้แรงงานในเหมือง ส่วนเพชรจากแล็บ ใช้ต้นทุนต่ำกว่ามีราคาต่ำกว่าเพชรธรรมชาติอยู่ที่ 50-70% แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผลกระทบเรื่องสิ่งแวดล้อมเพราะก็ต้องใช้พลังงานความร้อนมหาศาลในการผลิต 
 
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจาก Morgan Stanley บอกว่า ปัจจุบันส่วนแบ่งในตลาดเพชร เป็นเพชรที่มาจากห้องแล็บ 18% (เพชรจากห้องแล็บ 16 ล้านกะรัต ต่อเพชรแท้ 112 ล้านกะรัต) และคาดว่าในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 21.3% โดยเพชรจากห้องแล็บส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน คิดเป็น 12.7% ในขณะที่อินเดียเป็นผู้ผลิตรายใหญ่อันดับ 2 โดยในปีนี้มีสัดส่วนอยู่ที่ 2.9%
 
การเติบโตอย่างรวดเร็วของเพชรจากห้องแล็บส่วนหนึ่งก็มาจากแบรนด์แฟชั่นจิลเวลรี่อย่าง Pandora แต่ก็ใช่ว่าเพชรจากห้องแล็บจะได้รับการยอมรับเฉพาะในส่วนของแบรนด์แฟชั่นจิลเวลรี่เท่านั้น เพราะแม้แต่แบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลกอย่าง Tiffany&Co. ก็ยังผลิตไลน์เครื่องประดับที่เรียกว่า “Tiffany Blue” ซึ่งทำจากมาจากเพชรสีฟ้าที่ได้จากห้องแล็บ หรือบริษัท Fred Jewelry ซึ่งอยู่ภายใต้เครือ LVMH ก็มีการผลิตเพชรจากห้องแล็บออกมาขาย เม็ดใหญ่ถึง 8.8 กะรัต
 
ทางด้านแบรนด์นาฬิกาหรูก็เช่นเดียวกัน อย่าง TAG Heuer ใช้เพชรจากห้องแล็บในการทำนาฬิการุ่น Carrera Plasma ที่มีราคาสูงถึง 740,000 ดอลลาร์   ก็ใช้เพชรจากห้องแล็บประดับบนตัวเรือน โดยเฉพาะเม็ดมะยมที่ใช้เพชรทำทั้งหมด 
 
หรือในปี 2022 แบรนด์ Breitling ก็ผลิตนาฬิการุ่นแรกที่ประดับด้วยเพชรจากห้องแล็บรุ่น Super Chronomat 38 Origins นอกจากนี้  Breitling ยังประกาศว่าตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะใช้เฉพาะเพชรจากห้องแล็บเท่านั้นในการประดับนาฬิกา นอกจากนี้แบรนด์ลักชัวรี่แฟชั่นหลายแบรนด์ก็เริ่มใช้เพชรจากห้องแล็บกันแล้วหลังจากที่ปฏิเสธเพชรจากห้องแล็บมานาน ไม่ว่าจะเป็น Prada หรือ Gucci ที่ทำงานร่วมกับ Bleue Burnham และ SkyDiamond ในคอลเลคขั่น Gucci Vault
 
แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าทุกแบรนด์จะเปิดใจ เพราะแบรนด์หรูอย่าง Cartier ก็ยังคงยืนยันว่าจะใช้เฉพาะเพชรที่มาจากธรรมชาติเท่านั้น“ปัญหาของเพชรจากห้องแล็บก็คือต่อให้มันจะมีโครงสร้างโมเลกุลเหมือนเพชรที่เราเจอในผืนดิน แต่มันก็ไม่ได้มีประวัติศาสตร์อะไรเลย มันอาจจะเพิ่งถูกสร้างขึ้นเมื่อ 2 วันที่แล้วนี่เอง ลูกค้าหลายคนของเราก็ไม่ได้ต้องการเพชรจากแล็บ เพราะมันขาดลักษณะเฉพาะตัวและไร้ซึ่งความหมายของการเป็นผลงานของธรรมชาติที่ใช้เวลาสรรค์สร้างหลายล้านปี” Cyrille Vigneron ผู้บริหารของคาร์เทียร์กล่าว
 
อ้างอิง
 
https://nationaljeweler.com/articles/12376-the-first-lvmh-lab-grown-diamond-high-jewelry-is-here 
 
https://robbreport.com.au/style/lab-grown-diamonds-luxury-jewellery-watchmaking/ 
 
https://www.forbes.com/sites/timtreadgold/2024/09/23/diamond-mining-losing-its-sparkle-as-lab-grown-market-share-rises/ 
 
https://www.forbes.com/sites/pamdanziger/2021/07/25/richemonts-cartier-says-no-to-lab-grown-diamonds-but-cartier-scion-jean-dousset-says-oui/ 
 
https://www.calettediamonds.com/th/blog/natural-diamond-vs-lab-grown-diamond



เพชรจากห้องแล็บ จะมาแทนเพชรจากธรรมชาติได้หรือไม่? เมื่อแบรนด์ลักชัวรี่เริ่มหันมาใช้เพชรจากแล็บ ทั้ง Tiffany&Co. และ LVMH

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact