มหาวิทยาลัยมหิดลหรือซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) ให้คำแนะนำในการใช้ Influencer Marketing ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
Influencer Marketing ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะจริงๆ แล้ว พัฒนามาจากการตลาดแบบปากต่อปากหรือ Word of Mouth Marketing ที่บอกเล่าสรรพคุณของสินค้าต่อๆ กัน เพื่อจูงใจให้ซื้อตามๆ กันแต่ด้วยความเป็นออนไลน์เข้าถึงทุกคนได้กว้างและรวดเร็ว เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดและมีแนวโน้มที่จะคล้อยตามได้ง่ายกว่าการโฆษณารูปแบบเดิม ส่งผลให้ตลาดอินฟลูเอนเซอร์ทั่วโลกเติบโตแบบก้าวกระโดดจาก 1.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2016 เป็น 16.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2022 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยระหว่างปี 2016 ถึง 2022 อยู่ที่ 46.9%1 ต่อปี ส่วนในปี 2023 ที่ผ่านมาเติบโต 21.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐและคาดว่าจะขยับเป็น 24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2024 ซึ่งเป็นอัตราที่สูงอย่างมากเลยทีเดียว
แม้หลายคนจะบอกว่าinfluencer marketing ไม่มีวันตายแต่ก็ต้องยอมรับว่านับวันจะยิ่งท้าทายมากขึ้นเพราะทุกวันนี้ใครๆ ก็เป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้ มีอินฟลูเอนเซอร์หน้าใหม่เกิดขึ้นแทบทุกวัน ทำให้มีการแข่งขันสูง ผู้บริโภคมีตัวเลือกเยอะอีกทั้งยังเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้ง่ายขึ้นทำให้มีความพิถีพิถันในการเลือกสินค้าและบริการสามารถมองออกว่าอันไหนคือคอนเทนต์ที่จริงใจอันไหนคือtie-in โฆษณา
จากสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปนี้การวางหมากสำหรับการใช้ Influencer จึงเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีอะไรบ้างนั้นไปเช็คลิสต์พร้อมกันได้เลย
5 Do 2 Don’t เลือกอินฟลูเอนเซอร์ให้แบรนด์Done กับยอดขาย
DO : เลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีบุคลิกที่สอดคล้องกับแบรนด์
อินฟลูเอนเซอร์ก็ไม่ต่างจากตัวแทนของแบรนด์ ฉะนั้นจึงต้องเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีบุคลิกไลฟ์สไตล์ภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับสินค้าหรือบริการ และมีแนวทางการสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่เชื่อมโยงกับแบรนด์และตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น หากเป็นกลุ่มสินค้าเพื่อสุขภาพก็ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพไม่ดื่มของมึนเมา หรือหากเป็นสินค้าสำหรับเด็กก็ไม่ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่ชอบทำคอนเทนต์แนว 18+ หรือมีพฤติกรรมชอบความรุนแรงชอบพูดคำหยาบรวมทั้งอย่าลืมตรวจสอบประวัติหรือดราม่าย้อนหลัง
DO : เลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีตัวตนชัดเจน โดดเด่น เป็นธรรมชาติ
ในยุคที่ใครๆ ก็เป็นอินฟลูเอนเซอร์ได้ทำให้หลายๆ คนเกิดพฤตกรรมเลียนแบบทั้งสไตล์และแนวทางการทำคอนเทนต์ แบรนด์จึงควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีตัวตนชัดเจน มีความเป็นธรรมชาติ เป็นตัวของตัวเอง (Authenticity) มีแนวทางการทำคอนเทนต์ที่โดดเด่นแตกต่าง และไม่เลียนแบบใครและโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีความเชี่ยวชาญ รู้ลึกรู้จริงหรืออยู่ในแวดวงที่เกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการจะยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือเช่น เลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นบุคลากรทางการแพทย์ในการโปรโมตวิตามินหรืออาหารเสริม
DO : เลือกอินฟลูที่ทำคอนเทนต์ที่จริงใจไม่ใช่จงใจ
มีคำกล่าวที่ว่า Content is king – Story Telling is Queen ซึ่งไม่ว่าในอนาคตรูปแบบการสื่อสารจะเปลี่ยนไปอย่างไร คำกล่าวนี้จะยังเป็นจริงเสมอฉะนั้น แบรนด์จึงต้องเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีความเป็น “Creative Content Creator” ในตัว กล่าวคือ มีความคิดสร้างสรรค์สามารถริเริ่มทำคอนเทนต์ที่โดดเด่นแตกต่าง ไม่ซ้ำใครได้ และมีสไตล์การเล่าเรื่อง ที่ดึงดูด น่าสนใจ ซึ่งแม้ว่าแบรนด์จะเป็นผู้กำหนดรูปแบบของเนื้อหาและเป้าหมายในการสื่อสารมาให้ แต่ควรให้อิสระแก่อินฟลูเอนเซอร์ในการสร้างสรรค์เนื้อหาในแบบฉบับของตนเองเพื่อความเป็นธรรมชาติน่าสนใจและดูเป็นคอนเทนต์ที่จริงใจ ไม่ใช่ดูจงใจขายจนเกินไปซึ่งจะทำให้ดูน่าเชื่อถือ
และโน้มน้าวกลุ่มเป้าหมายให้คล้อยตามได้ง่ายกว่า
DO : เลือกอินฟลูที่เข้าถึงง่าย มีปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ติดตาม
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ Influencer Marketing ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและเป็นไวรัลได้อย่างรวดเร็วเพราะ“เข้าถึงง่าย” และเป็น “การสื่อสารแบบ 2 ทาง” ทำให้ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับอินฟลูเอนเซอร์ได้แบบเรียลไทม์แตกต่างจากสื่อแบบดั้งเดิมที่เป็นการสื่อสารแบบทางเดียว อีกทั้งไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ก็ชอบที่จะแสดงความคิดเห็น ชอบมีส่วนร่วม หรือโต้ตอบฉะนั้น แบรนด์ต้องเลือกอินฟลูที่แอคทีฟมีปฏิสัมพันธ์กับผู้ติดตามและมีการโพสต์คอนเทนต์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และพอดี ไม่มากไป ไม่น้อยไป เพราะถ้ามากเกินไปก็อาจสร้างความรำคาญและทำให้ผู้ที่เห็นคอนเทนต์บ่อยๆ พาลไม่ชอบสินค้าได้ แต่ถ้าน้อยไปก็อาจทำให้ผู้ติดตามรู้สึกขาดช่วงขาดตอนไม่ต่อเนื่องเข้าถึงยาก
DO : เลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นที่รัก เพราะ “ความรักชนะทุกสิ่ง”
มีคำกล่าวที่ว่า “สินค้าจะถูกหรือแพง อยู่ที่ความพึงพอใจของคนจ่าย”และ “จะขายได้หรือไม่ได้ก็อยู่ที่ความพึงพอใจของผู้ซื้อ”ซึ่งหากผู้บริโภครู้สึกประทับใจหรือพึงพอใจก็จะตัดสินใจซื้อสินค้าได้แบบไม่มีเงื่อนไขฉะนั้นจึงควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่นหรือผู้ติดตามที่มีความ Loyalty สูง เพราะไม่ว่าอินฟลูเอนเซอร์จะหยิบจับหรือทำอะไรก็จะเกิดความรู้สึกอยากใช้หรืออยากซื้อตามแบบไม่ต้องมีเหตุผลซึ่งจะการันตีได้ว่าอย่างน้อยสินค้าจะขายให้คนกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน
DON’T : อย่ามองแค่ตัวเลขผู้ติดตาม
แม้อินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามมากจะสร้างการเข้าถึงและ Awarenessได้มากกว่าแต่ก็ไม่ควรตัดสินใจเลือกอินฟลูเอนเซอร์จากจำนวนผู้ติดตามเพียงอย่างเดียวต้องดูปัจจัยอื่นประกอบด้วยเพราะยอดผู้ติดตามอาจช่วยเพิ่ม Awarenessและ Engagement ช่วยทำให้คนเห็นหรือรู้จักสินค้ามากขึ้นเพิ่มโอกาสในการเป็น“ตัวเลือก” ได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตัดสินใจซื้อจริง โดยเฉพาะสินค้าที่มีความเฉพาะเจาะจง ราคาสูง และต้องหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจมาก ฉะนั้นจึงต้องมองเป้าหมายแบรนด์เป็นสำคัญ และโดยเฉพาะในปัจจุบันที่ผู้บริโภคชอบความเรียล ความเป็นธรรมชาติและคอนเทนต์ที่จริงใจอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็กอย่าง Micro Influencer และ Nano Influencer จึงมีบทบาทมากขึ้นและเป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม เพราะมีความใกล้ชิด เป็นธรรมชาติ และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคได้มากกว่าทำให้สามารถโน้มน้าวหรือสร้างความเชื่อถือและมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อได้มากกว่า
DON’T :อย่าหลงทางเลือกตามกระแส
ไม่ควรเลือกอินฟลูเอนเซอร์เพียงเพราะเป็นคนที่กำลังมีกระแส เพราะทุกวันนี้กระแสมาไวไปไวมาก และหลายๆ ครั้งที่เกิดปรากฏการณ์ “ดังเพียงชั่วข้ามคืน”แต่เมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน ความนิยมก็ลดฮวบลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งอินฟลูเอนเซอร์หลายๆ คนก็จงใจสร้างคอนเทนต์เพื่อให้เป็นกระแสโดยไม่ได้คำนึงถึงความถูกต้องและเหมาะสม ฉะนั้นการเลือกอินฟลูเอนเซอร์จึงควรพิจารณาให้ครบทุกด้านอย่างรอบคอบและมองถึงประโยชน์ในระยะยาว ไม่ควรเลือกจากกระแสเพียงอย่างเดียว