หากจะให้นิยามถึงกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee อย่างสรุปแล้ว น่าจะออกมาได้ว่าเป็นเมล็ดกาแฟที่ได้รับการ ประเมินคุณภาพโดยสถาบันกาแฟพิเศษแห่งประเทศไทย (Specialty Coffee Institute of Thailand - SCITH) คำว่า "กาแฟพิเศษ" หมายถึงกาแฟที่ผ่านการทดสอบจากนักชิมกาแฟ (Cupper หรือ Q Grader) และต้องได้คะแนน 80 ขึ้นไป ผ่านกระบวนการผลิตกาแฟพิเศษอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การคัดเลือก การคั่ว การบด การกลั่น และการชง เพื่อให้ได้เมล็ดกาแฟที่มีคุณภาพสูงสุด เป็นกาแฟพรีเมียมที่มีรสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์
Specialty Coffee กำลังเป็นเทรนด์ของตลาดกาแฟบ้านเรา ที่เข้าสู่ “Third Wave of Coffee” ที่เป็นยุคที่ทั้งผู้ปลูก และผู้บริโภคให้ความสำคัญกับ “กาแฟคุณภาพสูง” หรือที่เรียกว่า “Specialty Coffee” มากขึ้น โดยคอกาแฟหลายคนคงจะคุ้นเคยและลิ้มลองกับกาแฟ Specialty Coffee จากร้านกาแฟที่เป็น Specialty Coffee ที่มีหลากหลายแบรนด์มากขึ้นกว่าอดีต
ขณะที่การขยับตัวของร้านกาแฟพันธุ์ไทย ในการเปิดตัว “ไทยริกาโน” (Thairicano) กาแฟพิเศษ (Specialty Coffee) สายพันธุ์อาราบิก้า 100% จากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ถือเป็นอีกความพยายามในการสร้างปรากฏการณ์ ใหม่ให้กับร้านกาแฟที่เล่นอยู่ในตลาดแมส โดยเมนูใหม่ที่เปิดตัวมานี้วางราคาขายไว้เพียงแก้วละ 65 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ เข้าถึงได้ง่าย และต่ำกว่าราคาขายของร้าน Specialty Coffee ทั่วไปที่มีราคาระดับกว่า 100 บาทขึ้นไป

การเปิดตัว “ไทยริกาโน” ในครั้งนี้ เป็นการรับบเทรนด์คนรุ่นใหม่ที่พิถีพิถันกับการดื่มกาแฟ ด้วยรสชาติกลมกล่อม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในราคาเข้าถึงง่าย พร้อมใส่ใจความยั่งยืนทั้งอุตสาหกรรมของกาแฟ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำที่ พันธุ์ไทยตั้งใจให้เป็นกาแฟไทยที่ดีที่สุดสำหรับโลก ทั้งในด้านรสชาติ การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการสร้างความเข้มแข็ง ให้ชุมชนอยู่ดีมีสุขอย่างยั่งยืน
ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นการรุกตลาดที่สะท้อนให้เห็นถึงจุดยืนของแบรนด์พันธุ์ไทยที่เป็น “ครีเอทีฟ ไทยเทสต์” ที่มุ่ง เน้นการนำเสนอโปรดักต์ในร้านที่มีความเชื่อมโยงกับความเป็นไทย ตามดีเอ็นเอของแบรนด์ โดยที่ผ่านมาจะมีการให้ความ สำคัญกับการนำวัตถุดิบหรือสินค้าจากชุมชนทั่วประเทศ เข้ามาเป็นส่วนประกอบของโปรดักต์ เพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ “กาแฟส้มมะปี๊ด” ที่ผสมผสานระหว่างกาแฟเข้มๆ กับน้ำส้มมะปี๊ด และ “ชาส้มมะปี๊ด” เป็นต้น
ส่วนการออกโปรดักต์ใหม่ในครั้งนี้ พันธุ์ไทยเลือกใช้ชื่อ “ไทยริกาโน” แทนที่คำว่า “อเมริกาโน่” ที่คุ้นเคยทั่วๆ ไป เพื่อ สื่อให้เห็นถึงความเป็นกาแฟอาราบิก้าสายพันธุ์ที่ปลูกในไทย ซึ่งมีคุณภาพไม่แพ้เมล็ดกาแฟจากทั่วโลก ในราคาเริ่มต้นเพียง 55 บาท สำหรับเมนูร้อน และ 65 บาทสำหรับเมนูเย็น

สุขวสา ภูชัชวนิชกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด บอกว่า ปัจจุบัน คนนิยมดื่มกาแฟเพื่อสัมผัส ประสบการณ์ใหม่ๆ ชอบรสชาติที่หลากหลาย และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว รวมถึงคนรุ่นใหม่ยังมีความรู้ ความเข้าใจถึงกรรมวิธี การปลูกกาแฟที่ซับซ้อน และคุณภาพที่แตกต่างกันของกาแฟแต่ละประเภท เทรนด์การดื่มกาแฟที่มีรสชาติอ่อนลง กาแฟคั่ว กลาง คั่วอ่อนจึงได้รับความนิยมสูงขึ้น
เธอยังบอกอีกว่า จากดาต้าของลูกค้าพันธุ์ไทย พบว่า ลูกค้ามีการเลือกสรรรสชาติและระดับการคั่วมากขึ้น เมนูขายดี ที่สุดของพันธุ์ไทยก็คืออเมริกาโน เป็นสัดส่วนแบบร้อน 14% และแบบเย็น 86% พันธุ์ไทยจึงมุ่งมั่นพัฒนาสินค้าให้ตรงใจ ผู้บริโภคโดยยังคงเอกลักษณ์ของพันธุ์ไทย และยึดมั่นในวิสัยทัศน์ขององค์กร คือการสนับสนุนกาแฟไทย จึงเป็นที่มาของการ สร้างสรรค์ ไทยริกาโน กาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย ที่ตั้งใจให้เป็นกาแฟไทยที่ดีที่สุด ทั้งในแง่ของรสชาติ การอนุรักษ์ สิ่งแวด ล้อม และการสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน
โดยไทยริกาโน คืออเมริกาโนของคนไทย เป็นกาแฟพิเศษ หรือ Specialty Coffee ที่ได้รับการประเมินคุณภาพเมล็ด กาแฟจากสถาบันกาแฟพิเศษแห่งประเทศไทย (SCITH) โดยต้องผ่านการทดสอบจากนักชิมกาแฟ (Cupper หรือ Q Grader) และได้คะแนน 80 ขึ้นไป พันธุ์ไทยตั้งใจให้ “ไทยริกาโน” เป็น “กาแฟแห่งชาติ” ที่คนไทยภาคภูมิใจ เพราะกาแฟดี มีคุณภาพ ไม่จําเป็นต้องอิมพอร์ต รสชาติกาแฟไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก สัมผัสรสชาติเฉพาะตัวของไทยริกาโนที่รวบรวมความพิเศษไว้ ในแก้วเดียว ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นในด้านต่างๆ ไล่เลียงตั้งแต่กาแฟจากแหล่งปลูกที่ดีที่สุดในไทย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็น แหล่งปลูกกาแฟที่ดีที่สุดในภาคเหนือของไทย ด้วยระดับความความสูงจากน้ำทะเลตั้งแต่ 1,200 – 2,000 เมตร ทั้งยังมีสภาพ ภูมิอากาศที่เหมาะสม ภายใต้ร่มเงาของป่าใหญ่ จึงทำให้ต้นกาแฟงอกงาม เติบโตเป็นเมล็ดพันธุ์ที่สมบูรณ์

เช่นเดียวกับการใช้เมล็ดกาแฟไทย สายพันธุ์อาราบิก้า 100% เพราะเป็นสายพันธุ์คุณภาพสูง ที่ถูกปากคอกาแฟ ด้วยการคั่วระดับกลาง ที่มอบรสชาตินุ่ม ละมุน กลมกล่อม เพลิดเพลินไปกับรสชาติหลากหลายมิติ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายโทน ช็อกโกแลต และผลไม้ตระกูลเบอรี่ พีช พรุน กรุ่นกลิ่นหอมของดอกไม้สีขาวอันเป็นเอกลักษณ์ โดยกาแฟที่ถูกคัดสรรเมล็ดพันธุ์ อย่างพิถีพิถัน เพื่อคุณภาพที่ดีที่สุด เพราะทุกเมล็ดในทุกแก้ว ผ่านการคัดสรรอย่างละเอียดทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเก็บเกี่ยว เมล็ดจากต้นด้วยมือ การนำเมล็ดลอยน้ำเพื่อคัดแยกเมล็ดเสียออก ไปจนถึงการตรวจสอบเมล็ดด้วยมือและสายตาอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเมล็ดกาแฟที่ได้นั้นสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง
ไม่เพียงเท่านั้น ยังใส่ใจสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะพันธุ์ไทยมุ่งมั่นพัฒนาป่า และภูเขาให้กลายเป็นไร่กาแฟที่ อุดมสมบูรณ์มาอย่างต่อเนื่อง โดยผสานการปลูกกาแฟเข้ากับการอนุรักษ์ป่าไม้ เพื่อผลิตเมล็ดกาแฟดีที่มีคุณภาพ รวมถึง เลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
“กาแฟพันธุ์ไทย มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ควบคู่กับการสนับสนุนชุมชน และดูแลรักษาธรรมชาติ มา อย่างต่อเนื่อง ‘ไทยริกาโน’ จึงเป็นกาแฟสเปเชียลตี้สัญชาติไทย ที่มุ่งหวังให้ผู้บริโภคได้ดื่มด่ำรสชาติพรีเมียมใน ราคาเข้าถึงได้ พร้อมทั้งมีส่วนช่วยรักษาป่าเดิมและเพิ่มป่าใหม่ เพราะกาแฟเป็นพืชที่ต้องการร่มเงาจากต้นไม้ใหญ่ ในการเติบโต ซึ่งการดูแลกาแฟนั้นยังสามารถช่วยลดการเผาป่าและมลพิษ อันเป็นสาเหตุของวิกฤตภาวะโลกร้อน นอกจากนี้ยัง ช่วยส่งเสริมให้เกษตรกรมีอาชีพ และรายได้ที่มั่นคง และอยู่ดีมีสุข สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนในชุมชน ได้อย่างยั่งยืน”
ถือเป็นอีกการสร้างความแตกต่างตามแนวทางการทำตลาดของกาแฟพันธุ์ไทยที่น่าจับตามองไม่น้อยทีเดียว....