BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
667
VIEWS

อบจ. ภูเก็ต รุกแผนพัฒนาท่องเที่ยวครบวงจร ตั้งเป้าดันรายได้ครึ่งปีหลังเป็น 5 แสนล้านบาท

ต.ค. 11, 2567
จังหวัดภูเก็ตปรับแผนพัฒนาภูเก็ตครบวงจรแบบ 360 องศา ปูพรมครบเครื่องทั้งแผนพัฒนา ‘Transportation + City’ ลดปัญหาการจราจรด้วยรถ EV ปรับโฉมท่าเรืออ่าวฉลองเป็น Smart Pier และเป็นท่าเรือที่ปลอดภัยสูงสุดสำหรับผู้ใช้บริการ พร้อมพัฒนาสวนสาธารณะกลางเมือง และชู “ความเป็นตัวตน” ของภูเก็ต พร้อมตั้งเป้าเพิ่มรายได้ครึ่งปีหลังจาก 4.2 แสนล้านบาทเป็น 5 แสนล้านบาท และมุ่งเจาะตลาดนักท่องเที่ยวระดับคุณภาพ
 
ภูเก็ต: Big Name, Small Budget  
ชื่อชั้นของ ภูเก็ต ที่ติดอันดับ World Destination มานาน ด้วยจุดขาย Sea, Sand, Sun ที่คงเส้นคงวามาด้วยกันเป็นทศวรรษจนปัจจุบันนี้ ทว่า ในความสวยงามและเกียรติภูมิที่ได้รับการเชิดชูนั้นก็ยังมี Pain Point ที่ภูเก็ตยังไม่สามารถออกจากวังวนนี้ได้ โดยเฉพาะ

1) งบประมาณที่ได้รับและเหลือสุทธิสำหรับการบริหาร/พัฒนาจังหวัดต่อปีเพียง 85 ล้านบาทเท่านั้น เนื่องจากการจัดสรรงบพัฒนาจังหวัดที่อิงกับจำนวนตัวเลขประชากร และภูเก็ตมีประชากรในระบบเพียง 4 แสนกว่าราย ขณะที่ประชากรแฝงมีกว่า 1 ล้านคน และโดยเฉลี่ยภูเก็ตจะมีประชากรหมุนเวียน1.3 – 2 ล้านคน ขณะที่รับงบประมาณจากส่วนกลางในอัตราของประชากร 4 แสนคน

2) ปัญหาเชิงโครงสร้าง เช่น ถนนเข้าเมืองที่มีเพียงเส้นทางเดียว, การขาดเส้นทางคมนาคมเพื่อเชื่อมต่อจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆในภาคใต้ ฯลฯ แต่มิได้รับการเหลียวแลหรือส่งเสริมจากส่วนกลางเท่าที่ควร เพื่อทำให้ภูเก็ตเป็น World Destination อย่างสมศักดิ์ศรี และยกระดับคุณภาพชีวิตเป็นเมืองน่าอยู่ของชาวภูเก็ต ตลอดจนคนไทยและนักท่องเที่ยว

3) ปัญหารายได้ ทั้งที่ภูเก็ตมีธุรกิจใหญ่ๆ ระดับ Big Name ที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในจังหวัดมากมาย แต่ธุรกิจเหล่านี้ก็ล้วนส่งภาษีกลับส่วนกลางตามที่อยู่ของสำนักงานใหญ่


แผนพัฒนาจังหวัด ‘Transportation + City’
จากเทศกาล “ถือศีลกินผัก” ทุกปีของภูเก็ตที่ทำให้จังหวัดนี้ครองพื้นที่สื่อทั้งไทยและต่างประเทศในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้สะท้อนถึงความยิ่งใหญ่ของภูเก็ต และความท้าทายที่ภูเก็ตต้องเผชิญเช่นกัน
 
ทว่า การปรับแผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ตของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ซึ่งนำโดย นายเรวัต อารีรอบ นายกอบจ.ภูเก็ต ได้ปรับแผนพัฒนาภูเก็ตเพื่อสร้างความแข็งแกร่งจากภายใน และเพื่อให้ “ตนจึงเป็นที่พึ่งแห่งตน” ด้วยฐานรายได้จากภาษีท้องถิ่นที่ได้จากธุรกิจที่จดทะเบียนในจังหวัดภูเก็ต และรายได้จากธุรกิจโรงแรมสัดส่วน 1% ซึ่งทำให้จังหวัดมีรายได้กว่า 300 ล้านบาท เพื่อผลักดันศักยภาพที่หลากหลายของจังหวัดให้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับคุณภาพ สามารถเพิ่มการใช้จ่ายต่อคน และกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นได้ ขณะเดียวกันก็สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การท่องเที่ยวของรัฐบาลที่ต้องการผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว การขนส่ง และศูนย์กลางการบินของภูมิภาค พร้อมส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งชายฝั่งทะเลอันดามัน  
 
นายเรวัตเปิดเผยถึงแผนพัฒนาจังหวัดว่า “อบจ.ภูเก็ตมุ่งยกระดับการท่องเที่ยวแบบครบวงจร พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตของคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวในขณะเดียวกันด้วย”


ทั้งนี้ แผนพัฒนาจังหวัดภูเก็ต ของ อบจ.ภูเก็ตประกอบด้วย 
1) แผนพัฒนาการคมนาคม/ขนส่ง ด้วย 2 แผนสำคัญ ได้แก่ 

  • โครงการรถ EV แผนการพลิกโฉมการขนส่ง เพื่อแก้ ปัญหารถติดสะสมในตัวเมืองที่มีปัญหาไม่แตกต่างจากกรุงเทพฯ ด้วยโครงการนำรถ EV จำนวน 24 คัน มาใช้แทน “รถโพถ้อง” (รถกระบะสองแถวสีชมพู ต่อส่วนโดยสารด้วยไม้) ของ อบจ.ภูเก็ตที่ให้บริการมานานกว่า 10 ปี โดยให้บริการใน ‘3 + 1 เส้นทาง’  ได้แก่ สายที่ 1 สายสีเหลือง เริ่มต้นที่สะพานหิน ไปสิ้นสุดที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลภูเก็ต ระยะทาง 11 กม. สายที่ 2 สายสีแดง ท่าเรืออ่าวฉลอง-ห้างซุปเปอร์ซีป ระยะทาง 18 กม. สายที่ 3 สายสีเขียว ท่าเทียบเรือรัษฎา-สวนน้ำอันดามันดา ระยะทาง 10.5 กม. และบวกอีก 1 เส้นทาง คือ เส้นทางสนามบิน- หาดราไวย์ รวมระยะทางประมาณ 47 กม.  ทั้งนี้ อบจ.ภูเก็ตได้ปรับเส้นทางเดินรถให้เข้าถึงแหล่งท่องเที่ยว ท่าเรือ โรงเรียน ชุมชน ย่านการค้า ย่านเมืองเก่ามากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม ทั้งคนภูเก็ต นักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ โดยรถโดยสาร 1 คันรองรับผู้โดยสารได้ 21 คน พร้อมตั้งเป้าทดลองวิ่งต้นธันวาคม 2567  และให้บริการฟรีสำหรับเด็ก นักเรียน และคนชรา เพื่อแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนด้วย
 
  • โครงการ Smart Pier แผนการพัฒนาและปรับปรุงท่าเทียบเรือที่อยู่ในการดูแลของ อบจ.ภูเก็ต โดยได้พัฒนาท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง ต.ฉลอง อ.เมือง จ.ภูเก็ต และทาง อบจ.ภูเก็ตเป็นผู้บริหารจัดการเอง โดยจะยกระดับเป็นท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) เพื่อจัดเก็บฐานข้อมูลของผู้ประกอบการ เรือโดยสาร ผู้โดยสาร เวลาเข้าออกของรถ/เรือที่เข้ามาที่ท่าเรือ  การคัดกรองผู้โดยสารด้วย AI การจัดระเบียบการจราจรบนสะพาน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บริการ เพื่อความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวทางทะเลของภูเก็ตมากที่สุด 
 
2) แผนพัฒนาเมือง ได้แก่

  • การพัฒนา โครงการสวนสาธารณะ เพื่อสร้างปอดแห่งใหม่ แหล่งสันทนาการและสถานที่ออกกำลังกายแห่งใหม่ของชาวภูเก็ตบนพื้นที่เรือนจำจังหวัดภูเก็ตเดิม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตเทศบาลนครภูเก็ต บนพื้นที่ 33 ไร่ ด้วยงบประมาณ 169.5 ล้านบาท พร้อมด้วยที่จอดรถยนต์อีก 300 คัน รองรับรถยนต์ของผู้ที่มาออกกำลังกายและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่มาท่องเที่ยวยังย่านเมืองเก่าภูเก็ต และเชื่อมโยงกับบริบทพื้นที่สีเขียวโดยรอบให้กลายเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใจกลางเมือง
  • สมทบทุนสร้าง ศูนย์โรคหัวใจ อบจ.ภูเก็ต ได้ร่วมบริจาคเงิน 30 ล้านบาท สมทบทุนของ โรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ตที่มี 24 ล้านบาท เพื่อสร้างศูนย์โรคหัวใจให้กับโรงพยาบาลวชิระ ภูเก็ต ตามโครงการพัฒนาศักยภาพศูนย์โรคหัวใจ จังหวัดภูเก็ต เพื่อใช้ในการจัดหาครุภัณฑ์และวัสดุทางการแพทย์ พัฒนาศักยภาพในการวินิจฉัยและการรักษาผู้ป่วยโรคหัวใจ โดยมีแนวคิดเบื้องหลังของนายเรวัตที่ต้องการสร้างศูนย์โรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคเฉพาะทางให้จังหวัดภูเก็ตมีโครงสร้างพื้นฐานที่สามารถให้บริการกับคนภูเก็ตและนักท่องเที่ยวได้อย่างทันท่วงที ไม่ต้องส่งตัวข้ามจังหวัด ซึ่งจะเป็นประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายเนื่องจากเป็นโรงพยาบาลของรัฐ และช่วยชีวิตผู้ป่วยได้  

ตั้งเป้าพิชิต 5 แสนล้านช่วงครึ่งปีหลัง  
            สำหรับเป้าหมายในปีนี้ นายเรวัต กล่าวว่า ด้วยจุดแข็งและศักยภาพที่ภูเก็ตมีนับแต่ประวัติศาสตร์อันยาวนานนับศตวรรษ ความเป็นภูเก็ตที่บ่มเพาะและส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นสถาปัตยกรรมย่านเมืองเก่าภูเก็ต (Phuket Old Town) การชิมอาหารพื้นถิ่น และการสัมผัสกับวัฒนธรรมดั้งเดิมของภูเก็ต ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวได้รู้จักภูเก็ตในแง่มุมที่แตกต่างออกไปที่มิได้มีเพียงแค่ Sea, Sand, Sun แต่ยังมี City ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่น่าสนใจอีกด้วย และด้วยแผนการพัฒนาจังหวัดของ อบจ. เราตั้งเป้าว่า ในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถทำรายได้ได้ 5 แสนล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำรายได้ 4.2 แสนล้านบาท และคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาภายในปีนี้ประมาณ 3 แสนคน ทั้งนี้เป็นการประเมินจากการจองเที่ยวบินเข้าจังหวัด และเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีประมาณ 2 แสนคนและเพิ่มจากปี 2565 ซึ่งเป็นช่วงโควิดประมาณ 6 เท่าตัว โดยในจำนวนนักท่องเที่ยวที่มาภูเก็ตนั้นเป็นคนไทย 30%


อบจ. ภูเก็ต รุกแผนพัฒนาท่องเที่ยวครบวงจร ตั้งเป้าดันรายได้ครึ่งปีหลังเป็น 5 แสนล้านบาท

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact