เพื่อบรรลุการเติบโตระยะยาว จำเป็นอย่างยิ่งที่ธุรกิจทุกขนาดต้องปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ล่าสุด
เพราะปัจจัยที่เกี่ยวข้องเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของผู้บริโภค ปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะโลกรวน (Climate Change) ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีใหม่ๆ เป็นต้น
Chartered Institute of Marketing 1 ใน 50 สถาบันทำนายอนาคตการตลาดชั้นนำของสหรัฐ นำเสนอ 10 แนวโน้มสำคัญปี 2025 ผลงานของ Dr.Dave Chaffey ผู้ก่อตั้ง Smart Insight ที่ปรึกษากลยุทธ์ Digital Marketing แก่ธุรกิจกว่า 100 แห่ง ตัวอย่าง เช่น Mercedes-Benz, Barclaycard, HSBC, Nokia ฯลฯ
10 แนวโน้ม Digital Marketing ปี 2025 ประกอบด้วย
1. Generative AI เปลี่ยนวิธีการทําการตลาด
ไม่มีแพลตฟอร์มหรือเทคโนโลยีใหม่ใดที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การตลาดปี 2024 มากไปกว่า Generative AI ในความเป็นจริงนักการตลาดใช้ AI สร้างเนื้อหา Brainstorm แคมเปญปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวม
มีการศึกษาพบว่า 73% ของนักการตลาดใช้เครื่องมือ AI เป็นประจําอยู่แล้ว ขณะที่ช่วง 24 เดือนที่ผ่านมา การ Search คำว่า "เครื่องมือการตลาด AI" ด้วย Google เพิ่มขึ้น 967%
2. นักการตลาดยุคใหม่ทุ่มสรรพกำลังไปกับ TikTok
แม้มีผู้ใช้มากกว่า 1,000 ล้านคน TikTok ก็ยังโตไม่หยุด ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาการใช้ TikTok เป็น Search Engine เพิ่มขึ้น1,825% ไตรมาส 4 ปีที่แล้ว มี New User มากกว่า 200 ล้านคน
นักการตลาดหลายคนมองว่า TikTok เป็นแพลตฟอร์ม GenZ เท่านั้น ขณะที่มีคนจำนวนไม่น้อยไม่แน่ใจว่าจะ โปรโมทแบรนด์ของตนด้วยเนื้อหาวิดีโอสั้นได้อย่างไร แต่ความจริงก็คือมีแบรนด์จำนวนมากมีแผนใช้งบการตลาดทั้งหมดกับ TikTok
3. AI เป็นเครื่องมือหลักทำ Personalized Marketing Campaigns
การค้นหาคำว่า "Personalized Marketing" เพิ่มเป็น 2 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา
มีข้อมูลระบุว่า 80% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มซื้อสินค้า หากมีการปรับเป็นแบบ Personalized นอกจากนั้น 90% ของนักช้อปยินดีแชร์ข้อมูลของตัวเอง ถ้าช่วยให้ซื้อสินค้าราคาถูกกว่าเดิมหรือสะดวกขึ้น
70% ของธุรกิจที่ใช้ AI ในการทำ Personalization มี ROI เพิ่มขึ้น 200%
Netflix เป็นตัวอย่างของการทำ Personalization แบบไร้พรมแดน ปัจจุบัน การชม 80% มาจากอัลกอริทึม “Recommended” มีเพียง 20% มาจากการ Search ของสมาชิก
4. Instagram เพิ่มฟีเจอร์ใหม่หนุน E-commerce
Hashtag กลายเป็นเครื่องมือทรงพลังในการขายของออนไลน์ โดยเฉพาะทาง Instagram ซึ่งสิ้นเดือนมิถุนายน มีผู้ใช้มากกว่า 2,000 ล้านราย
ผู้ใช้หลายล้านคนบน Instagram ทำมากกว่าแค่การแชร์ภาพกับเพื่อนๆ ทั้งนี้ 36% ของผู้ใช้ติดตามแบรนด์และบริษัทในแอป ขณะที่มีผู้ใช้มากกว่า 200 ล้านคน เข้าชมโปรไฟล์ธุรกิจอย่างน้อย 1 โปรไฟล์ต่อวัน
คาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี2024 ธุรกิจในสหรัฐจะใช้งบโฆษณาบน Instagram ประมาณ 9,100 ล้านดอลลาร์
5. Influencer Marketing Matures
คาดว่าจะมีการใช้จ่ายกับ Influencer Marketing สูงถึง 35,000 ล้านดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2024
48 %ของนักการตลาดกล่าวว่า Influencer Marketing มี ROI ที่ดีกว่าหรือสูงกว่าช่องทางการตลาดอื่นๆ
ตัวอย่าง เช่น แคมเปญการตลาดของ Dunkin' กับ Charli D'Amelio-TikTok Influencer ช่วยให้ยอดขาย Cold Brew เพิ่มขึ้น 20% จำนวนดาวน์โหลดแอป Dunkin' เพิ่มขึ้น 57%
6. Advertisers ให้ความสำคัญ User-generated Content (UGC) เป็นอันดับ 1
สมาคมเอเจนซี่โฆษณาแห่งอเมริการายงานว่า 96% ของผู้บริโภคไม่เชื่อถือโฆษณาของเจ้าของสินค้าเหมือนอดีต
การศึกษาล่าสุดพบว่า 93% ของนักการตลาดเห็นด้วยว่า ผู้บริโภคเชื่อถือ User-generated Contentมากกว่า นอกจากนั้น แบรนด์ยังสามารถใช้ UGC หนุนประเด็นทางสังคมและเพิ่มการมีส่วนร่วมในหมู่ผู้ติดตามโซเชียล
7. ถนนทุกสายมุ่งสู่การผลิต Video
ถ้าอยากรู้ว่าจำนวนวิดีโอเพิ่มขึ้นมากแค่ไหน YouTube มีคำตอบ เพราะทุกนาที มีการอัพโหลดเนื้อหา ความยาวรวมมากกว่า 500 ชั่วโมง
ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าวิดีโอสั้นได้รับความนิยมสูงสุดคําจํากัดความของคำว่า "สั้น" ก็สั้นลงเรื่อยๆ ทุกปี ปัจจุบันคือวิดีโอการตลาดไม่ควรเกิน 2 นาที
8. ความต้องการหนุน Visual Search พุ่ง
ต้องขอบคุณ AI ที่ทำให้ Visual Search หรือการใช้รูปภาพหาข้อมูลกลายเป็นเทรนด์ใหญ่ คาดว่าจะมีมูลค่าถึง 53,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2025 รวมถึงมีผลวิจัยระบุว่า 35% ของนักการตลาดมีแผนใช้ Visual Search ในอนาคตอันใกล้
74% ของผู้บริโภคบอกว่า การใช้ Text-based ค้นหาล้าสมัยไปแล้ว โดยคาดว่า ตอนนี้มีภาพให้สามารถค้นหามากกว่า 2,500 ล้านภาพ
9. ต้องปรับกลยุทธ์ เพราะผู้บริโภคกังวลข้อมูลส่วนตัวรั่วไหล
เกือบ 3 ใน 4 ของชาวอเมริกัน "กังวลมาก" เรื่องความเป็นส่วนตัวทางออนไลน์
Pew Research Center รายงานว่าชาวอเมริกันมากกว่า 80% รู้สึกว่า การรวบรวมข้อมูลของบริษัทต่างๆ ทางออนไลน์ มีความเสี่ยงมากกว่าประโยชน์
10. ผู้นำการตลาดให้ความสำคัญกับ Diversity มากขึ้น
นักการตลาดรับฟังผู้บริโภคซึ่งเรียกร้องเรื่องความหลากหลายความเท่าเทียมกันและการไม่แบ่งแยกมากขึ้น
การสํารวจจาก Abode พบว่า 61% ของผู้บริโภคในสหรัฐ กล่าวว่า ความหลากหลายในการโฆษณาเป็นสิ่งสําคัญ
มากกว่า 1 ใน 3 ของผู้บริโภค LGBTQ+, แอฟริกัน-อเมริกันและมิลเลนเนียล กล่าวว่า มีโอกาสซื้อสินค้าหรือบริการจากแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง Diversity มากกว่าแบรนด์ที่ไม่สนใจเรื่องดังกล่าว
หลายปีที่ผ่านมา Oreo เป็นแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับ LGBTQ+ โดยร่วมมือกับ PFLAG องค์กรอุทิศตนสนับสนุนสิทธิ เปิดตัวแคมเปญ #proudparent บน Instagram Twitter และเว็บไซต์เฉพาะทางการตลาด
แคมเปญบนโซเชียลมีเดียประสบความสำเร็จอย่างมาก มีผู้กดไลค์ 315 ล้านครั้ง 2 ล้าน Engagement
ที่มา https://www.smartinsights.com/digital-marketing-strategy/digital-marketing-trends-2025/