ท่ามกลางสถานการณ์การชะลอตัวของตลาดรถกระบะในประเทศไทย แต่จากพฤติกรรมการใช้รถยนต์ของคนไทยยังคงให้ความสำคัญกับกลุ่มรถกระบะค่อนข้างมาก โดยมีการใช้งานทั้งเชิงพาณิชย์และการใช้งานส่วนบุคคล ส่งผลให้ตลาดรถกระบะไทยจึงยังเป็นตลาดที่ผู้ผลิตรถยนต์จากประเทศจีนให้ความสนใจ
ล่าสุด RIDDARA (ริดดารา) นำร่องเปิดตัว RIDDARA RD6 รถกระบะไฟฟ้า 100% คันแรกของตลาดรถกระบะเมืองไทย เน้นจุดเด่นด้านนวัตกรรม M.A.P (Multiplex Attached Platform) โชว์ศักยภาพการเป็นรถกระบะพลังงานไฟฟ้า ที่โดดเด่นเรื่องการดีไซน์ระดับพรีเมียม สะดวกสบายในแบบ SUV โดยมุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ครอบครัวรุ่นใหม่ พร้อมเปิดราคาขายเริ่มต้นที่ 899,000 บาท สูงสุดที่ราคา 1,299,000 บาท
ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน ประธานกรรมการบริหาร RIDDARA New Energy Automobile กล่าวถึงภาพรวมและแนวทางในการดำเนินงานของ “RIDDARA” ในฐานะแบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% ในเครือ GEELY Holding Group เป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลกที่มุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ โดย RIDDARA ใช้จุดแข็งความโดดเด่นด้านเทคโนโลยี การผลิต รวมถึงเรื่องของคุณภาพของกลุ่ม GEELY Holding มาเป็นพื้นฐานในการพัฒนารถกระบะพลังงานไฟฟ้าเพื่อสร้างไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ ที่สามารถรองรับการใช้งานหลากหลายรูปแบบในสภาพถนนที่มีความแตกต่างด้วยการขับขี่ในแบบรถ SUV โดยมุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่

“ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมีการเปิดรับการเปลี่ยนแปลงเป็นอย่างมาก ด้วยนโยบายจากรัฐบาลที่ให้การสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานใหม่อย่างจริงจังทำให้มีแบรนด์รถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่เป็นรถยนต์พลังงานใหม่เข้าสู่ตลาดและได้รับความนิยมแพร่หลายในประเทศไทย ในขณะที่กลุ่มตลาดรถกระบะในประเทศไทยนั้นยังถือเป็นฐานการผลิตสำคัญที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งยังคงมีความท้าทายและความต้องการอันหลากหลายที่รอการเติมเต็ม RIDDARA จึงทุ่มเทอย่างหนักทั้งในด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเราอย่างรอบด้านด้วยการนำเทคโนโลยีไฟฟ้าและนวัตกรรมการขับขี่อัจฉริยะมาสู่อุตสาหกรรมรถกระบะ โดยหวังว่าการวิจัยและพัฒนาในครั้งนี้มีส่วนขับเคลื่อนจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในวงการรถกระบะได้อย่างกว้างขวาง”
ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน คาดหวังว่า รถ RIDDARA รุ่นนี้จะสร้างมิติใหม่แห่งการขับขี่ที่มีทั้งสมรรถนะที่แข็งแกร่งแบบรถกระบะพร้อมการขับขี่ที่สะดวกสบายแบบรถยนต์ SUV เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของกลุ่มครอบครัวรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการเรงความเร็ว การประสิทธิภาพการประหยัดพลังงาน และด้านความปลอดภัย
โดยปี 2566 RIDDARA ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในฐานะ China's NO.1 EV-pickup รถกระบะไฟฟ้ายอดขายอันดับหนึ่งในประเทศจีนด้วยส่วนแบ่งการตลาดที่มากกว่า 60% ในกลุ่มรถกระบะ และมีแผนเปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมแผนการขยายธุรกิจในระดับสากลที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วโลก โดยปัจจุบัน RIDDARA เปิดตัวรถกระบะพลังงานไฟฟ้าแล้วในยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง อเมริกากลาง และอเมริกาใต้

สำหรับประเทศไทย RIDDARA ดำเนินงานภายใต้การดูแลของ บริษัท ริดดารา ออโต้โมบาย (ประเทศไทย) จำกัด (RIDDARA AUTOMOBILE (THAILAND) COMPANY LIMITED โดยพร้อมสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยและให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าคนไทยเป็นหลัก รวมไปถึงการร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจในทุกภาคส่วนเพื่อมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้า และสร้างการเติบโตให้อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเพื่อก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางตลาดรถกระบะพลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคอาเซียน
ในส่วนของการเปิดตัว RIDDARA RD6 ครั้งนี้ ถือได้ว่า RIDDARA เป็นแบรนด์รถกระบะพลังงานไฟฟ้า 100% แบรนด์แรกที่ทำตลาดเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย โดยเปิดตัวรถกระบะ 4 รุ่นย่อย ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อ คือ รุ่น RIDDARA RD6 2WD 63kWh ราคา 899,000 บาท รุ่น RIDDARA RD6 2WD 73kWh ราคา 999,000 บาท รุ่น RIDDARA RD6 4WD 73kWh ราคา 1,149,000 บาท และรุ่น RIDDARA RD6 4WD 86kWh ราคา 1,299,000 บาท
RIDDARA RD6 มีความโดดเด่นด้านสมรรถนะด้วยอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.5 วินาที ซึ่งเทียบเท่ากับรถยนต์สปอร์ต มีการออกแบบโครงสร้างตัวถังขนาดใหญ่และมีความปลอดภัยสูง มีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ติดตั้งระบบความปลอดภัย และระบบช่วยในการขับขี่

ที่น่าสนใจ คือการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวคนรุ่นใหม่ ด้วยพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่รองรับการเดินทาง และการทำกิจกรรมแบบเอาท์ดอร์ มีช่องจ่ายกระแสไฟตามมาตรฐานยุโรปขนาด 6KW กระบะท้ายพร้อมระบบป้องกันการจ่ายไฟฟ้าอัจฉริยะสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าได้ทั้งในขณะจอดรถ ล็อกรถ ชาร์จไฟ หรือแม้กระทั่งขณะขับรถ และยังมะบบเชื่อมต่อและควบคุมรถผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ ทำให้สามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ภายในรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ทโฟน ที่สำคัญ คือการมีค่าบำรุงรักษาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่น้อยกว่ารถกระบะสันดาปทั่วไป
สำหรับแผนการทำตลาดในประเทศไทย ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าวว่า ในช่วงปลายปีนี้ทางบริษัทจะเน้นสร้างแบรนด์และการนำเสนอเทคโนโลยีให้เป็นที่รู้จัก และตั้งเป้ายอดขายในปีหน้าไว้ที่ 10,000 คัน ควบคู่ไปกับการขยายตัวแทนจำหน่ายภายในปีนี้ 30 แห่ง และเพิ่มอีก 20 แห่ง รวมเป็น 50 แห่งภายในปี 2568 โดยก่อนหน้านี้ บริษัทลงทุนกว่า 750 ล้านบาท เพื่อทำการศึกษาตลาดและวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ในประเทศไทยมาตลอดระยะเวลากว่า 2 ปี โดยเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพถนนภูมิอากาศและพฤติกรรมการใช้งานของคนไทย
“เราให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยโดยเน้นการทำงานใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ 1.การจัดจำหน่าย 2.การบริการหลังการขาย และ 3. การผลิต ซึ่งบริษัทมีการพัฒนาเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม M.A.P. ที่สามารถรองรับได้ทุกระบบการขับเคลื่อนทั้ง BEV, PHEV และ HEV โดยแผนงานในปีหน้าเรายังเตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริด โดยเน้นทำตลาดเฉพาะกลุ่มรถกระบะ และขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการศึกษาการทำรถกระบะในกลุ่มคอมเมอร์เชียลอีกด้วย” ดร. หลิง ซื่อ เฉวียน กล่าว