BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
5,964
VIEWS

ถอดความคิด “Innosense Digital Agency” สตาร์ทอัพ ที่ผันตัวมาเป็น Agency แถมทำบิลลิ่งได้ปีละ 200 ล้านบาท

พ.ย. 06, 2567 S.Vutikorn
Innosense เป็นดิจิทัล เอเจนซี่ที่เกิดจากการรวมตัวของคน 3 คนที่มีความชำนาญงาน 3 แนวทาง เริ่มจาก คุณกัญจน์ กาญจนะโภคิน Creative Chairman & Partner ที่มาจากสายงานโฆษณา, คุณพิภู ธนินธนะเดช Managing Director & Partner ที่มาจากสายงานวิศวะคอมพิวเตอร์ และ คุณศรัณย์ ตั้งเทวนนท์ Managing Director & Partner ที่มาจากสายงานมีเดีย

แม้จะมาจากสายงานที่แตกต่างกันอย่างมาก แต่พอมารวมตัวกันทักษะและประสบการณ์ของแต่ละคนกลับกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัวอย่างมากสำหรับ Innosense

ระยะเวลาเพียง 10 ปี Innosense ที่เริ่มต้นด้วยความตั้งใจที่จะเป็นสตาร์ทอัพ แต่เบนเข็มมาเป็นดิจิทัล เอเจนซี่ สามารถไต่เต้าจากบริษัทเล็กๆ จนมีรายได้แตะ 200 ล้านบาท และวางรากฐานบริษัทจนมั่นคงมีพนักงานกว่า 100 คนในปัจจุบัน
Story ของ Innosense จึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจไม่น้อย

Innosense

พิภู เล่าถึงเบี้องหลังให้ฟังว่า ในความเป็นจริงตัวเองกับคุณกัญจน์ตั้งใจจะเปิดบริษัทในรูปแบบสตาร์ทอัพ เพื่อพัฒนาแอปพลิเคชันมากกว่าที่จะเป็นดิจิทัล เอเจนซี่ เพราะตัวเองมีพื้นฐานมาจากด้านวิศวะคอมพิวเตอร์

“จริงๆ ตอนแรกเราตั้งใจจะทําสตาร์ทอัพ ทำแอปพลิเคชัน เขียนโค้ด ทําเว็บไซต์ให้ลูกค้า เพราะแบ็คกราวน์ของผมเป็นวิศวะคอมพิวเตอร์ ส่วนคุณกัญจน์ก็จะเป็นครีเอทีฟ พอมารวมกันมันก็เลยทำงานได้ทั้งงานครีเอทีฟ งานโค้ด แล้วก็มี Innovation ซึ่งเป็นที่มาของชื่อบริษัท Innosense คือเป็น Innovation ที่ Make Sense คือสามารถตอบโจทย์ทางการตลาดได้ด้วย”

พิภู กล่าวเพิ่มเติมว่าช่วงแรกที่เริ่มทำธุรกิจก็ยังไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นดิจิทัล เอเจนซี่ เนื่องจากสโคปงานที่ทำยังอยู่ในวงแคบๆ เช่น ทำเว็บไซต์, ทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย จนกระทั่งผ่านไปถึงปีที่ 3 จึงเริ่มมีงานที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์เข้ามาเพิ่มมากขึ้น มีพนักงานเพิ่มขึ้นเป็น 50 คน และในปีที่ 5 จึงเริ่มที่จะรับงานดิจิทัล เอเจนซี่แบบเต็มตัว เริ่มมีงานแคมเปญใหญ่ๆ ทยอยเข้ามา

“เบื้องหลังความสำเร็จของ Innosense เกิดจากอะไร ก็เกิดจากที่เราพยายามวางโครงสร้างองค์กรให้เข้ากับยุคสมัย พอบริษัทเราใหญ่ขึ้นเราก็ปรับโครงสร้าง จริงๆ เราปรับเปลี่ยนมาไม่ต่ำกว่า 5 ครั้ง สมัยก่อนเรามีแค่ 1 ทีมแล้วก็ทําเกือบทุกอย่าง แล้วก็เราก็แตกออกมาเป็น 3 ทีม เราปรับโครงสร้างจนเป็นเหมือนกับเอเจนซี่ใหญ่ๆ ช่วงที่คุณตั้ม ซึ่งมาจากสายงานผลิตแมกกาซีนแบบ Free Copy เข้ามาร่วมทีม”

 ปัจจุบัน Innosense มีการแบ่งงานกันอย่างชัดเจน คุณกัญจน์จะรับผิดชอบเรื่องงานครีเอทีฟ คุณพิภูจะรับผิดชอบเรื่องงานโอเปอเรชั่นทั้งหมด ส่วนคุณศรัณย์จะรับผิดชอบเรื่องงานขาย รวมถึงงาประเภท Activation โดยรายได้หลักของบริษัทกว่า 80% จะมาจากการทำแคมเปญสื่อสารการตลาดออนไลน์ ส่วนอีกประมาณ 20% ที่เหลือจะมาจากงานออฟไลน์ และงาน Activation


4C’s

หัวใจสำคัญที่ทำให้ Innosense พัฒนามาจนถึงทุกวันนี้ก็คือความคิดสร้างสรรค์ โดยทาง Innosense ได้พัฒนากรอบแนวคิด 4C’s เพื่อสร้างงานให้โดดเด่น ที่สำคัญคือทุกไอเดียต้องสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในแพลตฟอร์มและจุดสัมผัสต่างๆ ประกอบด้วย

1. Conceptualization : การพัฒนาแนวคิด หรือการนำเสนอไอเดียที่ดีที่สุดที่ตอบสนองต่อแบรนด์ ผลิตภัณฑ์ และลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งครอบคลุมไปถึงเรื่องการวางกลยุทธ์ที่ช่วยให้ลูกค้าโดดเด่นจากคู่แข่งและสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

2. Customization : การปรับแต่งแนวคิด คือการกระจายแนวคิดสู่แพลตฟอร์มต่างๆ โดยเน้นที่ความยืดหยุ่นและแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นโฆษณาทางโทรทัศน์ โฆษณาดิจิทัล เนื้อหาในโซเชียลมีเดีย การร่วมมือกับผู้มีอิทธิพล หรือการทำ Activation 

3. Connectivity : การเชื่อมต่อ คือการเข้าถึงหัวใจของกลุ่มเป้าหมายให้สัมผัสถึงอารมณ์และความรู้สึกของกลุ่มเป้าหมาย เรามุ่งเน้นไปที่การเข้าใจอินไซต์ของลูกค้าและทำให้มั่นใจว่าตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนาแนวคิดไปจนถึงการปรับแต่งและการสื่อสารทุกจุดเชื่อมต่อกับผู้บริโภคได้อย่างลึกซึ้ง ความเชื่อมโยงทางอารมณ์นี้เป็นสิ่งสำคัญในการทำให้การสื่อสารของเราทรงพลังและน่าจดจำ

4. Craftsmanship : งานฝีมือซึ่งเน้นคุณภาพและความประณีตของผลงานสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านภาพหรืองานด้านคำ เพื่อให้ผลงานสุดท้ายไม่เพียงแต่ตอบโจทย์เท่านั้น แต่ยังเกินความคาดหมาย

ถ้าถามว่าอะไรคือจุดแข็งของ Innosense ศรัณย์ กล่าวว่า “จุดแข็งของบริษัทอยู่ที่การเซอร์วิส   ลูกค้า, อินฟลูเอนเซอร์ เน็ตเวิร์คที่มีหลายพันบัญชี และการคิดงาน Activation ที่สอดประสานไปกับทุกแคมเปญสื่อสารการตลาด”

สำรวจ > ปรับ > สร้าง > ปล่อย

พิภู อธิบายว่า ตลอดระยะเวลา 10 ปี Innosense ผ่านการเปลี่ยนแปลงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้นำกระบวนการ “สำรวจ > ปรับ > สร้าง > ปล่อย" มาเป็นหลักในการพัฒนาองค์กรและสร้างแคมเปญการตลาดที่ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าและสร้างผลลัพธ์ที่ยั่งยืน

 “ผมจะรับผิดชอบในเชิงของโอเปอเรชั่นเป็นหลัก เราก็จะสํารวจก่อนว่าจริงๆ แล้วบริษัทเราเป็นอย่างไร ในช่วงเวลาต่างๆ พนักงานเรามีความสุขหรือไม่ เราก็จะใช้หลักการสํารวจ เพื่อที่จะดูว่าเราจะปรับอย่างไรเพื่อที่จะทําให้โครงสร้างองค์กรอยู่ได้ น้องๆ แฮปปี้ บริษัทแฮปปี้ ลูกค้าแฮปปี้
 
 ในเชิงองค์กรเราทํามาหลายรอบ จากการที่ผมไม่เคยอยู่เอเจนซี่ ผมเป็นสายวิศวะ เพราะฉะนั้นผมก็เลยพยายามจะบิวท์โครงสร้างให้เหมาะกับการทำงานขององค์กรมากที่สุด เราใช้หลักการคิดเดียวกันกับการที่เราคิดแคมเปญหรือว่าคิดงานต่างๆ ให้กับลูกค้าด้วย ก็จะเริ่มจากสํารวจเหมือนกัน เราก็ต้องไปสํารวจว่าจริงๆ ลูกค้าต้องการอะไร Data ที่มีคืออะไร แล้วก็เอาข้อมูลตรงนั้นมาปรับใช้กับกับแคมเปญที่ลูกค้าอยากได้ เพราะบางทีจริงๆ ลูกค้าอยากได้อะไร ลูกค้ายังไม่รู้เลย เราสํารวจตรงนั้นมาแล้วเราค่อยเอามาปรับใช้กับตัวเองและให้เข้ากับลูกค้าด้วย”
พิภู ย้ำว่า กระบวนการนี้ไม่ใช่แค่ขั้นตอนที่ทำเพียงครั้งเดียว แต่เป็นวงจรที่หมุนเวียนและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บริษัทและลูกค้าของเราสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงในตลาดได้เสมอ

ในเรื่องของการสร้าง Innosense จะเน้นการทำความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคและความต้องการของลูกค้า โดยใช้เครื่องมือทางการตลาดสมัยใหม่ อาทิ Google Analytics หรือ Social Listening Tools เพื่อดึงข้อมูลเหล่านี้มาใช้ในการกำหนดทิศทางของแคมเปญให้สอดคล้องกับตลาดและสร้างผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

กัญจน์ กล่าวเสริมว่า ที่ Innosense การสร้างทีมและสร้างทีมงานและวัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญมาตลอด เพราะวัฒนธรรมองค์กรที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นรากฐานที่มั่นคงจะช่วยให้องค์กรสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

 “โชคดีที่ผมมีประสบการณ์ทํางานเอเจนซี่เมืองนอกมา ซึ่งจริงๆ แล้ว ในปัจจุบันสิ่งที่เราต้องพยายามยกระดับคุณภาพงานก็คือความคิดสร้างสรรค์ ประสบการณ์คือสิ่งที่ผมต้องเอามาถ่ายทอดให้น้องๆ เพราะตอนนี้ครีเอทีฟหายาก

แล้วแน่นอนครีเอทีฟที่อยู่เน็ตเวิร์ค เอเจนซี่ก็ค่าตัวแพงมาก แล้วเราจะทําอย่างไร ผมคุยกับคุณพิภูประจําว่าจะเน้นเรื่องการสร้างทีม ด้วยการมองหาเด็กที่มีศักยภาพมาปั้น เราพยายามที่จะค่อยๆ สร้าง เราไม่ได้หัวอนุรักษ์ แต่เรามองเรื่องการเติบโตอย่างยั่งยืน บริษัทเราไม่เคยขาดทุนตั้งแต่เปิดมาเลย แม้แต่ช่วง COVID-19 ไม่มีเดือนไหนที่เราไม่จ่ายเงินลูกน้อง เราไม่เคยลดเงินเดือนเลย”

ด้านศรัณย์ กล่าวว่า สิ่งที่ทำให้บริษัทสามารถเติบโตได้ถึง 180-200% มาจากการทำงานที่สามารถตอบโจทย์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้

 “เคสตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน คือการสร้าง Partnership ระหว่างคนรักนาฬิกากับลูกค้าในวงการอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งนำไปสู่การปิดการขายให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ เช่น การทำงานผ่านแพลตฟอร์มที่มีผู้ติดตามจำนวนมากอย่าง "Luxury Project” และ "TikTok Luxury Addict Man" แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและเข้าใจเทรนด์
Challenge

ในเชิงการแข่งขัน ทีมผู้บริหารของ Innosense เองก็ยอมรับว่า ด้วยขนาดขององค์กร และรูปแบบธุรกิจที่เป็น Independent Agency ซึ่งยังมีความเสียเปรียบกับ Network Agency อยู่พอสมควร หลายครั้งที่ Innosense ถูกมองเป็น Tier 2, 3 ในการเลือก Pitching งาน

“เราไม่ได้เป็น Global Agency แต่เป็น Local Agency สัญชาติไทยเลย ดังนั้นจะทําอย่างไรให้เราไปขยับขึ้นไปอยู่เป็น Tier บนได้ อันนี้เป็นความท้าทาย เราเคยเจอเคสที่ลูกค้าบอกว่า รอบนี้อยากใช้เอเจนซี่ใหญ่ เราฟังแล้วเราก็เฮิร์ท แต่เราก็รู้สึกว่าเออ...แล้วจะทําอย่างไรให้เราไปอยู่ในใจเขา ให้เราเป็นเอเจนซี่ที่แบบเราก็เจ๋งนะ นี่เป็นความท้าทายว่า เราไม่ได้แข่งที่ขนาด แต่เราแข่งที่ไอเดียมากกว่า” กัญจน์ อธิบาย
 
ส่วนพิภูก็เสริมว่า จริงๆ ความแตกต่างของเอเจนซี่เล็กกับใหญ่ เอเจนซี่ขนาดใหญ่จะมีระบบที่มาตรฐาน แต่ก็ต้องแลกกับค่าบริการที่สูงกว่า

“เน็ตเวิร์ค เอเจนซี่ค่าธรรมเนียมก็จะแพงกว่า ส่วนข้อดีของเรา คือต้นทุนด้านการปฏิบัติงานที่ถูกกว่า หน้าที่เราคือต้องพิสูจน์ว่างานครีเอทีฟเราไม่แพ้ใคร ณ วันนี้ สิ่งที่เราพยายามสร้างก็คือเรื่องของรางวัล และผลงานของเรา แต่ท้ายสุดทุกอย่างจะวัดกันที่ตัวเนื้องานและความสำเร็จของลูกค้า”

แน่นอนว่า ความท้าทายของ Innosense นอกเหนือจากการสร้างแบรนด์ให้ลูกค้าก็คือการสร้างแบรนด์ใหักับตัวบริษัทเองด้วย

ถอดความคิด “Innosense Digital Agency” สตาร์ทอัพ ที่ผันตัวมาเป็น Agency แถมทำบิลลิ่งได้ปีละ 200 ล้านบาท

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact