Live Nation ผู้นำธุรกิจ Live Music บริษัทแม่ของ Ticketmaster แพลตฟอร์มจองตั๋วระดับโลก เปิดเผยข้อมูลมกราคม-ตุลาคม 2024 Live Concert ทั่วโลกมียอดขายสูงถึง 144 ล้านใบโต 39% ส่งผลให้ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 45% เทียบกับต้นปี ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความต้องการประสบการณ์แปลกใหม่ และความกลัวตกเทรนด์ (FOMO - Fear of Missing Out) ของทั้ง Gen Z และมิลเลนเนียล ยอมทุ่มไม่อั้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของความบันเทิงน่าประทับใจครั้งสำคัญในชีวิต
หลายปีที่ผ่านมา ตลาดเพลง Playback หรือการฟังเพลงจากระบบบันทึกเสียงเปลี่ยนแปลงสุดขั้ว กระแสหลักเปลี่ยน เป็น Streaming มีเดียที่เคยได้รับความนิยมสูง เช่น CD ตายสนิท ไวนิลแม้กลับมานิยมอีกครั้ง แต่การขยายตัวยังต่ำ ความนิยมเติบโตสูง คือ Live Music หรือ Live Concert
Live Nation เปิดเผยข้อมูลว่า Live Concert ยอดขายตั๋วสูง เช่น Eras Tour ของ Taylor Swift ครองสถิติรายได้สูงสุดตลอดกาล เฉพาะในสหรัฐอยู่ที่ 2,200 ล้านดอลลาร์ ทั่วโลกตั๋วขายไปประมาณ 6.06 ล้านใบ มีทั้งหมด152 โชว์ 54 เมืองใหญ่ ใน 4 ทวีป
มีคอนเสิร์ตของ Chappell Roan, Rolling Stones, Blink-182, Liam และ Noel Gallagher 2 พี่น้อง ซึ่งตกลงจัด Oasis Live' 25 Tour ทุกงานตั๋วขายหมด
แม้ค่าตั๋วเฉลี่ยปี 2024 เทียบกับปี 2023 เพิ่มขึ้นราว 10% แต่ไม่ส่งผลกระทบมากนัก ข้อมูลของ Live Nation ระบุว่า เฉพาะสิงหาคม-ตุลาคม ยอดขายตั๋วอยู่ที่ 50 ล้านใบ ทำสถิติผู้ชมสูงสุดรวม 9 เดือนอยู่ที่ 112 ล้านคน มีโอกาสทำลายสถิติสูงสุดเดิมของปี 2023 ซึ่งอยู่ที่ 145.8 ล้านคน
ความสำเร็จข้างต้นสร้างกระแสต่อเนื่อง ปี 2025 ขายตั๋วล่วงหน้าไปแล้ว 20 ล้านใบ ส่งผลให้บริษัทมีแผนปรับบริการลูกค้า VIP และแพ็กเกจพรีเมียม เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ “ประทับใจไม่ลืมเลือนครั้งหนึ่งในชีวิต”
Michael Rapino CEO Live Nation กล่าวว่า ความต้องการประสบการณ์พรีเมียมของลูกค้า VIP คาดว่าจะเป็นราก ฐานสําคัญของการเติบโตในปี 2025 จากเดิมสัดส่วน 2-6% คาดว่าจะเพิ่มเป็น 20% ของรายได้รวม พร้อมเพิ่มเติมว่าปี 2024รายได้ตั๋ว VIP เทศกาลสําคัญเพิ่มขึ้นมากกว่า 20% รายได้ห้องสวีทเพิ่มสูงถึง 50% แม้ผู้ไม่ได้ซื้อตั๋วราคาแพง ยังใช้จ่ายเงินมากขึ้นเมื่ออยู่ในงาน ตัวอย่างข้อมูล Eras Tour พบว่า ผู้ชมใช้จ่ายเฉลี่ยเป็นค่าตั๋ว เสื้อผ้า ค่าเดินทางรวมกัน (ไม่รวมค่าที่พัก)45,000 บาท (1,300 ดอลลาร์) ต่อคน
“แฟนๆ จํานวนมากเต็มใจจ่ายเพื่อให้ได้จุดชมดีขึ้น ความต้องการดังกล่าวทำให้ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาราคาที่นั่งแบบใกล้ชิดติดขอบเวทีพุ่งสูง ยิ่งเข้าหลังเวทีได้ยิ่งพุ่งกระฉูด”
สิ่งที่เกิดขึ้นเป็น "Experience Economy" ซึ่งฟื้นตัวอย่างมากหลังโควิด-19 คลี่คลาย มีข้อมูลระบุว่า การใช้จ่ายเกี่ยวกับ Live Music เพิ่มขึ้น10 เท่าเทียบกับปี 1990 ความฟุ่มเฟือยกับ "การสร้างความทรงจํา" กลายเป็นกระแสหลัก มีคำว่า "Funflation" สะท้อนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น
การซื้อตั๋วราคาแพงไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่ทำให้คนหนุ่มสาวทุ่มสุดตัวเพื่อร่วมงานปัจจัยสําคัญอีกเรื่อง คือ “FOMO” (Fear Of Missing Out - กลัวตกเทรนด์) ผลสํารวจของ Credit Karma พบว่า Gen Z มากกว่า 3 ใน 4 และ 69% ของคนรุ่นมิลเลนเนียลยอมรับว่า ยอมเป็นหนี้เป็นสินซื้อตั๋วเพื่อให้ได้เข้าร่วมงานเป็นผลจาก FOMO
ที่มา https://www.livenationentertainment.com/2024/11/live-nation-entertainment-reports-third-quarter-2024-results/