การแข่งขันของธุรกิจการเงินในวันนี้ ไม่ได้วัดกันแค่ “ดอกเบี้ย” หรือ “ผลตอบแทน” เหมือนเมื่ออดีต สิ่งที่เห็นคือการขยับเกมของธนาคารสู่การสร้าง Emotional Engagement เพื่อเปลี่ยนความสัมพันธ์จาก “ลูกค้า” ให้กลายเป็น “Community” หนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ถูกนำมาเชื่อมโยงคือ Music Marketing หรือ Concert Marketing โดยการใช้ “ประสบการณ์ด้านดนตรี” เป็นเครื่องมือสร้างความผูกพันระยะยาวกับลูกค้า กำลังเป็นเทรนด์ที่เกิดขึ้นของธุรกิจการเงินทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยที่การแข่งขันด้าน Wealth Management และ Investment Product เข้มข้นขึ้นต่อเนื่อง
หนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจน คือการเปิดตัว “CIMBweBOND Club คลับนักลงทุนหุ้นกู้” อย่างเป็นทางการของ ธนาคาร CIMB Thai ผ่านงาน “CIMBweBOND Concert” เพื่อมอบ “ประสบการณ์” และ “ความสุข” ให้ลูกค้าคนของธนาคาร จากการเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว CIMB THAI ด้วยคอนเสิร์ตที่รวบรวมศิลปินคุณภาพของเมืองไทย ตั้งแต่ระดับตำนานจนถึงศิลปินรุ่นใหม่

วุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า CIMB THAI เชื่อว่าความสำเร็จในการลงทุนไม่ได้วัดเพียงผลตอบแทน ลูกค้าต้องได้รับการบริหารอย่างมีระบบ มีวินัย และสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงในทุกสภาวะตลาด ภายใต้แนวคิด ‘Where Your Growth Works Smarter’ จึงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความมั่งคั่งและคุณภาพชีวิตของลูกค้า
ในเชิงการตลาด การเปิดตัว CIMBweBOND Club สะท้อนให้เห็นว่าธนาคารกำลังพยายามยกระดับ “ผลิตภัณฑ์การเงิน” ให้กลายเป็น “Lifestyle Platform” มากขึ้น เพราะในยุคที่ผลิตภัณฑ์ลงทุนสามารถเปรียบเทียบกันได้ง่าย ทั้งอัตราผลตอบแทน ความเสี่ยง หรือเงื่อนไขต่างๆ สิ่งที่สร้างความแตกต่างได้จริงกลับกลายเป็น “ประสบการณ์” และ “ความรู้สึกของการเป็นสมาชิกคนสำคัญ” มากกว่าเพียงตัวผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว
การเปิดตัว CIMBweBOND Club คลับสำหรับนักลงทุนหุ้นกู้อย่างเป็นทางการในครั้งนี้ ได้เชื่อมโยงองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญด้านตราสารหนี้ของธนาคาร ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง เพื่อช่วยให้ลูกค้าสามารถสร้างพอร์ตการลงทุนที่ตอบโจทย์เป้าหมายทางการเงินได้อย่างแท้จริง
สำหรับงานคอนเสิร์ต CIMBweBOND ได้รวบรวมกว่า 20 ศิลปินระดับตำนานและ Gen Z ไว้ในเวทีเดียวพร้อมการแสดงแบบ Non-Stop กว่า 7 ชั่วโมง อาทิ ก้อง-สหรัถ, อ้อม-สุนิสา, โบกี้ ไลอ้อน, บอย-ตรัย, Fellow Fellow, จ๊ะ-นงผณี, โจ๊ก โซคูล, SAYAMO, นพ พรชำนิ, โอ-อนุชิต, โอม-ชาตรี คงสุวรรณ, ลูกหว้า-พิจิกา, 2 Days Ago Kids, ว่าน-ธนกฤตย์, โป้ โยคี และแขกรับเชิญพิเศษ ตูน-บอดี้สแลม และ โป๊บ-ธนวรรธน์
การเลือกใช้ “คอนเสิร์ต” เป็นแกนกลางของกิจกรรม ยังสะท้อนการอ่านพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ให้คุณค่ากับ Experience Economy มากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้า Wealth และนักลงทุนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้ต้องการเพียงคำแนะนำด้านการเงิน แต่ยังมองหาประสบการณ์พิเศษ สิทธิประโยชน์ และ Community ที่สะท้อนตัวตน ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายแบรนด์เริ่มขยับจาก CRM แบบเดิม ไปสู่แนวคิด “Fan Relationship Management” ที่สร้างความผูกพันในระยะยาวคล้ายการสร้างแฟนคลับแบรนด์

อีกเรื่องที่น่าสนใจ คือการออกแบบกิจกรรมให้มีทั้งศิลปินระดับตำนานและศิลปิน Gen Z อยู่ในเวทีเดียวกัน ถือเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยเชื่อมฐานลูกค้าหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่นักลงทุนรุ่นใหญ่ไปจนถึงกลุ่ม New Wealth หรือ First Jobber ที่เริ่มเข้าสู่โลกการลงทุน สะท้อนว่าธนาคารไม่ได้มองเพียงการรักษาฐานลูกค้าเดิม แต่กำลังวางรากฐานเพื่อขยายฐานลูกค้ารุ่นใหม่ในระยะยาวเช่นกัน
งานนี้ยังสร้างความประทับใจด้วยโชว์พิเศษจากลูกหลานของลูกค้า ที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแสดง สะท้อนถึงความอบอุ่นและความผูกพันของครอบครัว CIMB THAI ที่ไม่ได้มอบเพียงบริการทางการเงิน แต่ยังส่งต่อประสบการณ์และความทรงจำที่มีคุณค่าให้กับลูกค้าในทุกมิติ
“คอนเสิร์ตเป็นเพียงจุดเริ่มต้นประสบการณ์ภายใต้ CIMBweBOND Club สมาชิกจะได้สัมผัสกิจกรรมและสิทธิประโยชน์พิเศษอีกมากมายที่ธนาคารตั้งใจคัดสรรมาต่อเนื่อง ปัจจุบันเรามีลูกค้าหลักแสนคน เราจะสร้างครอบครัว CIMB THAI ให้ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จะเพิ่มขึ้นไปแตะหลักล้านคนในอนาคต” วุธว์ กล่าว
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนเกมการแข่งขันของธนาคารในยุคต่อจากนี้ อาจไม่ได้แข่งขันกันว่าใครจะสร้างยอดขายผลิตภัณฑ์ได้มากกว่ากัน แต่เป็นการแข่งขันในมุมที่ว่า ใครสามารถ “สร้างความสัมพันธ์ระยะยาว” กับลูกค้าได้ดีกว่า และในวันที่ผู้บริโภคให้คุณค่ากับคำว่า “ประสบการณ์” ไม่ต่างจากผลตอบแทนทางการเงิน การตลาดรูปแบบ Experience-led Banking อาจกลายเป็นหนึ่งในหมากสำคัญ ที่ช่วยสร้างทั้ง Loyalty และการเติบโตของฐานลูกค้าได้ในระยะยาว
