ไทยพีบีเอส เปิดเวทีสุดยิ่งใหญ่“AI Horizons: The Future of Mediaเมื่อโลกของสื่อ..ต้องพลิกโฉมด้วยพลัง AI” ระดมทัพนักวิชาการ นักสื่อสารมวลชน หน่วยงานกำกับดูแล และ Tech Company ชั้นนำจากไทยและต่างประเทศกว่า 24 ท่าน ร่วมทอล์กใน 18 เซสชั่น ตลอด 3 วัน 3 ธีมฮอต ต่อยอด AI สู่การพัฒนาเพื่อคนทุกกลุ่ม พร้อมโชว์นวัตกรรมสุดล้ำ ตอกย้ำบทบาทสื่อสาธารณะที่มุ่งสร้างความเปลี่ยนแปลงด้วยจริยธรรม ความถูกต้อง และความน่าเชื่อถือ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคดิจิทัล

รศ.ดร.วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินชีวิต และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารมีการประยุกต์ใช้AI อย่างแพร่หลายในหลายอุตสาหกรรมรวมถึงแวดวงสื่อมวลชนที่ AI ถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความแม่นยำ และความหลากหลายในเนื้อหา ซึ่งนับเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายซึ่งไทยพีบีเอสเป็นอีกหนึ่งองค์กรสื่อที่เล็งเห็นความสำคัญของการใช้เทคโนโลยี AI ให้เกิดประโยชน์อย่างรู้เท่าทัน และเข้าใจในกรอบจริยธรรม จึงได้จัดงาน “AI Horizons: The Future of Media เมื่อโลกของสื่อ..ต้องพลิกโฉมด้วยพลัง AI” เพื่อเสริมสร้างความรู้เท่าทันและความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี AIรวมถึงเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปที่สนใจเทคโนโลยี AI ได้อัปเดตเทรนด์ปัจจุบัน ประโยชน์ที่ได้รับจากการนำ AI มาใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรมพร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองการรู้เท่าทันและผลกระทบที่ได้รับจากความก้าวหน้าของเทคโนโลยี AI ทั้งด้านการปรับตัวของวงการสื่อสาธารณะทั้งไทยและต่างประเทศ กรอบกฎหมายกำกับการใช้ AI ด้านจริยธรรม และการพัฒนาตัวเองในยุค AI
“การนำ AI เข้ามาประยุกต์ใช้ในงานสื่อมวลชน นอกจากจะช่วยพัฒนากระบวนการทำงานแล้ว ยังนับเป็นความท้าทายที่ทำให้เราต้องกลับมาทบทวนเรื่องจริยธรรมและความรับผิดชอบในการนำเสนอข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น ไทยพีบีเอสจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัลเพื่อให้บริการแก่ผู้ใช้งานผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ด้วยการบูรณาการเทคโนโลยีเข้ากับแนวทางปฏิบัติด้านสื่อมวลชนเดิม เปลี่ยนโฉมการทำข่าวบนจริยธรรมสื่อ นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแม่นยำ ทันท่วงที และเชื่อถือได้พร้อมปรับตัวเข้าสู่ยุค AI Transformation อย่างเต็มรูปแบบ” ผู้อำนวยการ ไทยพีบีเอส กล่าว

ด้าน กนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส กล่าวว่า ปัจจุบันไทยพีบีเอสได้นำเทคโนโลยี AI มาพัฒนาและประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับผลิตภัณฑ์และบริการด้านดิจิทัลอย่างต่อเนื่องกว่า 6 บริการสำคัญ ได้แก่ AI Vertical LIVE เทคโนโลยีปรับมุมมองการชมสดในแนวตั้งอัตโนมัติสำหรับสมาร์ทโฟน เพื่อให้ผู้ชมได้ชมสดแบบเต็มตา เต็มจอ, AI in Briefสรุปเนื้อหา จับประเด็นสำคัญ สั้น กระชับ เข้าใจง่าย, อ่านให้ฟัง หรือ AI Voice เทคโนโลยีText to Speech ด้วยเสียงสังเคราะห์จากผู้ประกาศข่าว, AI Anchor อธิบายข่าวสาร สาระน่ารู้ให้เข้าใจง่ายกับผู้ประกาศ AI ที่มีความสมจริงเป็นธรรมชาติ, Thai PBS Chatbot ให้ข้อมูลข่าวสาร ถาม-ตอบอัตโนมัติด้วย AI และ VIPA for you คัดสรรและแนะนำเนื้อหาที่ตรงใจ ตรงไลฟ์สไตล์เฉพาะบุคคลด้วย AI Personalization นอกจากนี้ยังให้บริการเทคโนโลยีต่าง ๆ ผ่านเว็บไซต์ไทยพีบีเอส,Thai PBS World ข่าวและเนื้อหาภาคภาษาอังกฤษ, Thai PBS Verify บริการตรวจสอบข่าวปลอมและคัดกรองข่าวจริงรวมถึงนวัตกรรมด้านการนำเสนอและวิเคราะห์ข้อมูลบน Thai PBS Policy Watch จับตาอนาคตประเทศไทยที่จะเป็นสื่อกลางในการขับเคลื่อนนโยบายสาธารณะของประเทศที่เชื่อมโยงกับประชาชน

“ไทยพีบีเอสมุ่งมั่นผลักดันนวัตกรรม AI เพื่อพัฒนารูปแบบสื่อดิจิทัลให้ตอบโจทย์ เป็นสาธารณประโยชน์ และเข้าถึงได้ในทุกกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการให้ความสำคัญกับประสบการณ์ และความต้องการของผู้ชม รวมถึงกลุ่มผู้บกพร่อง
ทางสายตาและกลุ่มเปราะบางกับการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่ใส่ใจความหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ชมในยุคดิจิทัล นวัตกรรมหลายอย่างที่เราพัฒนาถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของไทยพีบีเอสในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงในด้านนวัตกรรมสื่อ” ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส กล่าว
ส่วนหนึ่งของนวัตกรรมเหล่านี้จะถูกนำเสนอภายในงาน“AI Horizons: The Future of Media”ระหว่างวันที่ 28–30 พฤศจิกายน 2567 ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน เพื่อแสดงถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของไทยพีบีเอส และสร้างโอกาสในการแลกเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ เกี่ยวกับ AI และสื่อในอนาคต
สำหรับกิจกรรมในงาน “AI Horizons: The Future of Media เมื่อโลกของสื่อ..ต้องพลิกโฉมด้วยพลัง AI” ประกอบด้วย Interactive Exhibition:การนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของไทยพีบีเอสที่พัฒนาจากเทคโนโลยี AI และ
AI Horizons Talk: เวทีเสวนาอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยี AI และแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการใช้ AI จากวงการสื่อทั้งไทยและต่างประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมอื่น ๆ จากกว่า 24 คน ร่วมเสวนาใน 18 เซสชั่นฮอต ตลอด 3 วัน 3 ธีม
