นาทีนี้ใครๆ ก็รู้ว่าไม่มีตลาดอสังหาไหนที่ร้อนแรงที่สุดเท่าภูเก็ต ดูจากจำนวนดีเวลอปเปอร์ที่หลั่งไหลเข้าไปชิงเค้ก ซึ่งหากใครได้ไปภูเก็ตจะสังเกตได้ชัดเจนว่ารถติดพอๆ กับกรุงเทพฯ เรียกได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คึกคักที่สุดของไทย
สาเหตุหลักๆ มาจากการเป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวโลก ศักยภาพเทียบเท่า Beach City โลก เพราะนอกจากจะเป็นทะเลกระแสน้ำอุ่นเพียงไม่กี่แห่งของโลกแล้ว ยังเต็มไปด้วยทั้งโรงแรม 5 ดาว, ร้านอาหารผับบาร์, ศูนย์สุขภาพระดับโลก โรงเรียนนานาชาติชั้นนำ และท่าเทียบจอดเรือยอร์ช ทั้งยังมีอสังหาไฮเอนด์และ Branded Residence ในราคาจับต้องได้ ที่สำคัญที่นี่เป็น Always High Season ไม่มีโลว์ซีซั่นอีกต่อไป เพราะฤดูหนาวต่อฤดูร้อนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวยุโรป-จีนเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นฤดูฝนจะเป็นช่วงที่กลุ่มนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางนิยมมามากที่สุดเพื่อมาสัมผัสบรรยากาศฝนตกนั่นเอง
ทั้งหมดจึงเป็นแม่เหล็กสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมากถึงปีละ 5 แสนล้านบาท โดยปีนี้มีตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติ 16 ล้านคนมากกว่าช่วงก่อนโควิด โดยความหนาแน่นของเที่ยวบิน 20 ไฟลท์/ชม. หรือ 300 ไฟลท์/วัน เมืองเกิดการขยายตัว ประชากรแฝงมากถึง 1.5 ล้านคนทำให้เกิดโครงสร้างพื้นฐานต่อเนื่อง อาทิ Seaplane Terminal, ท่าอากาศยานอันดามัน การขยายสนามบินภูเก็ต และการพัฒนาการขนส่งทางน้ำ ที่อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต เพื่อรองรับ Cruise Terminal
เหตุผลต่างๆ ทำให้ “แสนสิริ” มองเห็นโอกาสทำตลาดที่นี่เป็นธรรมดา และจริงๆ ได้เริ่มทำตลาดเมื่อ 13 ปีก่อน แต่ปีนี้เป็นครั้งแรกที่แสนสิริส่งสัญญาณการบุกภูเก็ตเต็มตัว ด้วยการเปิดสำนักงานใหญ่ หรือ Head Quarter ทำหน้าที่เสมือนแสนสิริสาขา 2 รองจากกรุงเทพฯ
อุทัย อุทัยแสงสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แสนสิริปรับกลยุทธ์มาให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่อยู่อาศัยในหัวเมืองใหญ่ที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เพราะต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวเป็นเครื่องจักรสำคัญต่อเศรษฐกิจประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดภูเก็ต ซึ่งแสนสิริกำหนดให้ภูเก็ตเป็น Strategic Location หรือพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญของบริษัทในการดำเนินธุรกิจ และตัดสินใจเปิดตัว “The Society” ตั้งอยู่ใจกลางย่านเชิงทะเล-บางเทา ซึ่งจะเป็นสำนักงานใหญ่ของแสนสิริแห่งที่ 2 รองจากกรุงเทพฯ ประกอบไปด้วยฟังก์ชั่นการทำงานคล้ายกับสำนักงานใหญ่ ทั้งทีมพัฒนาโครงการ ฝ่ายขาย จนไปถึงบริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ฯ เพื่อดูแลบริการหลังการขายให้ที่นี่โดยเฉพาะ
นอกจาก The Society จะเป็นสำนักงานใหญ่แล้ว ยังเป็นพื้นที่จัดแสดงห้องตัวอย่างและ Sales Gallery รองรับลูกค้าแบบไพรเวท กับ 2 โครงการใหม่ล่าสุด ได้แก่ แคนวาส เชิงทะเล คอนโดมิเนียมแบรนด์ใหม่ สไตล์รีสอร์ท เฉพาะภูเก็ต มูลค่าโครงการรวม 1,800 ล้าน และ THE TALES ลักซ์ชัวรี่ พูลวิลล่า มูลค่าโครงการรวม 500 ล้านบาท
และยังเป็น Social Space แหล่งรวมไลฟ์สไตล์กินดื่มเที่ยวในลักษณะ Day-to-Night Eatery ประกอบไปด้วย BEANS Coffee Roaster ร้านกาแฟ specialty และ VAMOS Spanish Tapas Bar ร้านอาหารสเปน เอาใจทั้งนักท่องเที่ยวและสายฟู้ดดี้ตลอดวัน , Co-sharing space พื้นที่ทำงานสำหรับประชุมส่วนตัว/podcast room และพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ และสถานที่จัดกิจกรรมไลฟ์สไตล์
ทั้งนี้ดัชนีที่ทำให้แสนสิริตัดสินใจมาเปิดสำนักงานที่นี่ เพราะภูเก็ตมียอดขายเป็นอันดับ 2 รองจากกรุงเทพฯ มาตั้งแต่ช่วงโควิด จากที่ก่อนหน้านี้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นของจังหวัดชลบุรี และพัทยา ที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการ EEC แต่พักหลังกระแสโครงการดังกล่าวแผ่วลงไปทำให้ภูเก็ตแซงหน้าขึ้นมาแทนที่
ความเชื่อมั่นในศักยภาพภูเก็ต ทำให้แสนสิริวางยุทธศาสตร์การเติบโตที่ค่อนข้างท้าทาย โดยแผนกลยุทธ์ 5 ปีนับจากนี้ (2568-2572) เปิดตัวโครงการใหม่รวม 27 โครงการ (แนวราบ 16 โครงการ แนวสูง 11 โครงการ) มูลค่ารวม 25,000 ล้านบาท เรียกได้ว่าโตเท่าตัว เมื่อเทียบกับ 13 ปีที่แสนสิริขยายมาภูเก็ตมีโครงการทั้งหมด 25 โครงการ มูลค่า 27,000 ล้านบาท โดยปีหน้าเตรียมเปิดตัวคอนโด 2-3 โครงการ และบ้าน 4-5 โครงการ เจาะทุกเซ็กเมนต์ตั้งแต่คอนโด Entry level ราคาล้านปลายๆ จนถึง Super luxury พูลวิลล่าราคาหลังละ 40-50 ล้านบาท