Zipcode ดีเวลลอปเปอร์รายใหม่ที่น่าจับตามองมากที่สุดในเวลานี้ ที่มากับการพัฒนาโครงการให้เป็นมากกว่าการอยู่อาศัย แต่เป็นพื้นที่ที่ดีทั้งสำหรับชุมชนและสิ่งแวดล้อม เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างแท้จริง ตามวิสัยทัศน์ “Value ที่แท้จริงของพื้นที่คือผู้คน”
การวางตำแหน่งทางการตลาดที่ชัดเจนดังกล่าวของ Zipcode มาจากการอาศัยช่องว่างตลาดที่ยังไม่มีใครเข้าไปเติมเต็ม ทำการศึกษาค้นคว้าอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เข้าใจอินไซต์ของแต่ละพื้นที่ก่อนที่จะเข้าไปพัฒนาพื้นที่นั้นๆ นำมาซึ่งโครงการที่สร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการอสังหาฯ

คุณภูรัตน์ โอสถานุเคราะห์ CEO กล่าวว่า Zipcode อยากเข้ามาเปลี่ยนมุมมองการพัฒนาอสังหาฯ ให้เป็นพื้นที่ที่จุดประกายแรงบันดาลใจ และสนับสนุนให้ผู้คนมีอิสระในการใช้ชีวิตตามแบบที่ใฝ่ฝัน เพื่อเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตและสร้างชุมชนที่เติบโตอย่างยั่งยืน Zipcode เลือกที่จะคิดนอกกรอบแล้วครีเอทสิ่งใหม่ๆ ทำในสิ่งที่ทุกคนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ให้กลายเป็นจริง เพื่อปลดล็อกการใช้ชีวิตในมิติใหม่ๆ ด้วยการออกแบบพื้นที่ที่ไม่เพียงแค่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้อยู่อาศัย แต่ทำให้ทุกตารางนิ้วกลายเป็นประสบการณ์ ที่สอดแทรกความคิดสร้างสรรค์ในทุกดีเทล
เราเชื่อในการสร้าง “คุณค่า” ที่แท้จริงให้กับอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการสร้างคุณค่าที่หล่อเลี้ยงธุรกิจให้เติบโต และการสร้างคุณค่าให้กับชุมชนอย่างยั่งยืนไปด้วยกัน
เมื่อจุดเริ่มต้นของการพัฒนาอสังหาฯ ไม่เหมือนใคร จึงเกิดเป็นความแตกต่างที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นในวงการมาก่อน โดย Zipcode พัฒนาโครงการโดยยึดหลัก Community-Centric Living เพื่อเชื่อมโยงผู้คนผ่านการออกแบบที่รอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นแปลนของอาคาร การเลือกประเภทผู้เช่าที่จะเข้าอยู่ในพื้นที่ การจัดกิจกรรม หรือการออกแบบพื้นที่ใช้สอยให้มีความยืดหยุ่น

คุณรุ้ง วงศ์สมิทธิ์ Managing Director เสริมว่า โลกในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ผู้คนเชื่อมโยงถึงกันผ่านอินเทอร์เน็ต ทำให้ความต้องการจากลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา พฤติกรรมของผู้บริโภค และเทรนด์ก็หมุนเวียนเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ดีเวลลอปเปอร์จึงต้องปรับตัวให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการเหล่านี้
ภายใต้คอนเซ็ปต์ Community-Centric Living ของ Zipcode ประกอบไปด้วย 3 หลักการ ได้แก่
การออกแบบที่ไร้กาลเวลา (Timeless Design) ผสานด้วยความประหลาดใจเล็กๆ น้อยๆ ที่ซ่อนอยู่ในรายละเอียดของพื้นที่ เพราะเชื่อว่า "รายละเอียดเล็กที่สุดสามารถสร้างความแตกต่างที่ยิ่งใหญ่ที่สุด" ทั้งในเรื่องของคุณภาพ งานฝีมือ และความใส่ใจในการทำงาน

พื้นที่ที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Space) ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า
ความสบายใจในการอยู่อาศัย (Sense of belonging ) ทำให้ผู้อยู่อาศัยรู้สึกผ่อนคลาย สบายใจ และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน
หลักการดังกล่าวยังสอดรับกับแนวทางการสร้างแบรนด์ “Community Comes Alive” ของ Zipcode ที่ต้องการพลิกโฉมพื้นที่ที่เข้าไปพัฒนาให้เกิดเป็นคอมมูนิตี้ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา แต่ละโครงการจึงโดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะที่ตอบโจทย์ Pain Point กับคอมมูนิตี้นั้นๆ
ที่สำคัญยังเป็นพื้นที่ที่ความสุขเติบโตได้ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของผู้คน เป็นพื้นที่ที่ให้คนได้ค้นพบ Passion และแรงบันดาลใจ เรียกได้ว่าความสุขที่เกิดขึ้นรอบตัวทั้งหมดนี้คือ “องค์ประกอบของชีวิต" ที่ Zipcode หวังที่จะทำให้เกิดคอมมูนิตี้คุณภาพ ซึ่งทุกคนจะได้มาใช้พื้นที่ ใช้เวลา และใช้ชีวิตที่มีความหมายร่วมกันกับครอบครัว เพื่อน และคนที่รัก
อีกหนึ่งความพิเศษก็คือการออกแบบโครงการต่างๆ ร่วมกับพันธมิตรที่มีวิสัยทัศน์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นสถาปนิกชั้นนำอย่าง คุณพิชัย วงศ์ไวศยวรรณ จาก A49 และ คุณไพทยา บัญชากิติคุณ จาก ATOM design รวมถึงเจ้าของที่ดิน และผู้รับเหมาก่อสร้าง ภายใต้การก่อสร้างที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน (Sustainability) โดยมุ่งเน้นการใช้วัสดุรีไซเคิลในการก่อสร้าง รวมถึงใช้พลังงานสะอาดภายในโครงการ และเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ได้มากที่สุด
จากปรัชญา ความมุ่งมั่นตั้งใจ มาถึงแบรนด์ดีเอ็นเอ ตกผลึกเป็นโปรเจกต์แรกในทำเลติดกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่ง Zipcode ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพในการพัฒนาคุณภาพชีวิตนอกห้องเรียนของนักศึกษา เป็นต้นแบบพื้นที่สร้างสรรค์ที่ส่งเสริมให้เกิดการแลกเปลี่ยนและเติบโตไปพร้อมกัน
ซึ่งโปรเจกต์ที่ว่านี้ก็คือ “DoBeDo” Student Residence ซึ่งไม่ใช่หอพัก (Student Dormitory) แต่เป็นที่พักนักศึกษา (Student Residence) แห่งแรกในไทยที่มอบความสุขในระยะที่เดินถึง เป็น Conve-Happiness ที่มุ่งหวังช่วยแก้ปัญหาการเรียนรู้ที่ถูกจำกัดในห้องเรียน ส่งเสริมคอมมูนิตี้นักศึกษาให้ใช้ชีวิตในแคมปัสได้เต็มที่ทั้งเรื่องเรียนและเรื่องเล่น

คอนเซ็ปต์นี้มาจากการตีโจทย์ว่าการศึกษาไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน DoBeDo จึงรวบรวมทุกอย่างที่ครบครันสำหรับนักศึกษาในการใช้ชีวิต เช่น ห้องพักที่ตกแต่งพร้อมเข้าอยู่ ออกแบบโดยเข้าใจพฤติกรรมและความต้องการของนักศึกษา รวมถึงไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ให้เป็นตัวเองได้ ไม่ว่าจะในพื้นที่อาศัยและพื้นที่ส่วนกลางซึ่งออกแบบมาเพื่อให้นักศึกษาได้ออกมาใช้ชีวิตพบปะกันทั้ง Indoor เช่น Study Area, Co-Working Space, Meeting Room, Reading Pod, Game Room, Co-Kitchen และ โซน Outdoor เพื่อกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น Bike & Jogging Track ติดริมทะเลสาบ แลนด์มาร์กที่ชาว BU ชอบไป Hang Out กัน นอกจากนั้นยังมี Skatepark, Experience Courtyard, Life Atrium พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก ร้านค้าภายในโครงการ ทางเดินเชื่อมต่อกับ Bangkok University ได้ภายในไม่กี่ก้าว และรถรางรับส่งที่เชื่อมต่อแคมปัสกับ Student Residence

ในขณะที่โครงการ Heyday เป็น Students’Community Space คอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ใหม่ย่านรังสิต เพื่อให้นักศึกษาได้มา Hang Out กันหลังเลิกเรียน ไม่ว่าจะ EAT•DRINK•STUDY•RELAX•PLAY•HANG OUT มีร้านอาหารทั้งคาวหวาน จะนั่งทานที่นี่ หรือ Grab and Go ก็สะดวกทันใจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ Spaces for Every Moment ด้วยทำเลที่ใกล้กับคณะนิเทศศาสตร์ และพื้นที่ติดกับซอยรังสิตภิรมย์ และยังมี BU Co-Working Space รวมถึงพัฒนาพื้นที่ University Facilities เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักศึกษามาติดต่อและทำเรื่องทะเบียนได้สะดวกในที่เดียว หรือทำกิจกรรมเวิร์กชอปต่างๆ เช่น ทำฉาก ทำคอสตูม เป็นต้น
สำหรับ Project Milestone ต่อไปใน 3 ปีข้างหน้านี้ (2025-2027) จะเป็นการพัฒนาพื้นที่ย่านพระราม 4-กล้วยน้ำไท ซึ่งเดิมทีเคยเป็นมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ปรับโฉมสู่การเป็นมิกซ์ยูส Creative Urban Oasis ที่ชูความเป็น Lifelong Learning Center โดยตั้งใจให้บริเวณนี้กลายเป็นย่านศิลปะที่ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต มากกว่า 50% ของพื้นที่โครงการจะถูกจัดสรรเป็นพื้นที่ส่วนกลาง ลานศิลปะ พื้นที่สีเขียว Pet Park และ Sports & Active Zone เพื่อให้คนที่มีความสนใจคล้ายกัน ได้มาพบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ไปด้วยกัน
และนี่คือการปลุกชีวิตในย่านต่างๆ ขึ้นมาใหม่ให้กลายเป็นพื้นที่สุดสร้างสรรค์ ที่ไม่ได้ถูกพัฒนาจนเกินความจำเป็น แต่พร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ เพื่อคนทุกเจเนอเรชันได้สัมผัสกับประสบการณ์ Community-Centric Living ตามแนวทางของ Zipcode ที่ต้องการสนับสนุนไลฟ์สไตล์ และเติมเต็มคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชน