หลายคนอาจลืมไปแล้วว่าได้อ่าน "หนังสือ" ล่าสุดเมื่อไร ด้วยปัจจัยหลายอย่างที่อาจทำให้บทบาทของหนังสือที่มีต่อคนไทยลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะทุกวันนี้หนังสือเข้าถึงยากกว่าเมื่อก่อน ทั้งต้นทุนในการตีพิมพ์ที่สูงขึ้น ทำให้หนังสือมีราคาแพง จังหวะชีวิตที่รีบร้อน และทางเลือกของสื่อหลากหลาย จึงไม่แปลกที่ผู้คนจะแอบเทใจไปฟังพ็อดแคสต์ ดูคลิปสั้น หรืออ่านเรื่องราวบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่เราสามารถค้นหาได้ทุกเรื่องโดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม
แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่มีอะไรแทนที่อรรถรสของการสัมผัสประสบการณ์ใหม่จากหนังสือได้ ยังคงมีกลุ่มคนรักการอ่านอีกไม่น้อยที่หลงใหลการกวาดสายตาบนกระดาษ นั่นทำให้การมีอยู่ของ “ห้องสมุด” ช่วยหล่อเลี้ยงหัวใจชาวหนอนหนังสือ และยังเป็นสถานที่สำคัญที่จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางความรู้อย่างไม่ต้องสงสัย
วันนี้ BrandAge Online มีโอกาสได้พูดคุยกับทีมบรรณารักษ์จาก “TK Park” ห้องสมุดสุดชิลล์บนชั้น 8 centralwOrld แหล่งเรียนรู้ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงหนังสือได้โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนสูง อนึ่งยังช่วยขับเคลื่อนวงการหนังสือให้เติบโตต่อไปได้ เพราะ TK Park เป็นลูกค้ารายหนึ่งของร้านหนังสือ เป็นตัวกลางที่นำหนังสือมาสู่มือนักอ่าน ทำให้นักอ่านสามารถทดลองยืมอ่านหนังสือที่อยู่ในกระแส ซึ่งถ้าอ่านแล้วชอบก็อาจตัดสินใจซื้อเก็บไว้เอง หรือไปแนะนำต่อๆ กันอีกได้
“โดยปกติ ทีมบรรณารักษ์ของ TK Park คอยติดตามเทรนด์ในแวดวงนักอ่านอยู่เสมอ ทั้งจากชั้น Bestsellers ในร้านหนังสือ และคิวจองหนังสือที่ TK Park แล้วคอยเพิ่มจำนวน Copy ของเล่มที่ยอดจองสูง ๆ เพื่อย่นระยะเวลารอคิว ทำให้หนังสือยอดฮิตกระจายไปถึงมือนักอ่านได้เร็วขึ้น”
ที่น่าสนใจก็คือ TK Park ไม่ได้มีแค่หนังสือแบบเล่มให้ยืมเพียงอย่างเดียว แต่ยังมี e-book สำหรับสายอ่านบนแท็บเลตผ่านแอป TK Read และ Libby โดย TK Park กำหนดสิทธิ์ยืมหนังสือแบบเล่มเฉพาะสมาชิกรายปี ซึ่งมีค่าสมาชิกรายปีตามอัตราที่กำหนด แต่จะสามารถยืมหนังสือได้สูงสุดครั้งละ 10 เล่ม นาน 14 วัน ต่างจากแอป TK Read ที่ e-Member ใช้บริการได้ ไม่มีค่าสมาชิกรายปี แต่ยืมได้สูงสุดครั้งละ 2 เล่ม นาน 7 วัน
นอกจากนี้ การอ่านผ่านแอปฯ สมาชิกหายห่วงเรื่องการลืมคืนได้เลย เพราะระบบจะดึงไฟล์หนังสือกลับเข้าระบบเมื่อถึงกำหนดคืน และยังสามารถเข้าถึงจากที่ไหนก็ได้ นักอ่านหลายคนยังชอบตรงที่ไม่ต้องพกหนังสือแบบเล่ม ไม่ต้องแบกหนัก และยังมีฟีเจอร์อ่านออกเสียง (Text To Speech) และคั่นหน้าหนังสือ (Bookmarking) ตอนนี้จำนวนหนังสือและสื่อบนแอปฯ อาจยังไม่มากเท่าแบบเล่มที่ TK Park และยังไม่สามารถกดยืมต่อเองได้ แต่ก็เป็นอีกทางเลือกที่สมาชิกหลายคนโปรดปราน
จากสถิติ ม.ค.-พ.ย. 2024 สมาชิก TK Park ยังคงใช้บริการยืมหนังสือและสื่อการเรียนรู้กันอย่างเหนียวแน่น จนมียอดยืมหนังสือแบบเล่ม 746,319 ครั้ง และยืมอ่านออนไลน์บนแอป TK Read และ Libby 476,822 ครั้ง รวม 1,223,141 ครั้งซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับยอดยืมเมื่อปี 2023 ที่ผ่านมา

TK Park แอบกระซิบว่ามีสมาชิกนักอ่านระดับตัว Secret ทำยอดยืมหนังสือหมวดการ์ตูนมากที่สุดถึง 334 ครั้ง รองลงมาคือวรรณกรรมแปล 130 ครั้ง และยืมหนังสือหมวดพัฒนาตนเอง 38 ครั้ง รวมเป็น 765 ครั้ง จำนวน 699 เล่ม
แล้วปีนี้คุณยืมหนังสือไปกี่เล่ม? หวังว่าปีหน้ายอดรวมจะทะลุ 2 ล้านเล่มไปด้วยกัน!
สมาชิก TK Park ดูประวัติการยืมของตัวเองได้ที่ MyTK (ผ่าน Application หรือ Web Browser)
เทรนด์การอ่านหนังสือจากสมาชิกฝั่ง TK Park เป็นอย่างไรบ้าง?
สำหรับหนังสือยอดนิยมของปีนี้ ยังคงเป็นการ์ตูนและวรรณกรรมแปล โดยในหมวดการ์ตูนก็แน่นอนอยู่แล้วว่าคนไทยสายเลือดยอดนักสืบชื่นชอบชุดการ์ตูนระดับตำนานอย่าง “ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน” โดยอาจารย์ Gosho Aoyama ทำสถิติการยืมไป 2,517 ครั้ง ส่วนชุดวรรณกรรมแปล “ราชันโลกพิศวง” โดย อ้ายเชียนสุ่ยเตออูเจ๋ย มียอดยืมรวม 1,101 ครั้ง
“เมื่อเจาะรายละเอียดกลุ่มคนที่ยืมการ์ตูนชุดยอดนักสืบจิ๋วโคนัน พบว่ากลุ่มอายุที่ยืมมากที่สุดมากถึงร้อยละ 32 เป็นสมาชิกอายุระหว่าง 7-18 ปี รองลงมาคือกลุ่มอายุ 35-44 ปี ซึ่งน่าจะเป็นกลุ่มที่เติบโตมาพร้อมๆ กับยุคแรกของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ที่ร้อยละ 25 แปลว่าการ์ตูนเรื่องนี้เป็นอมตะและยังเป็นที่รู้จักในกลุ่มเยาวชน”
มาที่ฝั่งหนังสือชุดนวนิยาย ยังคงยืนหนึ่งด้วย “เพชรพระอุมา” โดยพนมเทียน ที่มีรายการยืมทุกเล่มรวมกัน 531 ครั้งแล้วในปีนี้ ตามมา “เป็นพระชายาของอ๋องนิทรานั้นช่างยากลำบาก” โดย Minililaboo และนิยายแฟนตาซี “Witchoar” โดยกัลฐิดา ที่ครองสถิติการยืม 219 และ 186 ครั้งตามลำดับ
“วรรณกรรมแบบชุดเป็นตัวอย่างที่ดีมากของการที่ทำให้นักอ่านคุ้นกับการอ่านเรื่องยาว เพราะมีเสน่ห์น่าติดตาม รวมถึงมีฐานแฟนที่เหนียวแน่นการที่ยอดยืมในภาพรวมค่อนข้างสูง เพราะในหนึ่งชุดประกอบด้วยหลายเล่ม แต่ถ้าดูสถิติรวม ทั้งชุดวรรณกรรมแยกเล่มและวรรณกรรมที่ไม่มีภาคต่อ จะพบว่า “มุมมองนักอ่านพระเจ้า” เป็นชุดนวนิยายแปลมียอดยืมรายเล่มสูงมาก แปลว่าเรื่องนี้กระแสแรงจริงๆ”
หนังสืออีกหนึ่งหมวดที่มาแรงในปีนี้อย่างหมวดหนังสือเด็ก โดยแชมป์ฝั่งภาษาไทย คือเรื่อง “คุณหมีนักเปียโนกับคุณหมานักไวโอลิน” และฝั่งภาษาอังกฤษ เรื่อง “Dog Man and Cat Kids” หากอ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมหนังสือเด็กถึงมาแรงในปีนี้ ทีมบรรณารักษ์ของ TK Park ได้ให้คำตอบไว้ว่า
“หนังสือเด็กที่ TK Park เป็นที่นิยมเสมอ ด้วยความที่หนังสือเด็กมักเป็นนิทานภาพ อ่านจบเร็ว ผู้ปกครองอาจรู้สึกว่ามีราคาค่อนข้างสูงใช้งานระยะสั้นๆ ใช้วิธียืมคุ้มค่ากว่า หลายครอบครัวจึงเป็นฐานแฟนของ TK Park ที่มักพากันมายืมหนังสือเด็กครั้งละ 10 เล่มเต็มโควตาเสมอ และยังตอกย้ำด้วยสถิติสำคัญว่ากลุ่มอายุที่ยืมหนังสือเด็กที่ TK Park ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มอายุ 35–44 ปี ซึ่งน่าจะเป็นผู้ปกครองที่มีลูกเล็ก”

ใครที่เล่น Facebook หรือไถ TikTok อยู่บ่อย ๆ จะพบว่ามีผู้ใช้งานส่วนหนึ่งชอบทำสรุปสั้นๆ จากหนังสือแนวพัฒนาตัวเอง ซึ่งถูกจริตคนไทยรุ่นใหม่จนยอด Engagement ของโพสต์เหล่านั้นพุ่งจนฉุดไม่อยู่ แน่นอนว่าเป็นที่นิยมทั้งที่ TK Park และเป็น bestseller ตามร้านหนังสือมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้แต่ NYTimes ยังแยก Ranking หมวดหนังสือ Advice, How-to & Miscellaneous ออกจากหนังสือสารคดี (Non-fiction) แบบอื่นโดยเฉพาะ
“ที่เทรนด์นี้ยังอยู่ตลอด อาจเป็นเพราะผู้คนมักคาดหวังผลลัพธ์ดีที่ขึ้นจากการทำงานและการใช้ชีวิต มองหาคำแนะนำและกำลังใจที่จะช่วยให้ชีวิตตัวเองเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น อีกทั้งปัจจุบันมีสื่อออนไลน์ที่ผู้คนต่างทำสื่อเผยแพร่สั้นๆ โดยใช้เนื้อหาจากหนังสือ เช่น Reels, TikTok ทำให้หนังสือเหล่านี้กลายเป็นกระแสได้ง่าย” ทีมบรรณารักษ์กล่าวเสริม
สำหรับหนังสือสารคดี (Non-fiction) ผู้อ่านเน้นไปที่การฝึก Skill และปรับ Mindset นำโดยเล่ม “เริ่มต้นเรียนจีน” โดย เหยิน จิ่งเหวิน และนันทภพ เรน และ “ชีวิตเรามีแค่สี่พันสัปดาห์” โดย Oliver Burkeman ที่แต่ละเล่มมีสถิติการยืมทะลุ 100 ครั้ง ตามมาด้วย “Live in Peace ไม่เป็นบ้าไปกับโลก” โดยนิ้วกลม และหนังสือสายการลงทุน “สร้างพอร์ตลงทุนที่ตัวคุณมั่นใจ” โดยพรพุฒิ สุริยะมงคล
ในขณะเดียวกัน “Manifest: 7 ขั้นตอนสู่ทุกสิ่งที่ปรารถนา” โดย Roxie Nafousi และ “จิตวิทยาสายดาร์ก” โดย Dr. Hiro รวมถึง “คิดแบบยิว ทำแบบญี่ปุ่น” โดย ฮอนดะ เคน ก็มาแรงไม่แพ้กัน
นอกจากหนังสือแล้ว TK Park ยังมีสื่ออื่นอีกเพียบ ทั้งบอร์ดเกม ของเล่นเพื่อการเรียนรู้ และเครื่องดนตรี ที่ปี 2024 นี้ มียอดยืมรวมกันถึง 8,492 ครั้งสำรวจ collection ของสื่อทั้งหมดที่ TK Park มีให้บริการยืมได้ที่
https://library.tkpark.or.thสำหรับใครที่หาหนังสือ จองคิวหนังสือและสื่อสารพัดที่ TK Park มีให้ยืม กดหัวใจเซฟใส่ลิสต์ได้ที่ MyTK และ BrandAge Online ขอแอบบอกดีลไม่ลับแต่บางคนยังไม่รู้ว่าสมัครสมาชิก TK Park เริ่มต้นปีละ 100 บาท* เท่านั้น อ่านเพลินไม่เกินงบ ไม่เพิ่มกองดอง เข้าพื้นที่ฟรีทั้งปี แถมยังมีกิจกรรมพิเศษราคาดี จองใช้ห้องประชุมได้ มีส่วนลดเมื่อซื้อเครื่องดื่มด้วย
ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นของ TK Park ได้ที่เว็บไซต์ tkpark.or.th และ Social Media ของ TK Park
*รายละเอียดราคาและเงื่อนไขการใช้บริการ ที่
https://www.tkpark.or.th/tha/membership