ว่ากันว่า ธุรกิจค้าปลีก – ส่งในกลุ่มฟู้ดของเซ็นทรัล รีเทลถือเป็นธุรกิจที่ถูกให้ความสำคัญอย่างมาก เพราะหากมองเข้ามาที่สัดส่วนยอดขายแล้วพบว่า สามารถทำสัดส่วนยอดขายให้กับยักษ์ใหญ่รายนี้ในตัวเลขประมาณ 38% จากรายได้รวม โดยมาจาก 2 แบรนด์หลักคือ “ท็อปส์” และ “โก โฮลเซลล์ ”(GO WHOLESALE) ซึ่งเป็นแบรนด์ค้าปลีกและค้าส่งในเครือที่ยัง คงเดินหน้าลงทุนขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
แน่นอนว่า การเปิดตัวธุรกิจค้าส่งภายใต้แบรนด์โก โฮลเซลล์ขึ้นมานั้น ถูกวางให้เป็น New Growth Engine สำหรับ CRC ที่จะช่วยเติมเต็มกลุ่มฟู้ดให้เป็น Total Solution และตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มได้อย่างครบวงจร
โดยโก โฮลเซลล์เป็นหนี่งใน Key Driver หลักให้กับธุรกิจกลุ่มฟู้ดของ CRC พร้อมทั้งเป็น Platform of Trust ให้กับทุก Stakeholders ด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ดีที่สุดให้กับผู้ประกอบการ พร้อมถูกวางให้เป็น Community ของผู้ประกอบ การในธุรกิจอาหารที่จะช่วยขับเคลื่อนการเติบโตแบบยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมนี้
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องที่เกินความคาดหมายเท่าไรนักที่โก โฮลเซลล์ใช้เวลาแค่กว่าขวบปีก็สามารถขยายสาขาไปได้แล้วถึง 10 สาขา ในปี 2567 ที่ผ่านมา ไล่เลียงตั้งแต่สาขาแรกที่ถนนศรีนครินทร์ เชียงใหม่ อมตะ ชลบุรี พัทยา พระราม 2 รังสิต ถนนรามคำแหง สาขาราไวย์ และสาขา ภูเก็ตซิตี้ จังหวัดภูเก็ต และสาขาล่าสุดที่เพิ่งเปิดไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมาคือสาขาเจริญราษฎร์ กรุงเทพฯ

ตามแผนรุกในปี 2568 นี้ โก โฮลเซลล์มีทำเลดีๆ อยู่ในมือหลายโลเคชั่น และที่จะเปิดในช่วงต้นปีนี้ก็คือสาขาจังหวัดอุดรธานี ที่มีการส่งสัญญาณเตือนการรับมือมาแล้วจากคู่แข่งอย่างแม็คโคร ที่มีการรีโนเวทและเปิดตัวแม็คโครโฉมใหม่ที่สาขาอุดรธานี 1 บนถนนนิตโยของตัวเองไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา โดยแว่วมาว่า โก โฮลเซลล์ น่าจะเปิดสาขาในจังหวัดอุดรธานี ในวันที่ 17 มกราคม 2568 นี้
ส่วนสาขาอื่นๆ ที่เปิดตามมานั้น น่าจะมีที่ขอนแก่น โคราช นครศรีธรรมราช และหาดใหญ่ ซึ่งเป็นจังหวัดที่ผู้เล่นรายนี้ มีโลเคชั่นดีๆ อยู่ในมือแล้ว ซึ่งแน่นอนว่า การมีแบ็กอัพที่แข็งแกร่งของเซ็นทรัล รีเทล ที่มีแบรนด์ร้านค้าปลีกในเครือหลากหลายแบรนด์น่าจะเข้ามาช่วยในการผลักดันให้โก โฮลเซลล์ เข้าไปปักธงในทำเลที่ไม่เป็นรองคู่แข่งขัน
อย่างการเข้าไปเปิดสาขา ถนนเจริญราษฎร์ หรือถนนสาทรตัดใหม่ เป็นการเลือกโลเคชั่นที่มี Catchment Area ที่ค่อนข้างดี เพราะเป็นถนนที่ตัดระหว่างถนนพระราม 3 และถนนจันทน์ อยู่ในแนวขนานเดียวกันกับถนนเจริญกรุงและถนนเจริญนคร เชื่อมต่อไปยัง ถนนสีลม สาธุประดิษฐ์ นราธิวาสราชนครินทร์ และนางลิ้นจี่ได้ ซึ่งใกล้กับสะพานสำคัญ 2 แห่งคือ สะพานตากสิน และสะพานกรุงเทพ
จึงถือเป็นย่านที่มีความเจริญทางเศรษฐกิจสูง เป็นที่ตั้งของโครงการคอนโดมิเนียมขนาดใหญ่หลายโครงการ รวมทั้งมีการขยายตัวของอาคารสำนักงาน เชื่อมต่อไปถึงย่านสีลม สาทร ซึ่งเป็น CBD หรือ Central Business District ศูนย์รวมธุรกิจสำคัญของกรุงเทพมหานคร ที่มีอาคารสำนักงาน หน่วยงานสำคัญๆ ห้างสรรพสินค้า รวมถึงโรงเรียนชั้นนำ อาทิ กรุงเทพคริสเตียน อัสสัมชัญบางรัก และเซนต์โยเซฟคอนเวนต์

ไม่เพียงเท่านั้น ยังเป็นแหล่งรวมของธุรกิจโฮเรก้า ที่ประกอบด้วย โรงแรม ร้านอาหาร ภัตตาคาร ธุรกิจจัดเลี้ยง ทุกขนาด ตลอดจนร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ทำให้มีโอกาสทางธุรกิจค่อนข้างสูง
ทำไมโก โฮลเซลล์ ถึงต้องขยายสาขาในอัตรเร่งแบบนั้น
คำตอบก็คือในฐานะที่เป็นผู้มาใหม่ จำเป็นต้องมีจำนวนสาขาในมือให้สามารถ Cover เพื่อที่จะทำให้มีสเกลในการทำตลาดมากพอ เนื่องจากโก โฮลเซลล์เป็นร้านค้าประเภทค้าส่งที่ขายสินค้าราคาถูก และเพื่อให้สามารถทำเรื่องราคาได้ จำเป็นต้องมีสเกลที่มากพอ ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะสามารถทำกำไรได้ตามตัวเลขที่วางไว้ได้ โดยมีการมองกันว่า ต้องมีสาขาในจำนวน 20 สาขาขึ้นไปจึงสามารถทำให้ถึงจุดคุ้มทุน หรือ Break Even Point ได้ ซึ่งน่าจะไม่เกิน 2 ปีนับจากนี้ไป
ขณะที่การเดินหน้าเปิดสาขาของโก โฮลเซลล์ นั้น นอกจาก ตลาดนี้ยังมีช่องว่างให้เจาะเข้าไปได้อีกเยอะ โดยมีคู่แข่งรายใหญ่ที่เป็นธุรกิจค้าส่งสินค้าประเภทอาหารอยู่เพียงรายเดียวคือแม็คโครแล้ว ธุรกิจร้านอาหารยังมีแนวโน้มการเติบโตได้อีก โดยวิจัยกรุงศรี มองแนวโน้มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ปี 2567-2569 คาดว่าจะเติบโต 4.0 - 5.0% ต่อปี ด้วยรายได้รวมที่ 275 - 300 พันล้านบาท

โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการทยอยฟื้นตัวของ GDP ภายในประเทศในช่วงปี 2568 - 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติที่คาดว่าจะทยอยเพิ่มขึ้นเป็นลำดับ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวสำคัญ เช่น จีน มาเลเซีย เกาหลีใต้ ขณะที่นักท่องเที่ยวไทย คาดว่าจะมีการเดินทางเพิ่มขึ้น โดยได้ปัจจัยสนับสนุนโครงการต่างๆ จากภาครัฐ และพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมานิยมทานอาหารที่ร้านมากขึ้น โดยมีปัจจัยเร่งจากการขยายตัวของความเป็นเมืองและสื่อโซเชียลมีเดียที่แนะนำร้านอาหารใหม่ๆ และสิทธิพิเศษต่างๆ
ตลาดค้าส่งฟู้ด เซอร์วิสเป็นตลาดที่ค่อนข้างใหญ่ และยังมีโอกาสทางธุรกิจอีกมาก โดยตัวเลขมูลค่าตลาดที่รวมเรื่องท่องเที่ยวเข้ามาแล้วน่าจะอยู่ในหลัก 3 ล้านล้านบาทขึ้นไป นั่นคือในแง่ของดีมานด์ ส่วนซัพพลายนั้นมีผู้ประกอบการเพียง 2 – 3 รายอยู่ในตลาดนี้ การมีสาขาที่ครอบคลุมทุกพื้นที่จึงเป็นอีกการสร้างโอกาสในการเติบโตที่ดี และนั่นจะทำให้ตลาดนี้มีสีสันของการแข่งขันที่สนุกเร้าใจมากขึ้น...