Marriott International เครือโรงแรมใหญ่กำลังเข้าสู่ตลาดที่พักกลางแจ้ง (Outdoor Hospitality) ด้วยการซื้อPostcard Cabins สตาร์ตอัปซึ่งมีห้องพักขนาดเล็ก 1,200 ห้องในสหรัฐ เป็นการขยายพอร์ตโฟลิโอ เน้นการท่องเที่ยวอิงธรรมชาติและกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง พร้อมเชิญชวนเจ้าของกิจการเข้าร่วม Ecosystem
Leeny Oberg ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินและรองประธานบริหารฝ่ายพัฒนาของ Marriott กล่าวว่า บริษัทพบว่าผู้คนสนใจการท่องเที่ยวแบบดื่มด่ำกับธรรมชาติมากขึ้น การขยายตัวครั้งนี้เน้นนำเสนอที่พักและประสบการณ์ใหม่ๆ กับจุดหมายปลายทางน่าตื่นตาตื่นใจ เน้นกลุ่มนักเดินป่าแฟนพันธุ์แท้ และผู้เพิ่งเริ่มทำกิจกรรมนันทนาการกลางแจ้ง
ตลาดที่พักกลางแจ้ง (Outdoor Hospitality) มีสัดส่วน 9-10% ของภาพใหญ่ คือ Outdoor Recreation Economy ประกอบด้วยหลายเซกเตอร์ เช่น ขี่จักรยาน ปีนเขา เข้าป่าล่าสัตว์ เล่นสกี พักผ่อนหย่อนใจ ฯลฯ ปี 2024 คาดว่ามีมูลค่ารวม 42 ล้านล้านบาท (1.2 ล้านล้านดอลลาร์)
Postcard Cabins เดิมชื่อ Getaway ก่อตั้งปี 2015จากนั้นเติบโตรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ บริษัทระดมทุนมาแล้ว 3 รอบ ได้เงินรวม 146 ล้านดอลลาร์ Jon Staff ผู้ก่อตั้งและซีอีโอให้ข้อมูลว่า ที่พักของบริษัทเป็นกระท่อมขนาด 136 ตารางฟุต ส่วนใหญ่อยู่ห่างจากเมืองใหญ่ๆ ใช้เวลาเดินทางไม่เกิน 2 ชั่วโมง ธีมหลักเน้นการปลีกตัวจากโลกภายนอก แคมเปญล่าสุด แบรนด์เปิดตัวการขายกระท่อมแบบกลุ่มรองรับการรวมตัวของครอบครัวและการพักผ่อนเพื่อสุขภาพ
Marriott แถลงรายละเอียดดีลกับ Postcard Cabins เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม 2024 แต่ไม่เปิดเผยมูลค่าการลงทุน และให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทเข้าสู่ธุรกิจที่พักกลางแจ้งมาระยะหนึ่งแล้ว โดยเมื่อเดือนกันยายน Anthony Capuano President และ CEO Marriott ให้ข้อมูลการเปิดตัวแคมป์ซาฟารี พักแบบกางเต็นท์แห่งแรกในมาไซมารา ประเทศเคนยา ภายใต้แบรนด์ JW เป็นครั้งแรก
มีการทำดีลระยะยาวกับ Trailborn ผู้ให้บริการที่พักใกล้อุทยานแห่งชาติสหรัฐและสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้ง เช่น อุทยานแห่งชาติเทือกเขาร็อกกี และแกรนด์แคนยอน มีห้องพัก 559 ห้อง ซึ่งจะรวมเข้ากับระบบของ Marriott
Leeny Oberg CFO เพิ่มเติมว่ามีแผนรวมทั้ง 2 แบรนด์ คือ Postcard Cabins และ Trailborn เข้าเป็นคอลเลกชันใหม่เน้นการพักผ่อนกลางแจ้ง โดยจะเปิดตัวในปี 2025 คอลเลกชันมุ่งนักเดินทางที่แสวงหาประสบการณ์ท่ามกลางธรรมชาติ สิ่งที่ดำเนินการอยู่ คือรวมการจอง และ Loyalty Program เข้ากับเครือข่ายของ Marriott
ทั้ง 2 ดีลเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า Marriott ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของความต้องการเดินทาง เนื่องจากผู้บริโภคแสวงหาประสบการณ์กลางแจ้งมากขึ้น ขณะที่ยังคงเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยได้ คอลเลกชันใหม่วาง Position เป็นที่พักระดับบน รวมถึงเปิดโอกาสให้เจ้าของที่พักที่ต้องการเข้าร่วมเครือข่ายของ Marriott ปรับเปลี่ยนรูปแบบการเข้าพักได้