หลัง “น้องเนย” ประกาศเปิดบ้าน “BUTTERY WORLD PRESENTED BY 7-Eleven” ต้อนรับมัมหมี-พ่อหมี เพื่อ ให้ทุกคนได้สัมผัสโลกของน้องเนยที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยผู้คอยฮีลใจ มอบรอยยิ้ม ส่งต่อความสุขแก่ทุกคน บัตรประเภท Meet & Greet Package ราคา 1,500 บาท ก็หมดเกลี้ยงภายในวันเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความฮอตของไอดอลสาว 3 ขวบ ผู้คอยฮีลใจให้เหล่ามัมหมี-พ่อหมี

โดยเบื้องหลังการเปิดบ้านน้องเนยครั้งนี้ เกรียงกานต์ กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากแบรนด์ BUTTERBEAR เปิดตัวน้องเนยจนเป็นขวัญใจมหาชน ที่คอยฮีลใจให้มัมหมี พ่อหมีทุกครั้งที่ได้พบเจอ ครั้งนี้เป็นการร่วมมือกันระหว่าง BUTTERBEAR และ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จับมือกันเนรมิตบ้านน้องเนยใจกลางเมือง ที่สยามพารากอนซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางอันดับ 1 ที่อยู่ในใจนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อส่งต่อและเติมเต็มความสุขแบบแอดวานซ์ ให้มารู้จักไลฟ์สไตล์ที่น่ารักของยัยหนูมากขึ้น ผ่านคอนเซ็ปต์บ้าน “A Magical Journey to Our Buttery World”
“จริงๆ การร่วมงานครั้งนี้เป็นเหมือน Destiny เพราะฝั่งอินเด็กซ์ทำงาน Illumination มาแล้วมากมาย ซึ่งเรามีการคุยกันภายในว่าอยากทำงานกับน้องหมีเนย ซึ่งทางผู้บริหารน้องหมีเนยเองก็ต้องการติดต่อเพื่อทำงานกับเราเช่นกัน เพราะอยากสร้างบ้านให้น้องเนย เนื่องจากตอนนี้น้องเนยอยู่บ้านผู้บริหาร แล้วพอกินเยอะตัวก็เต่งขึ้น จึงอยากมีบ้านให้น้อง นี่เป็นจุด เริ่มต้นที่เราได้ทำงานด้วยกัน” เกรียงกานต์ กล่าวอย่างอารมณ์ดี

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ทำ House of Illumination ให้กับการ์ตูนคาแร็กเตอร์ เพราะก่อนหน้านี้เคยทำให้กับการ์ตูน คาแร็กเตอร์ชื่อดังอย่างสนูปปี้ ทั้งที่กรุงเทพฯ และเขาใหญ่ ล่าสุดปลายปีที่แล้วทำให้กับคิตตี้ รวมถึงแก๊งตัวการ์ตูนจากซานริโอ ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ดีในการทำบ้านให้กับคาแรกเตอร์ไทยอย่าง BUTTERBEAR ที่ชั้น 5 สยามพารากอน เริ่มรอบพิเศษในวันที่ 24 มกราคม 2568 และรอบปกติในวันที่ 25 มกราคม 2568 เป็นต้นไป – เดือนมิถุนายน
โดยการเปิดบ้าน “น้องเนย” ครั้งนี้ มีการเตรียมกิจกรรมสุด Exclusive ในแต่ละเดือนเพื่อมอบให้มัมหมี พ่อหมี และยกทัพสินค้าคอลเลคชั่นพิเศษไม่ซ้ำใครที่มีขายในบ้านนี้เท่านั้น! เช่น ชุดนอนสุดน่ารัก เสื้อยืดทีเชิ้ต หมวกบักเก็ต ซึ่งภายในบ้านน้องเนยจะมีด้วย 7 ห้อง และ 1 สวนดอกไม้ ซึ่งเป็นโซนพิเศษ ที่รอให้ทุกคนได้รู้จักตัวตนที่น่ารักของยัยหนู สำหรับไฮไลต์แต่ละห้องประกอบด้วย

ห้องแห่งมิตรภาพ ถือเป็นห้องแรกที่ถือกำเนิดน้องเนยขึ้นมา และยังเป็นห้องที่น้องเนยใช้เวลากับเพื่อนซี้ อย่าง Hippiehippo, Biancabear และ Sundaebird ห้องนี้จะมีกิจกรรมที่น้องเนยชอบมากๆ คือการเต้น Dancing Star Talent ซึ่งจะชวนให้มัมหมี-พ่อหมีมาแดนซ์ไปด้วยกัน
ห้องแห่งความสุข เป็นห้องทำขนมที่น้องเนยสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ขึ้นมา ไฮไลต์ของห้องนี้ คือตู้เย็นที่น้องหมีเนยชอบเอาการบ้านไปแช่เอาไว้ และแอบลงมากินป็อกโกแลตตอนกลางคืนเป็นประจำ ซึ่งในห้องนี้จะมีเทคนิคพิเศษที่ให้ผู้เข้าชมได้ดูว่าน้องเนยซ่อนอะไรเอาไว้ในตู้เย็นบ้าง
ห้องแห่งความทรงจำ เป็นห้องจำหน่ายของที่ระลึก ที่รวบรวมของวิเศษของน้องเนยเอาไว้ โดยสินค้าแต่ละรายการจะเปลี่ยนแปลงไปตามเทศกาล สำหรับนักสะสมของน้องหมีเนยจะได้พบกับสินค้าแปลกใหม่ เอ็กซ์คลูซีฟ จำกัดการซื้อคนละไม่เกิน 5 ชิ้น มีจำหน่ายแค่ในงานเปิดบ้านน้องเนยเท่านั้น
ห้องจดชื่อ เป็นห้องที่น้องเนยชอบซ่อนขนมและของวิเศษ และยังเอาไว้ทำการบ้านแต่น้องไม่ชอบทำการบ้านเลยต้องให้มัมหมีพ่อหมีมาช่วยน้องเนยทำการบ้าน เพื่อที่จะส่งการบ้านให้กับ Teacher May
ห้องแห่งความฝัน ห้องนอนที่น้องเนยชอบแอบกินป็อกโกแลตและแอบนอน ห้องนี้เป็นห้องที่จะพามัมหมีพ่อหมีมาดูความฝันของน้องเนย น้องเนยมักจะฝันถึงการผจญภัยออกตามล่าหาป็อกโกแลตยักษ์
ห้องสวยสุดในปฐพี เป็นห้องเต็มไปด้วยเครื่องสำอางและเสื้อผ้าตามแบบ Beauty Blogger ตัวน้อยอย่างน้องหมีเนย มัมหมีพ่อหมีที่มาเยี่ยมชมห้องนี้ก็สามารถเก็บภาพจาก Photo Booth มัมหมีพ่อหมีคนไหนอยากซัพพอร์ตน้องหมีเนยให้เป็น Beauty Blogger ก็สามารถฝากกิฟต์ไว้ให้น้องเนยได้
ห้องแห่งความฟิน คือห้องที่น้องหมีเนยได้แช่ตัวในน้ำให้ผ่อนคลายหลังจากทำกิจกรรมมาทั้งวัน ให้น้องได้เล่นฟองสบู่ที่นุ่มนวล ไอเทมสุดโปรดของน้องเนยก็คือทิชชู่ Scott ที่ให้สัมผัสนุ่มเหมือนปุยนุ่น ห้องน้ำห้องนี้ไม่ใช่ห้องธรรมดาทั่วไปแต่เป็นห้องน้ำที่ “World of Softness” มัมหมีพ่อหมีคงต้องไปสัมผัสที่บ้านน้องหมีเนยแล้ว
ห้องสุดท้าย ของ Buttery world ก็คือสวนดอกไม้ของยัยหนู เป็นห้อง Secret ให้ทุกท่านได้เข้าชมจุดเด่นของห้องนี้คือดอกไม้ยักษ์ที่บานออกมาเป็นรูปหน้าน้องเนย ฮีลใจมัมหมีและพ่อหมีที่มาเยี่ยมชมสุดๆ
งานนี้ อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ ใช้งบกว่า 50 ล้าน เนรมิตบ้านน้องหมีเนยและสินค้าคอลเลกชันพิเศษ ซึ่ง เกรียงกานต์ คาดว่าโปรเจกต์ Buttery World ของน้องหมีเนยจะขายบัตรเข้าชมได้ 60,000 ใบ ตลอดระยะเวลา 6 เดือน และอาจจะมีการต่อยอดไปสู่การนำ Buttery World ไปจัดแสดงที่ประเทศจีนด้วย
“เราจะดูกระแสจากที่เมืองไทยก่อน เนื่องจากแฟนคลับน้องหมีในประเทศจีนก็มีเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่าปัจจุบันน้องเนยประสบความสำเร็จในระดับรีจินัลแล้ว คาดว่างานนี้จะตกมัมหมี-พ่อหมีชาวจีนและต่างชาติได้กว่า 60% อีก 40% จะเป็นแฟนๆ ในไทย”
อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ มองว่างานเปิดบ้านน้องเนยครั้งนี้นอกจากจะต่อยอดแบรนด์ BUTTERBEAR ให้แข็ง แกร่ง รวมถึงยังสามารถดึงเม็ดเงินจากมัมหมี-พ่อหมีจากต่างประเทศแล้ว อาจจะเป็นสเตปต่อไปในการดันให้น้องเนยก้าวไปสู่การเป็น Thailand Attraction ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวอื่นๆ ในภูมิภาค ที่ไม่ใช่แค่คนจีนด้วยกิจกรรมที่สร้างความต่อเนื่องให้แบรนด์ ซึ่งจะช่วยสร้างโมเมนตั้มที่ดึงให้น้องเนยและ BUTTERBEAR ก้าวไปสู่ความสำเร็จที่มากกว่าเดิม