การผลิตปูนซีเมนต์ของไทยในปี 2025 มีโอกาสขยายตัว 2.2%YOYตามความต้องการใช้งานในประเทศที่คาดว่าจะฟื้นตัวโดยยังคงอัตราการใช้กำลังการผลิตไว้ที่ประมาณ 60%ในช่วงปี 2020-2024 การผลิตปูนซีเมนต์ของไทยลดลงอย่างต่อเนื่องโดยเฉลี่ย-5.1%CAGR ตามอุปสงค์โดยรวมของตลาดในประเทศ และตลาดส่งออก ส่งผลให้อัตราการใช้กำลังการผลิตปูนซีเมนต์ของไทยลดลงตาม อย่างไรก็ดี แนวโน้มการใช้งานปูนซีเมนต์ที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้จากโครงการก่อสร้างภาครัฐและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์ของภาคเอกชน จะส่งผลให้ปริมาณการผลิตปูนซีเมนต์ในปี 2025 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 2.2%YOY โดยมีระดับการผลิตอยู่ที่ 31.7ล้านตัน เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและรักษาระดับสินค้าคงคลังไว้ในระดับที่ใกล้เคียงกับในช่วงที่ผ่านมา
รูปที่ 4 : ปริมาณการผลิตปูนซีเมนต์อุปสงค์ และสินค้าคงคลัง
หน่วย : ล้านตัน
Competitive landscapeการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และขยายช่องทางการตลาด ที่สามารถเจาะกลุ่มลูกค้าได้อย่างครอบคลุม จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของไทยในช่วงที่ผ่านมาผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของไทยต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อให้สอดคล้องกับแนวโน้มการเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ส่งผลให้มีการผลิตปูนซีเมนต์ที่เป็นLow-carbon product รวมถึงปูนซีเมนต์สำเร็จรูปหรือปูนซีเมนต์มอร์ตาร์ ที่สะดวกต่อการใช้งานเฉพาะ เช่น งานก่อ งานฉาบ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มจากปูนซีเมนต์ทั่วไป ออกมาแข่งขันในตลาดเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ปูนซีเมนต์ในตลาด ขณะเดียวกันการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการมีความรุนแรงมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีการใช้กลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าการมุ่งทำการตลาดทั้งในรูปแบบผู้ผลิตถึงกลุ่มลูกค้าธุรกิจ (B2B) เช่น กลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และรูปแบบผู้ผลิตถึงผู้บริโภคโดยตรง (B2C) เช่น การเปิดร้านค้าปลีกภายใต้แบรนด์ของตนเอง การขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์ และในบางรายก็มีการจำหน่ายโดยตรงให้กับโครงการภาครัฐ (B2G) เพื่อขยายฐานลูกค้าให้มีความหลากหลาย และครอบคลุมมากขึ้น
ทั้งนี้ผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของไทยมีการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้ค่อนข้างดีส่งผลให้ระดับอัตรากำไรยังอยู่ในเกณฑ์ดีต่อเนื่อง สะท้อนจากตัวเลขผลประกอบการโดยรวมของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ของไทยในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2024 ที่แม้ว่าจะมีรายได้จากการขายสินค้าที่ลดลง เมื่อเทียบกับในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แต่ก็ยังมีอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่ลดลง โดยเฉพาะต้นทุนราคาถ่านหินที่ลดลงกว่า 30%YOY และอีกส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และพลังงานทางเลือกในกระบวนการผลิตรวมถึงการปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีการใช้เตาเผาเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านการใช้พลังงานมากขึ้น
SCB EIC คาดว่าการใช้พลังงานสะอาด และพลังงานทางเลือกในอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ที่จะเพิ่มมากขึ้นในระยะข้างหน้า นำมาสู่การผลิตปูนซีเมนต์ที่เป็น Low-carbon product ที่คาดว่าจะมีความต้องการใช้งานเพิ่มมากขึ้นทั้งภาครัฐที่มีการดำเนินการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Green public procurement) โดยได้กำหนดคุณสมบัติสินค้าวัสดุก่อสร้าง 3 ประเภท ในระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับโครงการก่อสร้างของภาครัฐ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ ฉนวนกันความร้อน และเหล็ก ที่จะต้องได้รับมาตรฐานรับรองด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงกลุ่มผู้ประกอบการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการลดการปล่อย CO
2ตามแรงกดดันของกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดมากขึ้น และเทรนด์ของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
Appendix :ภาพรวมผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยของกลุ่มผู้ผลิตปูนซีเมนต์*