BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,365
VIEWS

Solo Economy วิถีเศรษฐกิจแห่งอนาคตที่โตจากการใช้ชีวิตแบบ “ตัวคนเดียว”

ม.ค. 20, 2568 N.Rotchana
ปี 2564 การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวพุ่งสูงถึง 414 ล้านครัวเรือนทั่วโลก!
 
ตัวเลขนี้ไม่ได้หยุดแค่ตรงนั้น เพราะ Euromonitor มีการคาดการณ์ว่าในปี 2573 จำนวนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 30% 
 
ไม่ใช่แค่สถิติที่น่าสนใจ แต่คือสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากเทรนด์ Solo Economy ที่เกิดขึ้นช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19ได้เร่งให้เทรนด์นี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว การเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) และข้อจำกัดในการรวมกลุ่มทำให้การใช้ชีวิตแบบ “คนเดียว”กลายเป็นเรื่องปกติใหม่ (New Normal) ที่ผู้คนปรับตัวและยอมรับได้อย่างรวดเร็ว
 
หลังโควิด-19 พฤติกรรมเหล่านี้ไม่ได้ลดลง แต่กลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตในระยะยาวผู้คนเริ่มมองว่า“การอยู่คนเดียว”ไม่ได้แปลว่าขาดสังคม แต่คือความอิสระและความยืดหยุ่นในการจัดการชีวิตตัวเองได้ตามต้องการ 
 
สำหรับประเทศไทย ครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวมีสัดส่วนมากขึ้นเช่นกัน จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในปี2565 มีครัวเรือนที่มีสมาชิกคนเดียวจำนวนกว่า 7 ล้านครัวเรือน คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 26.1 ของครัวเรือนทั้งหมดเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 16.4 ในปี 2555 ซึ่งครัวเรือนที่อาศัยอยู่คนเดียวส่วนใหญ่เป็นคนโสด 
 
ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ (United Nations) เผยว่าปี 2023 มีประชากรโลกที่ครองตัวเป็นโสดมากถึง 2.12 พันล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งหมด และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3 พันล้านคนภายในปี 2030
 
สิ่งที่น่าสนใจคือ เทรนด์นี้กำลังพัฒนาไปสู่ความเคยชิน และเมื่อไลฟ์สไตล์กลายเป็นเรื่องปกติสำหรับคนจำนวนมาก มันไม่ใช่ “กระแส” แต่เป็นโอกาสที่ทุกธุรกิจต้องจับตา  
 
จาก Solo Customer สู่ Solo Economy
 
อะไรทำให้เทรนด์ Solo Economy กำลังเปลี่ยนจาก “ความแปลกใหม่” เป็น “ความปกติ” ?
 
ปัจจัยแรกคือการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบทำให้คนต้องการ “Me Time” (เวลาเพื่อตัวเอง) มากขึ้น อีกทั้งค่านิยมที่เปลี่ยนไปทำให้คนรุ่นใหม่มองว่าความสำเร็จในชีวิตไม่ได้วัดจากการมีครอบครัวอีกต่อไป แต่คือการที่เราสามารถนิยามความสุขในแบบของตัวเองได้ คนรุ่นใหม่หลายคนจึงเลือกที่จะครองตัวเป็นโสดหรือใช้เวลาคนเดียว เนื่องจากต้องการลดความซับซ้อนและเพิ่มความยืดหยุ่นในชีวิต 
 
ปัจจัยที่ 2 คือเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิต แพลตฟอร์มดิจิทัลทำให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการที่ตอบสนองความต้องการได้ทันที ตั้งแต่การสั่งอาหารแบบเดลิเวอรี การจองที่พัก ไปจนถึงการดูคอนเสิร์ตแบบไลฟ์สตรีม
 
อีกปัจจัยที่สำคัญคือเศรษฐกิจ ความไม่แน่นอนทางรายได้และภาระทางการเงินทำให้หลายคนชะลอการสร้างครอบครัวและหันมาให้นิยามความสุขในแบบของตัวเองมากขึ้น  
 
เมื่อยุคนี้ “คนเดียว” ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกต่อไป แต่กลายเป็นวิถีชีวิตที่กำลังสร้างโอกาสให้ธุรกิจทั่วโลก Solo Customers หรือกลุ่มผู้บริโภคที่เลือกใช้ชีวิตด้วยตัวเอง พวกเขาไม่ต้องการพื้นที่ใหญ่โต เน้นความสะดวกสบาย ต้องตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะตัวที่สำคัญต้องมีอิสระที่จับต้องได้ 
 
และนี่คือ 4 ห้องหัวใจโอกาสทางธุรกิจที่ตอบโจทย์ Solo Customers 
 
Solo Dining เมื่อพูดถึงการทานอาหารคนเดียว หลายคนอาจนึกถึงภาพพนักงานออฟฟิศที่เร่งรีบ กินข้าวในฟู้ดคอร์ทแบบรีบกินรีบกลับ หรือแม้แต่การสั่งฟาสต์ฟู้ดขึ้นโต๊ะทำงานในช่วงพักเที่ยง แต่ทุกวันนี้ การทานอาหารคนเดียวไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความจำเป็น แต่ได้กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่หลายคนเลือกเพราะ“อยากอยู่คนเดียว”ไม่ใช่ “ไม่มีใครอยู่ด้วย”
 
ก่อนสถานการณ์โควิด-19 การทานอาหารคนเดียว หรือ Solo Dining อาจถูกมองเป็นเรื่องผิดปกติ บางคนอาจรู้สึก “แปลก”เมื่อเห็นคนทานอาหารคนเดียวในร้านอาหาร หรือมีความกังวลว่า “คนอื่นจะมองว่าเหงาไหม?”แต่การแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่าง เมื่อการเว้นระยะห่างทางสังคมกลายเป็นเรื่องจำเป็น คนเริ่มชินกับการใช้เวลาคนเดียว และการออกไปทานอาหารตามลำพังก็กลายเป็นทางเลือกที่สะดวกและปลอดภัย
 
ที่สำคัญคือสมาร์ตโฟน ได้เข้ามาเป็น “เพื่อนร่วมโต๊ะ”ที่เติมเต็มช่วงเวลาความเงียบในการกินข้าวคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นการไถฟีดโซเชียล ดูซีรีส์ หรือแม้แต่ทำงานผ่านมือถือ การทานอาหารคนเดียวจึงไม่ใช่การอยู่ลำพัง แต่เป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้คนได้พักผ่อนและจัดการชีวิตตัวเอง
 
เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ยังมีอีกปัจจัยสำคัญ นั่นคือการเติบโตของ Solo Economy ทำให้ร้านอาหารเริ่มหันมาออกแบบบริการที่ตอบโจทย์กลุ่มนี้โดยเฉพาะ “Table for One” กับโมเดลธุรกิจที่ปรับตัว อย่างในเกาหลีใต้ วัฒนธรรม “ฮนบัพ” (Honbap) หรือการทานข้าวคนเดียวไม่ใช่เรื่องที่แปลกอีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่น ร้านอาหารหลายแห่งในเกาหลีได้มีการปรับตัวเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้มากขึ้น เช่น มีเมนูอาหารสำหรับทานคนเดียว หรือแม้แต่ร้านอาหารในเครือห้างล็อตเต้ก็มีการลดจำนวนโต๊ะอาหารสำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ และแทนที่ด้วยฉากกั้นเพื่อแบ่งสัดส่วนพื้นที่สำหรับลูกค้าที่มาทานอาหารคนเดียวมากขึ้น
 
เช่นเดียวกับในญี่ปุ่น กระแส Ohitorisama ทำให้เกิดแนวคิดของร้านอาหารสำหรับนั่งทานคนเดียว เช่น ฮิโตริ ยากินิกุ (Hitori Yakiniku) ปิ้งย่างคนเดียว หรือฮิโตริ ชาบู (HitoriShabu) กินชาบูคนเดียว
 
สำหรับในไทย เริ่มมีโมเดลธุรกิจร้านอาหารในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อรับเทรนด์ Solo Dining ในลักษณะ New Concept Store เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการคนเดียวมากขึ้น มีอุปกรณ์ต่างๆ บนโต๊ะอาหาร เช่น หม้อต้มชาบูหรือกระทะปิ้งย่างส่วนตัวซึ่งรูปแบบร้านอาหารในลักษณะนี้ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี แก้ Pain Pointsเรื่องการทำอาหารทานคนเดียวที่บ้าน มองว่าเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เสียเวลาและไม่คุ้มเหนื่อย
 
ร้านอาหารบางแห่งมองว่า ลูกค้าที่มาคนเดียว ทำให้เกิดการเสียโอกาสของพื้นที่ให้บริการ แต่ผู้ประกอบการหลายคนเชื่อว่าหากให้บริการลูกค้าที่มาคนเดียว พวกเขามีแนวโน้มที่จะเป็นลูกค้าชั้นดี และกลับมาอุดหนุนซ้ำในอนาคต
 
แนวทางการปรับตัวของธุรกิจร้านอาหารเพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การออกแบบร้านให้ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการพื้นที่ส่วนตัว และเพิ่มประสบการณ์ที่สะดวกสบายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เริ่มต้นจากการปรับรูปแบบโต๊ะและ Layout ภายในร้านอาหาร เพิ่มสัดส่วนโต๊ะเดี่ยวเพื่อรองรับลูกค้าคนเดียวโดยเฉพาะ การจัดโต๊ะยาวในลักษณะบาร์ที่มาพร้อมฉากกั้น หรือการวางโต๊ะเดี่ยวเพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายให้กับลูกค้ากลุ่มนี้  
 
บรรยากาศภายในร้านก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ การปรับ Mood and Tone เช่น โทนสี แสงไฟ และเพลงพื้นหลังที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกผ่อนคลายและสบายใจจะช่วยสร้างความประทับใจที่ดีแก่ลูกค้า อีกทั้งการเลือกใช้เทคโนโลยี เช่น ระบบจองโต๊ะออนไลน์ สั่งอาหารผ่าน QR Code หรือการชำระเงินแบบไร้สัมผัส ก็ช่วยเพิ่มความสะดวกและความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้ายุคใหม่ นอกจากนี้ หุ่นยนต์เสิร์ฟอาหารยังสามารถยกระดับประสบการณ์รับประทานอาหารที่ทันสมัยอีกด้วย
 
Yakiniku Like คือตัวอย่างแบรนด์ที่ปรับตัวเข้ากับไลฟ์สไตล์ใหม่นี้ได้อย่างน่าสนใจ ด้วยแนวคิด “กินปิ้งย่างคนเดียวได้ ไม่เขิน”เพราะรู้ว่าการ “กินปิ้งย่างคนเดียว”ไม่ได้แปลว่าคุณไม่มีเพื่อน แต่มันสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปการใช้ชีวิตที่เน้นความสะดวกสบายและการให้เวลากับตัวเองมากขึ้น
 
Solo Dining ไม่ใช่แค่การปรับตัวตามกระแส แต่คือโอกาสที่ร้านอาหารสามารถสร้างความแตกต่างในตลาดได้ การตอบโจทย์ความต้องการลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่เพียงสร้างความพึงพอใจ แต่ยังช่วยให้ธุรกิจเติบโตในยุคที่ความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายคือหัวใจสำคัญของการบริการ
 
Solo Traveler การเดินทางคนเดียว กลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะหลังสถานการณ์โควิด-19 ที่เปลี่ยนมุมมองของผู้คนเกี่ยวกับการใช้เวลาส่วนตัว ข้อมูลจาก Booking.com เผยว่านักท่องเที่ยวที่เลือกเดินทางแบบนี้เพิ่มขึ้นจาก 14% ก่อนสถานการณ์โควิด-19 เป็น 23% ในปี 2021 
 
คุณมัณฑิตา จินดา Founder and MD, Digital Tips Academy กล่าวถึงปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเดินทางแบบ Solo Traveler คือความยืดหยุ่นที่ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องปรับตัวตามใคร และไม่ต้องทนกับแผนการเดินทางที่เราไม่ได้อยากไปความยืดหยุ่นในการเลือกจุดหมายปลายทางและกิจกรรมที่ต้องการทำ ทำให้ Solo Travelerสามารถตัดสินใจได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแผนกลางคันหรือเลือกสิ่งที่อยากทำได้ทันที
 
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้การเดินทางคนเดียวสะดวกยิ่งขึ้นคือเทคโนโลยี แอปพลิเคชันต่างๆ เช่น Travelokaหรือ Agodaช่วยจัดการแผนการเดินทางครบวงจร ตั้งแต่จองตั๋วเครื่องบิน ที่พัก ไปจนถึงแนะนำกิจกรรมในพื้นที่หรือ Google Translate ที่ช่วยแก้ปัญหาด้านภาษาXe Currency สำหรับแปลงค่าเงิน และ Around Me ที่ช่วยค้นหาสถานที่ใกล้เคียงได้อย่างรวดเร็ว
 
บวกกับปัจจุบัน คอนเทนต์ที่แชร์ประสบการณ์เดินทางคนเดียวเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ผลักดันเทรนด์นี้ให้ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะเป็นThe Gaijin Trips แบกเป้เที่ยวคนเดียว, I Roam Alone หรือ Pigkaploy ที่ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจ แต่ยังตอกย้ำว่าวิถีชีวิตแบบ Solo Travelerเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริง แถมยังเป็นเครื่องมือสร้างมูลค่าให้กับครีเอเตอร์ผ่านการสนับสนุนจากแบรนด์ต่างๆ
 
ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการ คุณมัณฑิตา เผยว่า “ต้องทำความเข้าใจอินไซต์ของคนที่มาเที่ยวคนเดียว เพราะเขาจะมีความต้องการที่แตกต่างจากคนที่มาเป็นคู่หรือมาเป็นกลุ่ม พวกเขามองหาประสบการณ์ที่มีความยืดหยุ่นและไม่อยากรู้สึกถูกบังคับต้องปรับแผนตามใครความต้องการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า นักท่องเที่ยวที่เดินทางคนเดียวต้องการอิสระในการเลือกกิจกรรมหรือการเดินทางอย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องพึ่งพาหรือยึดติดกับแผนการของผู้อื่น”
 
ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวต้องมีการปรับตัวเพื่อรองรับนักเดินทางกลุ่มนี้ ปรับแพ็กเกจทัวร์ที่ตอบโจทย์ Solo Traveler เช่น ทัวร์กลุ่มเล็กที่ยังคงให้ความรู้สึกส่วนตัว หรือบริการที่ใส่ใจด้านความปลอดภัยสำหรับนักเดินทางหญิงโดยเฉพาะ
“ในมุมมองเชิงจิตวิทยา การเปลี่ยนแปลงในการเลือกท่องเที่ยวคนเดียวเกิดจากแรงจูงใจที่เน้นเรื่องการดูแลMental Health มากขึ้น หลังจากที่หลายคนต้องเผชิญกับความวุ่นวายในชีวิตประจำวัน หรือแม้กระทั่งความเครียดจากการทำงาน การเที่ยวคนเดียวช่วยให้พวกเขามีโอกาสพักผ่อนและเติมเต็มตัวเองอย่างแท้จริง ซึ่งเห็นได้ตั้งแต่หลังสถานการณ์โควิด-19 ผู้บริโภคหลายคนยินดีที่จะจ่ายเงินเพื่อประสบการณ์ที่มีคุณค่า เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าจะมีโอกาสแบบนี้อีกเมื่อไหร่ ดังนั้น ผู้คนในยุคนี้มองหาการท่องเที่ยวเพื่อการทดสอบตัวเองและการค้นหาความสุขส่วนตัว เป็นการลงทุนกับตัวเองมากขึ้น เพราะการเดินทางไม่ใช่แค่การไปไหนมาไหน แต่เป็นการเปิดประสบการณ์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงวิธีคิดและวิถีชีวิตได้”
 
การเดินทางคนเดียวไม่ได้เป็นเพียงกระแสที่มาแล้วไป แต่กำลังกลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนถึงความต้องการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง ความพร้อมของเทคโนโลยีและการปรับตัวของธุรกิจทำให้การเดินทางคนเดียวกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเพื่อค้นหาตัวตนใหม่ ผจญภัยในโลกกว้าง หรือแค่พักผ่อนกับตัวเอง
 
สิ่งนี้ทำให้ Solo Traveler กลายเป็นกลุ่มที่ธุรกิจต่างๆ รวมถึงโรงแรมต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะนักเดินทางกลุ่มนี้มีความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างจากกลุ่มอื่นชัดเจน
 
Solo travel hotel Solo Traveler กลุ่มเป้าหมายที่ธุรกิจโรงแรมไม่อาจมองข้าม จำเป็นต้องปรับตัวโดยการนำเสนอธุรกิจและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปสิ่งที่นักเดินทางคนเดียวให้ความสำคัญที่สุดคือ “ความอิสระ”ทั้งในด้านการตัดสินใจและประสบการณ์การเข้าพัก ผู้ประกอบการอาจเพิ่มสัดส่วนห้องพักที่เป็นประเภทห้องเดี่ยวหรือเตียงเดี่ยว (Single bedroom) มากขึ้น มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดโต๊ะทานอาหารเป็นโต๊ะเดี่ยวสำหรับนั่งทานคนเดียวพร้อมเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกและมีเทคโนโลยีทันสมัยต่างๆภายในบริเวณโรงแรมและห้องพัก ไม่ว่าจะเป็น Self-service เช่น คีออสเช็กอิน หรือแอปพลิเคชันที่ช่วยจัดการทุกขั้นตอนการเข้าพัก เพื่อลดการปฏิสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็น
 
ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวคนเดียวก็ไม่ได้ต้องการความโดดเดี่ยวเสมอไป ควรมีการนำเสนอกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงแรมที่เปิดโอกาสให้ได้พบปะผู้คนใหม่ๆ เช่น คลาสการทำสมาธิ สปา โยคะ ฟิตเนสWorkshop สอนการจัดดอกไม้ ทำงานศิลปะ หรือคลาสสอนทำอาหารท้องถิ่นเป็นต้น สิ่งเหล่านี้เพื่อเป็นกลยุทธ์ที่หลายโรงแรมนำมาใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้ลูกค้า  
 
การปรับตัวของธุรกิจโรงแรมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวคนเดียวจึงไม่ใช่แค่การเพิ่มฟีเจอร์หรือบริการใหม่ๆ แต่เป็นการทำความเข้าใจว่าความอิสระ ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับกลุ่มที่เดินทางคนเดียว
 
Solo Living อสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีการปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อเจาะกลุ่มคนโสดหรือผู้ที่ใช้ชีวิตลำพังมากขึ้นเรื่อยๆด้วยไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนแปลงไปคนกลุ่มนี้ไม่ได้มองหาแค่ที่พักอาศัย แต่ครอบคลุมถึงวิถีชีวิตที่ต้องการอิสระ ความปลอดภัย และความสะดวกสบาย
 
คนโสดหรือคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวมองว่า“การเช่า”เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์มากกว่า “การซื้อ”เนื่องจากช่วยลดภาระทางการเงินในระยะยาวข้อมูลของ DDproperty เผยว่าคนโสด 14% มีแผนจะเช่าที่อยู่อาศัยในปีถัดไปสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วไปซึ่งอยู่ที่ 10% เหตุผลหลักคือไม่ต้องการแบกรับภาระหนี้สินในระยะยาวอีกทั้งการเช่าเพิ่มความคล่องตัวในการโยกย้ายหากต้องการเปลี่ยนทำโลเคชันหรืองานใหม่ โครงการที่ได้รับความนิยมจะอยู่ในทำเลดี เดินทางสะดวก อยู่ใกล้แหล่งไลฟ์สไตล์ เช่น คอมมูนิตี้มอลล์หรือสถานบันเทิง จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะโครงการที่ตั้งอยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะอย่าง BTS หรือ MRT ซึ่งช่วยเพิ่มความคล่องตัวและลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนตัว  
 
รวมถึงโครงการ Pet-Friendly ที่ตอบโจทย์คนโสดหรือคนที่ใช้ชีวิตคนเดียวที่รักสัตว์ ข้อมูลระบุว่าคนโสดกว่า 33% ต้องการฟิลเตอร์สำหรับคัดกรองโครงการที่เลี้ยงสัตว์ได้ โครงการเหล่านี้ไม่ได้เพียงแค่ให้เลี้ยงสัตว์ได้ แต่ยังสร้างชุมชนคนรักสัตว์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ออกแบบมาสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะ เช่น สนามวิ่งเล่นสำหรับสัตว์หรือพื้นที่อาบน้ำสัตว์  
 
การออกแบบที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับคนกลุ่มนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของขนาดพื้นที่ แต่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในเชิงลึก ไลฟ์สไตล์ของคนโสดไม่ได้หมายถึงความโดดเดี่ยว แต่เป็นการหาพื้นที่ที่สะท้อนตัวตนและสร้างความสุขในแบบของตัวเอง 
 
ไม่ว่าจะเป็นการเช่า การเลือกพื้นที่ปลอดภัย การเลี้ยงสัตว์ หรือการอยู่ในทำเลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับคนโสดไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่สะท้อนถึงการปรับตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องการตอบสนองความต้องการเฉพาะตัวของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน
 
ตัวอย่างธุรกิจเหล่านี้ คือบางส่วนของโมเดลธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นท่ามกลางSolo Economy ที่กำลังเพิ่มขึ้นทั่วโลกการเติบโตของกลุ่มคนโสดและคนที่เลือกใช้ชีวิตแบบตัวคนเดียว ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงทางสังคม แต่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมของผู้บริโภคใหม่ๆ
 
ในอนาคต Solo Economy อาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่กลุ่มคนโสดหรือคนที่เลือกอยู่คนเดียวแต่จะกลายเป็นไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่ผู้คนทุกช่วงวัยนำมาปรับใช้ ความอิสระ ความยืดหยุ่น และการดูแลตัวเองในแบบที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะตัว เป็นแนวทางที่ธุรกิจทุกภาคส่วนต้องคำนึงถึงในการออกแบบสินค้า บริการ และกลยุทธ์การตลาดเพื่อเชื่อมต่อกับผู้บริโภคยุคใหม่นี้
 

"เมื่อ Luxury Resale ไม่ได้อยู่แค่ในเมืองอีกต่อไป” เจาะกลยุทธ์เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางกะปิ กับการสร้าง Luxury Ecosystem รูปแบบใหม่

MAGURO Group ปรับกลยุทธ์ รุกตลาด Trendy Mass คนเมืองและ GEN Z ทุกแบรนด์ออกเมนูใหม่ “คุ้มค่า เข้าถึงง่าย” เริ่มต้นเพียง 129 บาท

บางกอกเคเบิ้ลคิดไกลกว่า “สายไฟ” ผนึก ION Energy ขยับสู่ Energy Solution Provider รับเทรนด์โซลาร์ไทยกำลังมา

Café Amazon ยืนหยัดในฐานะ Trendsetter ขับเคลื่อนตลาดด้วยนวัตกรรม และความเข้าใจผู้บริโภคในทุกมิติ

รพส.ทองหล่อ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำแห่งอนาคต คว้ารางวัลเกียรติยศ "Leader of Business" จากเวที Future Trends Awards 2026

สยามเซ็นเตอร์ เปิดรันเวย์ซัมเมอร์ โชว์พลังไทยสร้างสรรค์ “SIAM CENTER THE SUMMER TRENDSETTER: The THAIdeaopolis Runway”

DNA ต้องเป๊ะ-คอนเทนต์ต้องปัง AnyMind Group กางตำราปั้น Community เปลี่ยนผู้ติดตามให้เป็นลูกค้าอย่างยั่งยืน

จาก Cultural Asset สู่ Economic Asset สูตรความสำเร็จเฟสติวัลไทย

ครึ่งเก้า GROUP ดันแนวคิดพาร์ตเนอร์ไม่ใช่ลูกสังกัด พร้อมเดินเกมขยายเค้กทั้งอุตสาหกรรม

แรนดี้ – ชัยชัช นพประภา ปั้นตลาดโอมากาเสะสไตล์ “Fillets” เปลี่ยนซูชิเป็นประสบการณ์ เปลี่ยนร้านอาหารเป็นโรงละคร

Read More Stories  

Research

เมื่อ “คนโสด” เป็นคนหมู่มากของสังคมไทย และกำลังสร้าง “เศรษฐกิจคนโสด” ปรากฏการณ์ที่ธุรกิจไทยไม่อาจมองข้าม

ไถฟีดอยู่ดีๆ สรุปได้ตั๋วเครื่องบินเฉย! Klook เผยคนไทยกว่า 52% เที่ยวตามคอนเทนต์บนโซเชียล

Salesforce เผย มีเพียง 5% ของพนักงานไทยที่ไม่ใช้ AI Agent องค์กรต้องเร่งสร้างทักษะก่อนเสียความสามารถในการแข่งขัน

ค่าครองชีพพุ่ง งานไม่มั่นคง บ้านในฝันไกลเกินฝัน เสียงประชาชน 18.3 ล้านเอนเกจเมนต์ สะท้อนวิกฤตเศรษฐกิจไทย

Read More Stories  

Digest

ซีพี แอ็กซ์ตร้า ผนึกกรมควบคุมมลพิษ–พันธมิตร ประกาศเจตนารมณ์ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่การใช้ทรัพยากรพลาสติกอย่างยั่งยืน

เอพี ไทยแลนด์ ตอกย้ำองค์กรแห่งการเรียนรู้ เสริมทัพสกิล AI มุ่งส่งมอบ LIVING QUALITY

PTG โชว์ฟอร์ม! Q1/69 พอร์ต Non-Oil แข็งแกร่ง กำไรขั้นต้นโต 6.1% YoY - กาแฟพันธุ์ไทยขยายสาขาแตะ 2.3 พันสาขา ปริมาณการจำหน่ายน้ำมันโต 5.2% YoY

Unboxing Ideas

โตเกียวชุบชีวิต “ตู้โทรศัพท์” สู่จุดกระจาย Wi-Fi ฟรี เพราะของเก่า ไม่จำเป็นต้องถูกทิ้งเสมอไป

“ไม่มีคำว่าแก่เกินเล่น” เมื่อ LEGO อัปเดตกล่องใหม่เป็น 100+ เพื่อเป็นของขวัญแด่ Sir David Attenborough

Farmhouse Fact รู้หรือไม่ สีคลิปหนีบถุงขนมปัง มีสีต่างกันตาม 'วันที่วางขาย'

อยากกินก็ต้องทนรอ จาก 3 วิ เป็น 3 นาที KitKat กับ Vending Machine ที่ช้าสุดในโลก

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact