4.ความร่วมมือเพื่ออนาคตคาร์บอนต่ำ: กลุ่มเซ็นทรัลตระหนักถึงความสำคัญของการร่วมมือกับพันธมิตรในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นองค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน หรือชุมชน เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงสู่สังคมคาร์บอนต่ำ ผ่านโครงการต่างๆ เช่น การส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า การปลูกป่าชุมชนเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว และโครงการตลาดคาร์บอนครัวเรือน-ภาคสมัครใจ เพื่อส่งเสริมพลังงานสะอาดในภาคประชาชน นอกจากนี้ กลุ่มเซ็นทรัลยังให้ความสำคัญกับการสร้างการตระหนักรู้และการมีส่วนร่วมกับกลุ่มลูกค้า เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงสู่สังคมคาร์บอนต่ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
- ในส่วนของ เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ได้มีการจัดงานBetter Futures Project 2024เป็นปีที่ 3 ภายใต้คอนเซ็ปต์ ANSWER THE CALL นิทรรศการสาย ACTION ลงแรงทำเพื่อโลก ครั้งแรกของ Net Zero Impact Event ด้วยการนำแนวคิด Life Cycle Thinking เป็นแกนหลักในการจัดอีเวนต์
- นอกนี้เซ็นทรัลพัฒนายังได้สร้างความร่วมมือกับพันธมิตรร้านค้าและคู่ค้าผ่านโครงการ Green Partnership โดยเชิญชวนร้านค้าที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืนเข้าร่วมโครงการ โดยการลดการใช้พลังงานไฟฟ้า และลดขยะฝังกลบ และบริษัทฯ ได้จัดอบรมให้ความรู้เรื่องก๊าซเรือนกระจกและแนวทางการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กร เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถจำแนกสาเหตุและแหล่งปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่มีนัยสำคัญ นำไปสู่มาตรการหรือแนวทางบริหารจัดการเพื่อลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยได้รับความร่วมมือจากร้านค้าทั้งธุรกิจอาหารเครื่องดื่ม แฟชั่น ความงาม การเงินธนาคาร เทคโนโลยี ฯลฯ กว่า 165 แบรนด์ อาทิ ไมเนอร์ กรุ๊ป, เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป, ยัสปาล กรุ๊ป, เอ็มเค กรุ๊ป, เซ็น กรุ๊ป, บาร์บีคิวพลาซ่า, ยูนิโคลและเอไอเอส เป็นต้น รวมมากกว่า 2,252 ร้านค้า โดยมีเป้าหมายในการช่วยกันลดก๊าซเรือนกระจกกว่า 700 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และส่งเสริมการจัดซื้อจัดจ้างสีเขียว Green Procurement ในกลุ่มคู่ค้าของบริษัทฯ อีกด้วย

กลุ่มเซ็นทรัล และบริษัทในเครือมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนด้วยพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพทุกความก้าวหน้าที่ทำในวันนี้คือการลงทุนเพื่อโลกของคนรุ่นต่อไป