ทำความรู้จักกับ “ปริ๊นส์” กุลณัฏฐ์ เกียรติสุรนนท์ และ “ปาล์ม” นพ.วิศรุต เกียรติสุรนนท์ สองพี่น้องเจ้าของ DRIP Pilates and Wellness Club คลับพิลาทิสน้องใหม่แกะกล่องแห่งย่านอารีย์ แม้จะยังเป็น Soft Opening แต่ก็มีลูกค้าวนเวียนเข้ามาใช้บริการอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งไอเดียนี้เริ่มจากเรื่องราวของคุณพ่อ ผู้เป็นคนแรกของบ้านที่เล่นพิลาทิส เดิมทีมีปัญหาสุขภาพ คุณหมอจึงแนะนําให้เล่นพิลาทิส เพราะเป็นกิจกรรมออกกำลังกายที่คนมีอายุสามารถเล่นได้ เล่นแล้วไม่กระทบกระทั่งกับข้อต่อ ทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรงและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น
“จนวันหนึ่งคุณพ่อต้องเข้าเคสผ่าตัดที่กระดูกสันหลังคอ ก็เลยหยุดเล่นไป เรารู้สึกเสียดายคอร์สก็เลยไปเล่นต่อ พอได้ลองเล่น 3-4 ครั้งก็เริ่มติดใจ เพราะส่วนตัวเป็นคนขี้เกียจออกกำลังกาย ไม่ชอบกิจกรรมที่ทำแล้วเหงื่อออกเยอะ ก็เลยเล่นมาเรื่อย ๆ ได้ประมาณสองสามปีแล้ว” ปริ๊นส์กับปาล์มช่วยกันเล่าที่มาของ DRIP Pilates and Wellness Club

ก่อนจะมาดูว่า DRIP Pilates and Wellness Club ทำอะไรบ้าง หลายคนอาจสงสัยว่าโยคะกับพิลาทิสมีความแตกต่างกันอย่างไร? ปริ๊นส์อธิบายให้ฟังแบบง่าย ๆ ว่า
“จริง ๆ แล้วจุดเริ่มต้นของพิลาทิสคือโยคะ สิ่งที่พิลาทิสต่างจากโยคะตรงที่เน้นการยืดอย่างเดียว เพื่อให้ร่างกายยืดหยุ่นมากขึ้น ไม่เน้นสร้างกล้ามเนื้อแบบเป็นมัด ๆ แต่เป็นการบริหารกล้ามเนื้อมัดเล็ก และเน้นใช้แกนกลางของร่างกาย (Core Body) ด้วยเครื่องพิลาทิส เพื่อทำให้ทรงตัวได้ดีขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้หญิงไม่ได้อยากตัวโตตัวใหญ่ขึ้น แค่ให้หุ่นเฟิร์มขึ้น ส่วนอีกหนึ่งจุดร่วมระหว่างโยคะกับพิลาทิสก็คือฝึกการใช้สมาธิ”

พิลาทิสเพื่อเสริมบุคลิกภาพก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผล ว่าทำไมพิลาทิสถึงเป็นที่นิยมในกลุ่มไอดอลคนดัง และที่สำคัญคือสามารถบรรเทาอาการออฟฟิศซินโดรมสำหรับเหล่ามนุษย์เงินเดือน การเกิดขึ้นของ DRIP จึงเป็นจิ๊กซอว์ที่เข้ามาเติมเต็มความเป็นย่านใหญ่ให้กับอารีย์ ชีเสิร์ฟไม่หยุดจริง ๆ
พิลาทิสของที่อื่นเป็นแบบไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ คือ DRIP Pilates and Wellness Club แห่งนี้ อยากให้ลูกค้ารู้สึก “สวย” แม้จะออกกำลังกายอยู่ก็ตาม พิลาทิสเป็นกิจกรรมยืดเส้นยืดสายก็จริง แต่ไม่ได้ทำให้เหงื่อชุ่มทั้งตัวขนาดนั้น ปริ๊นส์บอกว่าเหงื่อผุดบนใบหน้าเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ยังสวย สดชื่น และสามารถไปทำกิจกรรมอื่นต่อได้ ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำใหม่อีกรอบเหมือนตอนไปฟิตเนส ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ DRIP มอบบรรยากาศสบาย ๆ ผ่อนคลายเหมือนอยู่บ้าน แต่ก็ตกแต่งสวยงามเหมือนสตูดิโอถ่ายรูป เซลฟี่ลง Story IG แบบดาราสาวเทสต์ดีรักสุขภาพได้แบบชิค ๆ

นอกจากมีคอร์สพิลาทิสที่ปิ๊งไอเดียโดยปริ๊นส์แล้ว DRIP ยังมี Revive your body ของหมอปาล์ม คอร์ส Sport Massage ซ่อมแซมกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ที่เข้ามาเติมเต็ม DRIP ให้เป็น Wellness Club อย่างเต็มรูปแบบ
“ส่วนตัวปาล์มชอบเข้าฟิตเนส หลังออกกำลังกายรู้สึกว่าร่างกายมันเหนื่อยมันล้า บางทีปวดตัวมากจนทำให้ไม่อยากออกอีก เราพบว่าที่ฟิตเนสจะมีเทรนเนอร์บางท่านช่วยนวดกดจุด เน้นเฉพาะกล้ามเนื้อที่เราใช้งานไป ส่วนตัวปาล์มเวลาได้รับ Sport Massage มันรู้สึกดีกว่า ผ่อนคลายกว่า ปวดตัวน้อยกว่าตอนออกกำลังเสร็จแล้วกลับบ้านเลยทันที จึงอยากให้ DRIP มีพาร์ทที่เข้ามาดูแลเรื่องนี้” ปาล์มเล่า Pain Point จากประสบการณ์ตัวเอง
เพื่อให้ร่างกายได้รับการดูแลแบบครบเครื่อง ปาล์มเสนอผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อบำรุงผิว “Revive” เพราะฐานลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่อยากสวยทั้งภายในและภายนอก ตัวแรกที่ Launched ออกมาจะช่วยดูแลทั้งความชุ่มชื้น ริ้วรอย รวมถึงป้องกันการเกิดสิว โดยมีสารต้านอนุมูลอิสระเป็นส่วนประกอบ ปาล์มเสริมว่าเจ้าสารตัวนี้ยังช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อที่อ่อนล้าอีกด้วย แทนที่จะเน้นทีละอย่าง ปาล์มอยากให้ทุกอย่างถูกพัฒนาแบบองค์รวมมากกว่า
กลุ่มเป้าหมายหลักของ DRIP จะเป็นลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ความสวยงาม มองหาผู้สอนที่มีประสบการณ์สูง ซึ่งตอนนี้ที่ DRIP มีครูผู้สอน Full Time 1 คน และฟรีแลนซ์อีกประมาณ 6-7 คน ปริ๊นส์และปาล์มสกรีนให้แล้วว่าทุกคนได้ใบรับรองการเข้าอบรมจากสถาบันพิลาทิสชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น Stott, Balance Body ไปจนถึงหลักสูตร Classical Pilates อันเป็นจุดเริ่มต้นพิลาทิสที่คิดค้นโดย Joseph Pilates นั่นทำให้ครูแต่ละคนมีเทคนิคการสอนที่แตกต่างกันไป จึงไม่แปลกที่ลูกค้าของ DRIP ส่วนใหญ่จะเป็นนักธุรกิจ ดารานักแสดง Influencer และชาวอารีย์ที่กำลังตื่นเต้นกับการมีคลับพิลาทิสแห่งใหม่
“ลูกค้าสามารถเลือกได้เลยว่าชอบสไตล์การสอนของครูคนไหน จากหลักสูตรอะไร บางท่านอาจชอบแบบดัดตัวเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น ครูก็จะช่วยกดหลังให้ยืดไปจนสุด บางท่านชอบแบบ Classical นำการออกกำลังกายเข้ามาร่วมด้วย ซึ่งเราไม่ได้แนะนำตั้งแต่แรกว่าลูกค้าท่านนี้เหมาะกับอะไร อยากให้ได้ลองเรียนกับครูครบทุกคนก่อน แม้จะเทคนิคต่างกันเล็กน้อย แต่ความรู้สึกที่ได้มันต่างกันมาก และ Sport Massage เองก็ต้องจบวิทยาศาสตร์การกีฬามา มีใบรับรองจาก Newton EM” ปริ๊นส์เล่าเสริม


อีกหนึ่งความใจใส่ที่ DRIP มอบให้ลูกค้าก็คือ ไม่ต้องกังวลว่าทางคลับจะจับคู่ให้แบบ Random เพราะมีคอร์สแบบหนึ่งต่อหนึ่ง และสองต่อหนึ่ง ซึ่งต้องเป็นคนที่รู้จักกันหรือเป็นเพื่อนมาด้วยกันเท่านั้น ไม่ต้องกลัวว่าจะรู้สึกอึดอัดเลย
เราถามปริ๊นส์และปาล์มว่ามีโปรเจคอื่น ๆ ที่อยากทำเพิ่มไหม? ปาล์มบอกว่าอยากมั่นใจก่อนว่าพิลาทิสคลับสามารถไปต่อได้ หากไปได้ดีแล้วก็อยากจะปั้นให้ DRIP มีความเป็น Wellness Club มากขึ้น เป็นไปได้ก็อยากจะเปิดสาขาที่สองที่มอบความเป็นส่วนตัวให้กับลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น DRIP ที่กำลังทำอยู่ตอนนี้จึงถือว่าเป็นตัวทดลองไปก่อน
อีกฝันที่ปริ๊นส์วาดเอาไว้ คืออยากให้ DRIP มีโซน Sport Massage ที่ใหญ่ขึ้น เนื่องจากตอนนี้มีเพียงแค่เตียงเดียว และนำผลิตภัณฑ์เสริมอย่างวิตามินเพิ่มเข้ามาให้ครบจบในที่เดียว เพื่อทำให้ DRIP Pilates and Wellness Club เป็น One Stop Service ด้าน Pilates And Wellness ของชาวอารีย์อย่างเต็มรูปแบบ