BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
3,888
VIEWS

ไขเคล็ดลับธุรกิจสูงเสียดฟ้า Rooftop Bar ขายอะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ก.พ. 03, 2568 BrandAge Team
“Beyond the Horizon” หรือ “เหนือเส้นสุดขอบฟ้า” เป็นคำอุปมาที่หมายถึงการมีบางสิ่งอยู่ไกลออกไปจนเรามองไม่เห็น หรือที่เรียกว่าระยะอนันต์ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการจินตนาการต่างๆ นานา ของผู้คนที่กำลังทอด สายตาออกไป

ช่วงเวลาที่ผู้คนได้ทอดสายตาและหยุดคิดนี้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย เสมือนเป็นการหยุดพักการทำงานของร่างกายและจิตใจ

เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกใจที่เรามักจะรู้สึกดีเวลาที่ได้มีโอกาสมองเส้นขอบฟ้าที่ริมชายหาด หรือมองทิวเขาจากจุดชมวิว เพราะเป็นการพักสายตาจากธรรมชาติที่อยู่มีรอบตัว

การมองไกลถือเป็นการผ่อนคลายและถนอมสายตาตามหลัก 20-20-20 ที่แพทย์มักจะแนะนำให้กับคนทั่วไป คือควรพักสายตาจากหน้าจอทุกๆ 20 นาที ด้วยการมองสิ่งอื่นๆ เช่น มองต้นไม้ หรือจุดสนใจอื่นๆ 20 วินาที หรือมองวัตถุที่อยู่ไกลกว่า 20 ฟุต หรือ 6 เมตร เพื่อพักสายตา

มาถึงปัจจุบัน ยุคที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนที่พักอาศัญอยู่ในเมืองใหญ่ หรือที่เรียกว่ามหานคร โอกาสที่คนเมืองทั่วไปจะสามารถผ่อนคลายจากการมองวิวสวยๆ ไกลๆ นั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะโครงสร้างของเมืองและประชากรที่หนาแน่น ทุกพื้นที่ล้วนเต็มไปด้วยอาคารที่สร้างติดๆ กันมากมาย เรียกว่าคนที่โชคดีมีโอกาสได้มองวิว ส่วนใหญ่ก็จะเป็นคนที่พักหรือทำงานบนอาคารสูงเท่านั้น

Pain Point หรือข้อจำกัดนี้เองทำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจใหม่ที่เกิดขึ้นในเมืองใหญ่ๆ ที่มีอาคารสูงกระจุกตัวอยู่เป็นจำนวนมากๆ นั่นคือการสร้างจุดขายที่เรียกว่า “Cityscape” หรือ “ทิวทัศน์ของเมือง” บนพื้นที่เล็กๆ อย่าง Rooftop หรือชั้นดาดฟ้าของอาคาร
จากบันทึกที่พอจะสืบค้นได้ ประวัติศาสตร์ของการดื่มและรับประทานอาหารบนดาดฟ้ามีมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษปี 1880 โดย Rudoph Aronson นักธุรกิจและวาทยกรที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์กมีโอกาสได้เดินทางไปเยือนยุโรป และเห็นการแสดงดนตรีในสวน เขาพยายามทำแบบเดียวกันในแมนฮัตตันแต่สถานที่ไม่อำนวย จึงเปลี่ยนไปจัดการแสดงที่สวนบนหลังคาโรงละครคาสิโนของเขาบนถนนบรอดเวย์แทน

กระทั่งโลกพัฒนาขึ้น เทคโนโลยีเครื่องปรับอากาศในอาคารเริ่มใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1940 และ 1950 เจ้าของและผู้ประกอบการโรงแรมและอาคารสำนักงานจำนวนมาก เลือกที่จะใช้ชั้นดาดฟ้าเป็นที่ติดตั้งอุปกรณ์ของเครื่องปรับอากาศ และเลือกที่จะย้ายสถานที่สำหรับดื่มเครื่องดื่ม รับประทานอาหาร และความบันเทิงไปไว้ภายในอาคารแทน

Rooftop เริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งตามเมืองใหญ่ๆ หรือมหานครในช่วงไม่นานมานี้ เหตุผลมาจากผู้คนต้องการที่จะหลีกหนีจากความพลุกพล่าน วุ่นวาย และมองหาสถานที่พักผ่อนใกล้ตัวไม่ต้องเดินทางไกลๆ ซึ่ง Rooftop สามารถตอบโจทย์ความต้องการนั้นได้

Rooftop ได้กลายเป็นแลนด์มาร์กใหม่ที่เป็นเสมือน Safe Zone ให้ผู้คนได้หลีกหนีจากความวุ่นวายขึ้นไปพักผ่อน และชาร์จแบตให้กับตัวเองได้เป็นอย่างดี

ช่วงทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 21 ได้เห็นการเกิดขึ้นของการดื่มและรับประทานอาหารบนดาดฟ้า ซึ่งในระดับหนึ่งเริ่มต้นจากการปรับปรุงพื้นที่ดาดฟ้าของอาคารสำนักงานเชิงพาณิชย์เก่าที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์มาก่อนอย่างประสบความสำเร็จ
ในเอเชียเมืองใหญ่หลายเมือง อาทิ โตเกียว, โซล, ฮ่องกง, สิงคโปร์ รวมถึงกรุงเทพฯ ต่างก็หยิบฉวยโอกาสจากปรากฏการณ์นี้

เชื่อหรือไม่ว่าปัจจุบันนี้ประเทศไทยมีอาคารที่มีความสูงเกิน 161 เมตรถึง 100 อาคาร

ข้อมูลจากเว็บไซต์ skyscrapercenter รายงานว่า ตึกสูงเหล่านี้ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 93 ตึก และเมืองพัทยาอีก 7 ตึก ซึ่งรูปแบบของอาคารก็มีทั้งอาคารที่เป็นมิกซ์ยูส, อาคารสำนักงาน โรงแรม และที่อยู่อาศัย

อาคารสูงเหล่านี้ได้กลายมาเป็นทำเลทองสำหรับทำ Rooftop Bar เป็นอย่างดี

แน่นอนว่าอาคารสร้างใหม่ส่วนใหญ่จะมีการวางแผน กันพื้นที่สำหรับทำ Rooftop ไว้อยู่แล้ว แต่ก็มีอาคารเก่าหลายแห่งด้วยกันที่มีการปรับปรุงชั้นดาดฟ้ามาเป็น Rooftop Bar แทนที่จะเอาไว้วางชิลเลอร์เครื่องปรับอากาศ

ปัจจุบันตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย คือ Magnolias Waterfront Residences 1 มีความสูงอยู่ที่ 315 เมตร แต่อาคารหลังนี้เป็นอาคารที่อยู่อาศัยคนทั่วไปไม่สามารถเข้าไปได้

ส่วนอาคารที่สูงรองลงมาและมี Rooftop Bar ที่สูงที่สุดก็คือ โครงการ Mahanakhon ซึ่งมีความสูงอยู่ที่ 314 เมตร ซึ่งมีการใช้พื้นที่ชั้นดาดฟ้าชั้น 78 เป็น Rooftop Bar ในชื่อ Mahanakhon Bangkok SkyBar ซึ่งถือเป็น Rooftop Bar ที่สูงที่สุดในอาเซียนอีกด้วย

กรุงเทพฯ ยังมี Rooftop Bar บนยอดตึกสูงซึ่งเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลกอีกมากมาย อาทิ Vertigo and Moon Bar Rooftop ที่ตั้งอยู่บนชั้น 61 โรงแรม Banyan Tree Bangkok, Sirocco ที่ตั้งอยู่บนชั้น 64 State Tower Bangkok, CRU Champagne Bar ที่อยู่บนชั้น 59 ของ Centara Grand & Bangkok Convention Centre at CentralWorld ฯลฯ
ถ้าถามว่าเสน่ห์ของ Rooftop Bar คืออะไร ก็พอสรุปมัดรวมเป็นปัจจัยหลักๆ ได้ดังนี้

1. ขายประสบการณ์ แน่นอนว่าความสวยงามยามอาทิตย์อัสดง ถ้าใครมีโอกาสได้มองและเก็บเกี่ยวบรรยากาศนี้บนยอดตึกสูงจะเป็นการเพิ่มอรรถรสเป็นพิเศษ Rooftop Bar จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หรูหรา, โรแมนติก หลายคนมักจะเลือกไป Rooftop Bar ในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด, ครบรอบแต่งงาน หรือแม้กระทั่งใช้เป็นสถานที่คุกเข่าขอแต่งงาน

2. ขายความเป็น Exclusive ต้องยอมรับว่าด้วยขนาดของพื้นที่ที่จำกัด, ความสูงที่โดดเด่น ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร ทำให้ Rooftop Bar สามารถตั้งราคาขายอาหารและเครื่องดื่มได้ในราคาที่ค่อนข้างสูงกว่าร้านอาหารทั่วไป การสกรีนลูกค้าด้วยราคานี้เองทำให้ Rooftop Bar สามารถขายความเป็น Exclusive ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการได้เป็นอย่างดี

3. ขายคอนเทนต์ ในยุคที่ประสบการณ์และช่วงเวลามักจะถูกถ่ายทอดผ่านโซเชียลมีเดีย การโพสต์ภาพบรรยากาศที่เห็นบาร์บนดาดฟ้า หรือโพสต์ภาพตัวเองถือแก้วแชมเปญกับวิว Cityscape แบบวิวแบบพาโนรามาในโลกโซเฃียลก็เป็นอีกหนึ่งเทรนด์ที่ทำให้ Rooftop Bar เป็นที่นิยมขึ้นมา

เหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้ Rooftop Bar เป็นธุรกิจดาวรุ่งที่น่าจับตามอง

ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมามี Rooftop Bar เปิดให้บริการขึ้นมาในกรุงเทพฯ หลายแห่ง ทีมงานมีโอกาสได้ขึ้นไปเก็บบรรยากาศ และนำมารายงานให้ได้รับชมกัน

เริ่มจาก EA Rooftop At The Empire ที่อยู่บนยอดตึก Empire Tower ที่ความสูง 227 เมตรเริ่มจาก EA Rooftop At The Empire ที่อยู่บริเวณหน้าชั้น 56-58 หรือบนยอดตึก Empire Tower

เมื่อก้าวเข้าสู่ชั้น 56 ของ EA Rooftop at The Empire  ทุกคนจะพบกับร้านอาหารไทย Rooftop แห่งแรกของโลกที่รู้จักกันในชื่อของ “ฤดูกาล” โดยแรกเริ่มจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่ใส่ใจทุกรายละเอียดและการต้อนรับอันอบอุ่นตามแบบฉบับไทยแลนด์สไตล์ และได้สัมผัสเสน่ห์ความเป็นไทยร่วมสมัยผ่านการตกแต่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดพืชพันธุ์ รวงข้าว เมล็ดข้าว หรือสายน้ำ สะท้อนให้เห็นถึงการออกแบบที่ใส่ใจถึงทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกงานหัตถกรรมพื้นบ้านมาผสมผสานในเครื่องใช้ ไปจนถึงงานศิลปะที่ออกแบบโดยศิลปินชาวไทย พร้อมกับประสบการณ์บนระเบียงกลางแจ้งขนาด 834 ตารางเมตร ที่สามารถรับชมพระอาทิตย์ตกดินเหนือท้องฟ้าของกรุงเทพฯ และคุ้งน้ำเจ้าพระยา นอกจากพื้นที่ระเบียงกลางแจ้งขนาดใหญ่ ภายในร้านยังประกอบไปด้วยโซนรับประทานอาหารหลากหลายสไตล์รวมถึงบาร์เลานจ์ในร่มและบาร์กลางแจ้งสีสันสดใส
ในส่วนของอาหารและเครื่องดื่ม มีเชฟต้น ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เชฟประดับมิชลินสตาร์ ผู้ยกระดับอาหารไทยเป็นผู้ดูแล โดยนำวัตถุดิบท้องถิ่นไทยคุณภาพสูงตามฤดูกาล จากสวนและท้องน้ำทั่วประเทศมาครีเอทและส่งมอบเรื่องราวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว บวกกับกรรมวิธีการปรุงแบบดั้งเดิมที่ผสมกับความทันสมัยให้ทุกๆ จานเป็นเสมือนการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมอันรุ่มรวย และยังได้นำวัตถุดิบคุณภาพในท้องถิ่นอันโดดเด่นที่คัดสรรมาจากชาวนาและชาวประมงไทยโดยตรงและยังคำนึงถึงความยั่งยืนเป็นเรื่องสำคัญ พร้อมการตกแต่งราวกับงานศิลปะบนจานอาหาร นำเสนอให้ผู้บริโภคได้สัมผัสถึงประสบการณ์ใหม่ๆ รวมไปถึงยังมีเครื่องดื่มทั้งค็อกเทลและม็อกเทลที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบชั้นเลิศผสานกับแรงบันดาลใจจาก 4 ภาคของไทย พร้อมพาทุกคนเดินทางสู่รสชาติอันหลากหลายที่สะท้อนถึงวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย นอกจากนี้ เชฟต้นยังเป็นซอมเมอลิเยร์ที่ผ่านการรับรอง แน่นอนว่าทางร้านจึงมีการคัดสรรไวน์อย่างพิถีพิถันจากทุกมุมโลก เพื่อนำมาจับคู่ให้เหมาะสมกับอาหารทุกจาน

ร้านฤดูกาลนับเป็นการยกระดับวงการอาหารไทยด้วยการผสมผสานตำรับอาหารไทยรสเลิศกับวิวที่ถือเป็นจุดที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ท่ามกลางบรรยากาศที่งดงามบนชั้น 56 ของ EA Rooftop at The Empire ทุกคนจะได้ลิ้มลองสไตล์การทำอาหารที่ไม่เหมือนใครของเชฟต้น ซึ่งคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่จากทั่วประเทศมาปรุงด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียด บวกกับทักษะอันยอดเยี่ยมและความแม่นยำ เพื่อสร้างสรรค์จานอาหารที่น่าลิ้มลองและเต็มไปด้วยศิลปะ

เชฟต้น กล่าวว่า "ฤดูกาลเป็นร้านอาหารไทย Rooftop ที่สูงที่สุดในประเทศไทยและสูงที่สุดในโลก  แนวคิดของร้านฤดูกาลอาหารของเราจะเป็นอาหารไทยที่ใช้วัตถุดิบทุกอย่างในประเทศไทย  ท่านอาจจะเห็นว่า Rooftop หลายๆที่อาจจะไม่ได้เสิร์ฟอาหารไทย ฤดูกาลเป็น Rooftop แรกที่เสิร์ฟแต่อาหารไทยอย่างเดียว  โดยฤดูการจะเป็น casual dining ของร้านฤดู เป็นเหมือนน้องของร้านฤดูที่อาหารจะง่ายขึ้น ราคาเข้าถึงได้มากขึ้น แต่มีอีกจุดขายเป็นร้านอาหารที่มีวิวที่สวยงามแห่งหนึ่งในประเทศไทย"

ถัดขึ้นไปในชั้น 57 และ 58 ของ EA Rooftop at The Empire หรือเรียกได้ว่าเป็นดาดฟ้าของตึก Empire ทุกคนจะพบกับร้านโนบุ ซึ่งเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น-เปรูแบบร่วมสมัยระดับโลก ในเครือ Nobu Hospitality แบรนด์ ไลฟ์สไตล์สุดหรูระดับโลกที่ก่อตั้งโดยเชฟโนบุ มัตซึฮิสะ (Nobu Matsuhisa), โรเบิร์ต เดอ นิโร (Robert De Niro) นักแสดงระดับฮอลลีวู้ด และเมียร์ เทเปอร์ (Meir Teper) สาขาแรกที่เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ก่อนจะขยายธุรกิจไปเปิดร้านอาหารและโรงแรมตามเมืองใหญ่ๆ ในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงกรุงเทพฯ ของไทย

โดยโนบุสาขากรุงเทพฯ นี้มีความพิเศษคือเป็นร้านโนบุที่อยู่สูงที่สุดในโลก

ด้วยความที่ร้านแห่งนี้เป็นร้านอาหารระดับโลกมีสาขาอยู่ในหลายประเทศ ส่งผลให้การมาเยือนของร้านเป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของร้านอาหารระดับพรีเมียมในกรุงเทพฯ เลยก็ว่าได้

ร้านอาหารญี่ปุ่นร่วมสมัยที่ผสมผสานกลิ่นอายของเปรูแห่งนี้ มีพื้นที่ให้บริการทั้งในร่มและกลางแจ้ง บาร์  เลาจน์ บาร์ซูชิ พื้นที่รับประทานอาหารส่วนตัวมีให้เลือกหลายห้อง ทั้งโมริ (Mori), มาชิ (Machi), คาวะ (Kawa) และซันโช (Sancho) ที่พร้อมรับรองแขกในโอกาสพิเศษต่างๆ รวมไปถึงยังมีบริเวณรูฟท็อปบาร์บนดาดฟ้าของ The Empire อีกด้วย

เมื่อมาถึงภายในร้านจะสังเกตพบกับโอเอซิสจากทีมออกแบบจาก Rockwell Group ที่ได้สร้างสรรค์บรรยากาศภายในให้โดดเด่น เน้นรูปแบบหลักของประเทศไทย นั่นคือ “เมือง” ด้วยหลังคาทรงจั่วแบบดั้งเดิมและเฉดสีทอง ถัดมาจะสังเกตพบความเป็น “ป่า” จากหินอ่อนสีเขียวมรกตเข้มและหินที่มีพื้นผิวสวยงาม และ “แม่น้ำ” จากระเบียงกลางแจ้งที่คดเคี้ยว วัสดุธรรมชาติ และโทนสีสะท้อนบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตก
 ในส่วนของอาหาร ตามต้นตำรับของเชฟโนบุ มัตสึฮิสะ ถูกถ่ายทอดโดยเอ็กซ์เซ็กคูทีฟเชฟ แอนดรูว์ โบโซกิ (Andrew Bozoki) ผู้เคยสร้างความประทับใจให้กับแขกที่โนบุ โดฮา และเชฟซูชิ มาซามิ โออูจิ (Masami Ouchi) ผู้เคยได้แสดงฝีไม้ลายมือร่วมกับโนบุในลิมาและกัวลาลัมเปอร์ โดยเชฟระดับปรมาจารย์ทั้ง 2 เลือกใช้ผลิตผลท้องถิ่นที่สดใหม่และวัตถุดิบนำเข้าชั้นดีในการรังสรรค์อาหารญี่ปุ่นที่ไม่ซ้ำใคร ผนวกกับอิทธิพลอันเป็นเอกลักษณ์จากอาหารเปรู ที่เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นต่อมรับรสและประสาทสัมผัสแก่ผู้ที่มาชิมได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานร้อนหรือเย็น อาทิ เนื้อวากิวญี่ปุ่นเกรด A5 ทาโก้สูตรเฉพาะของเชฟโนบุ หรือเทมปุระกรอบ รวมทั้งซาชิมิ ซูชิ และนิกิริที่เตรียมสดใหม่ ไม่เพียงเท่านั้นยังมีเมนูขนมหวานปิดท้าย ที่รังสรรค์โดยเชฟ แจ็คกี้ เถา (Jackie Teo) อีกด้วย

แน่นอนว่าอาหารสุดสร้างสรรค์ก็ต้องจับคู่กับเครื่องดื่ม ร้านอาหารแห่งนี้พร้อมนำเสนอเครื่องดื่มหลาก หลายชนิด ตั้งแต่สาเกระดับพรีเมียมไปจนถึงสุราชั้นเลิศระดับโลก ทั้งวิสกี้สก็อตช์ คอนญักฝรั่งเศส และไวน์หายากจากทั่วโลก และเครื่องดื่มที่เป็นอีกหนึ่งของ Rooftop Bar อย่างค็อกเทล ร้านแห่งนี้ก็มีให้นักชิมได้ลิ้มลองทั้งแบบคลาสสิกและแบบร่วมสมัย ไปพร้อมๆ กับวิวพาโนรามาอันตระการตาของทิวทัศน์ระยิบระยับจากแสงไฟของกรุงเทพฯ ทำให้ทุกคนได้สัมผัสถึงสุนทรียศาสตร์จนได้รับช่วงเวลาแห่งการรับประทานอาหารที่แตกต่างและน่าจดจำกลับไป

ปลายปีที่ผ่านมา โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพฯ ก็เพิ่งจะเปิด Rooftop Bar ใหม่ ภายหลังจากที่โรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ ได้เปิดให้บริการด้วยรูปโฉมใหม่เมื่อปลายเดือนกันยายน  

จริงๆ พื้นที่ส่วนที่เป็นบาร์และร้านอาหารบริเวณชั้นบนของโรงแรมดุสิตธานีแยกออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ

1. Sky Lobby ชั้น 39 ที่มอบวิวทิวทัศน์ของกรุงเทพฯ และสวนลุมพินี

2. 1970 Bar ที่ผสานเสน่ห์ของการสังสรรค์อย่างมีระดับเข้ากับบรรยากาศกลิ่นอายความหรูหราของยุค 70 พร้อมรายการอาหารเครื่องดื่มและค็อกเทลสร้างสรรค์พิเศษร่วมกับ Vesper เจ้าของรางวัลหนึ่งในบาร์ที่ดีที่สุดระดับโลก

3. Spire Rooftop Bar บาร์บนชั้นที่เปิดประสบการณ์ขอบฟ้ายามเย็น พร้อมชมวิวเมืองมุมสูงของกรุงเทพฯ นำเสนอความเป็นบาร์ในเมืองแถบเขตร้อน โดยผู้ออกแบบ มร.อองเดร ฟู ได้ดึงพื้นที่สีเขียวของสวนลุมพินีที่อยู่เบื้องล่างขึ้นมาเป็นหนึ่งในองค์ประกอบของพื้นที่บาร์บนยอดตึก เนรมิตให้ความร่มรื่นเขียวขจีมาผสานกับความงดงามของท้องฟ้ากรุงเทพฯ ในมุมสูงที่มีอาคารสูงระฟ้าเป็นเหมือนฉากประกอบสร้างประสบการณ์การสังสรรค์ที่แตกต่าง 

แน่นอนว่าไฮไลต์ของ Spire Rooftop Bar ที่ตั้งอยู่บนชั้นดาดฟ้าของโรงแรมนี้ อยู่ที่พื้นที่เปิดกว้างสำหรับจัดอีเวนต์ โดยมียอดเสาปลายแหลมสีทองบนยอดตึก หรือ Golden Spire ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของโรงแรมดุสิตธานีติดตั้งอยู่ ซึ่งใครที่มีโอกาสได้เข้าไปสังเกตใกล้ๆ ก็จะเห็น Golden Spire อันเดิมที่ทางโรงแรมได้เก็บรักษาไว้ตอนรื้อถอนโรงแรมเก่าแล้วนำมาติดตั้งใหม่อยู่ด้านในของเสาใหม่ที่มีลักษณะโปร่ง มีความสวยงามร่วมสมัยมากขึ้น
Golden Spire ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ ถูกออกแบบครั้งแรกเมื่อกว่า 50 ปีที่แล้ว โดยสถาปนิกญี่ปุ่น Mr. Yozo Shibata หัวหน้าสถาปนิกจากบริษัท Kanko Kikaku Sekkeisha (KKS) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก ยอดของพระปรางค์ วัดอรุณราชวราราม จนกลายเป็นอัตลักษณ์สำคัญที่ใครเห็นก็รู้ทันทีว่าคือโรงแรมดุสิตธานี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อบาร์ Spire Rooftop Bar แห่งใหม่นี้

สถาปนิกผู้ออกแบบ Spire Rooftop Bar เป็นคนเดียวกับผู้ออกแบบโรงแรมดุสิตธานี กรุงเทพ โฉมใหม่ซึ่ง   ก็คือ André Fu (อองเดร ฟู) เขาหยิบพื้นที่สีเขียวของสวนลุมที่อยู่ใกล้โรงแรมมาผสมกับความเป็นบาร์ในเขตร้อนจนกลายเป็นบาร์บนชั้นดาดฟ้าแห่งนี้ ที่จะพาทุกคนไปเอ็นจอยกับค็อกเทลที่สดชื่น มีชีวิตชีวา และเข้าใจง่ายสำหรับทุกคน เพราะฉะนั้นไม่ว่าใครขึ้นมานั่งดื่มที่บาร์แห่งนี้ก็จะรู้สึกเพลิดเพลินไปกับวิวจากตึกสูง พร้อมด้วยเครื่องดื่มและอาหารที่รังสรรค์มาอย่างดี

ในส่วนของเครื่องดื่ม สไปร์ รูฟท็อป บาร์ นำเสนอเครื่องดื่มที่เน้นสร้างความสดชื่น มีชีวิตชีวา ค็อกเทลจะเป็นค็อกเทลที่ดื่มง่าย และเข้าใจง่าย และยังมีอาหารให้บริการเพื่อรับประทานคู่กับเครื่องดื่มแก้วโปรด โดยมีดีเจคอยสร้างความบันเทิงให้ตลอดค่ำคืน ความเรียบแต่โก้ของสถานที่ ความมีชีวิตชีวาของค็อกเทล การบริการที่สง่างามอย่างไทยอันเป็นเอกลักษณ์ของดุสิต ตลอดจนทัศนียภาพที่งดงามเบื้องหน้าเมื่อท่านได้มาถึงสถานที่ ทำให้สไปร์ รูฟท็อป บาร์ จะเป็นหมุดหมายใหม่ของการสังสรรค์ของผู้คนที่มีรสนิยมที่มุ่งเน้นคุณภาพของประสบการณ์ที่ได้รับ
อีกหนึ่ง Rooftop Bar ที่เพิ่งเปิดให้บริการไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมาก็คือ SIN Rooftop Bar ที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้น 27 ของโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ บนเนื้อที่กว่า 500 ตารางเมตร

จุดขายของ SIN Rooftop Bar คือ ประสบการณ์การชมวิวและสีสันของกรุงเทพมหานครทั้งในส่วนของ City View และวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาแบบ 180 องศา ทั้งช่วงกลางวันและกลางคืน เพราะโรงแรมอยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา

SIN Rooftop Bar ตกแต่งบรรยากาศในสไตล์โมเดิร์นคลาสสิก เรียบหรู โดยเน้นโทนสีดำ ทอง แดงเลือดหมูเป็นหลัก มีที่นั่งแบบโซฟาติดกับระเบียงใสโดยรอบ เพื่อให้คุณได้รื่นรมย์กับวิวแบบเอ็กซ์คลูซีฟมากยิ่งขึ้น รวมถึงเคาน์เตอร์บาร์ที่ดีไซน์ให้มีขนาดกว้างถึง 8 เมตร

ในส่วนของ SIN Mixologist ก็นำทีมโดย Brian Gonzalez Fernandez หัวหน้ามิกซ์โซโลจิสต์ประจำของ SIN ที่มีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์การเป็นมิกซ์โซโลจิสต์ที่ The Ned ลอนดอน ประเทศอังกฤษ และ Grupo Dani Garcia กลุ่มธุรกิจร้านอาหารและบาร์ที่มีสาขามากมายในประเทศสเปน รวมถึงยังเคยคว้าชัยชนะจากการแข่งขันรายการเครื่องดื่มระดับนานาชาติมาแล้วหลายรางวัลตั้งแต่ปี 2014-2022 อีกด้วย

โดย Brian ได้ครีเอทซิกเนเจอร์ค็อกเทลพรีเมียม 10 เมนู ภายใต้คอนเซ็ปต์ “SIN & Desire” ที่ผสมผสานระหว่างความเย้ายวน เร้าใจ และความดิบเถื่อนเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อนำเสนอรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่นักดื่มจะสัมผัสได้เฉพาะที่ SIN Rooftop Bar เท่านั้น อาทิ Forbidden Nectar มีส่วนผสมของ Michter’s US1 Kentucky Straight Bourbon วิสกี้ที่ผ่านการบ่ม 10 ปีในถังโอ๊ค กับโยเกิร์ตคาราเมล, แครอท ให้รสชาติเปรี้ยวอมหวานและครีมมี่,  Kiss of Euphoria มีส่วนผสมของเตอกีล่า กีวี Cointreau เหล้าส้ม เพิ่มความร้อนแรงในทุกโมเม้นท์ของการจิบเครื่องดื่ม, Midnight SIN มีส่วนผสมของ Remy Martin 1738, วิสกี้ Jameson Black Barrel, coconut cold brew, โกโก้ ให้รสสัมผัสที่ลึกลับและน่าค้นหา ฯลฯ

นอกจากนี้ SIN Rooftop Bar ยังเพิ่มอรรถรสแห่งการกิน-ดื่ม ด้วยเมนูอาหารที่เชฟคัดสรร และออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อจับคู่กับเครื่องดื่มอย่างลงตัวมากยิ่งขึ้น สำหรับเมนูไฮไลต์ได้แก่ Gillardeau Oysters หอยนางรมระดับโลกนำเข้าจากฝรั่งเศส เสิร์ฟพร้อมกับฮอกไกโด อูนิ และซอส Mignonette และวาซาบิมายองเนส, ทาร์ทาร์เนื้อวากิว, SIN Sashimi Platter เซตซาซิมิเกรดพรีเมียม สด ใหม่ นำเข้าจากญี่ปุ่น หรือเมนูยอดนิยม Katsu Sando  แซนด์วิชทงคัตสึเนื้อวากิว Miyazaki เกรด A5 เป็นต้น

การได้รับความนิยมของ Rooftop Bar ทำให้ในปัจจุบันจุดขายของร้านอาหารหรือบาร์บนชั้นดาดฟ้านี้ไม่ได้กระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะกับอาคารสูงๆ เท่านั้น

พบว่ามีร้านอาหารขนาดเล็กที่อยู่ในอาคารพาณิชย์สูงไม่กี่ชั้น แต่อยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญที่เป็นแลนด์มาร์กของกรุงเทพฯ ก็อาศัยกระแสเหล่านี้ โดยการปรับพื้นที่ชั้นดาดฟ้ามาทำเป็นโซน Rooftop Bar เช่นกัน ที่นิยมมากหน่อยก็จะเป็นในย่านพระนคร, ย่านถนนนานา หรือแม้แต่โซนร้านอาหารที่ติดกับรถไฟฟ้าก็มีหลายร้านที่หยิบเอามาเป็นจุดขาย

Rooftop Bar จึงเป็นอีกหนึ่งโอกาสทางธุรกิจที่ผู้ประกอบการสามารถดัดแปลงพื้นที่ชั้นดาดฟ้าให้เกิดประโยชน์ทางธุรกิจมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
               
source
source

ไขเคล็ดลับธุรกิจสูงเสียดฟ้า Rooftop Bar ขายอะไร ทำไมถึงได้รับความนิยมไปทั่วโลก

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact