ความสำเร็จช็อกโลกของ DeepSeek สตาร์ตอัปปัญญาประดิษฐ์จีน ไม่เพียงสร้างความตกตะลึงให้กับซิลิคอนวัลเลย์ ยังสร้างความวุ่นวายให้วอลล์สตรีทด้วย ความก้าวหน้าดังกล่าวใช้งบประมาณเพียงเศษเสี้ยวเมื่อเทียบกับบริษัทยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ ส่งผลรุนแรงไม่ต่างอะไรกับการเจาะฟองสบู่ พลิกโฉม Landscape ของธุรกิจ AI ทั่วโลกไปโดยสิ้นเชิง
DeepSeek ชี้ชัดว่า โลกมีทางเลือก ธุรกิจออกแบบโมเดล AI ที่มีอัลกอริทึมดีกว่า ใช้ต้นทุนสมเหตุสมผลกว่าจุดแตกต่างสำคัญเทียบกับของสหรัฐ คือการเป็น Open Source มีอยู่จริง คำตอบอยู่ที่จีน
Eric Schmidt อดีต CEO ของ Google เขียนในบทบรรณาธิการของ Washington Post ว่า DeepSeek
ถือเป็น "จุดเปลี่ยน"ของการแข่งขันด้าน AI และบริษัทในสหรัฐจะต้องพัฒนาโมเดลโอเพนซอร์สเพิ่มเติมเพื่อให้ก้าวไปข้างหน้า
สิ่งตอกย้ำอีกเรื่อง คือหลังจาก DeepSeek เขย่าอุตสาหกรรม AI โลกไม่ถึง 2 วัน Alibaba ก็ออกมาย้ำความ ก้าวหน้า เปิดตัว
Qwen 2.5AI โมเดลล่าสุดที่เคลมว่า ก้าวหน้ากว่าทั้ง DeepSeek-V3 GPT-4o ของ OpenAI และLlama-3.1-405B ของ Meta ขณะที่ ByteDance เจ้าของ TikTok ก็เปิดตัว AI โมเดลล่าสุด ตั้งเป้าเป็น Flagshipคุยว่า ศักยภาพล้ำกว่า OpenAI's o1
ไล่เลียงสิ่งที่เกิดขึ้นอีกครั้ง
ธันวาคม 2024 DeepSeek เปิดตัว v3 โมเดลที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญ AI ตกตะลึงด้วยประสิทธิภาพเทียบได้กับโมเดลทั่วไปที่เผยแพร่สู่สาธารณะขั้นสูงที่สุดของ OpenAI และ Anthropic แต่ยังไม่รับรู้วงกว้าง
20 มกราคม2025 DeepSeek เปิดตัวโมเดล R1 ทำงานลักษณะเดียวกับ o1โมเดลล่าสุดของ OpenAI
27 มกราคม 2025 หนึ่งสัปดาห์หลังเปิดตัว DeepSeek มียอดดาวน์โหลดสูงสุดใน iPhone และเพิ่มขึ้นใน GoogleApp Store พร้อมข้อมูลว่า สร้างและเปิดตัวแบบโอเพนซอร์สใช้เวลาสร้างน้อยกว่า 2 เดือนด้วยค่าใช้จ่ายฝึกอบรมเพียง 6 ล้านดอลลาร์ ความสำเร็จเกิดขึ้นทั้งๆ ที่สหรัฐ พยายามจำกัดจีนไม่ให้เข้าถึงชิป AI ระดับไฮเอนด์
ข่าวข้างต้นส่งผลกระทบรุนแรง ทำให้ดัชนี Nasdaq ซึ่งเน้นหุ้นเทคโนโลยีร่วงลง 3% ดัชนี S&P 500 ซึ่งครอบคลุมหุ้นทั้งหมดร่วงลง 1.5% มูลค่าตลาดหุ้นสหรัฐลดลงประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์จากการที่หุ้นเทคทั่วโลกถูกเทขาย
Nvidia ขาดทุนวันเดียวสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ประมาณ 589,000 ล้านดอลลาร์ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับ AI บริษัทพลังงานและการผลิตก็ร่วงลงเช่นกัน เนื่องจากนักลงทุนประเมินแผนการใช้จ่ายของบริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีข่าวเกี่ยวกับ Data Center ขนาดยักษ์และการพัฒนา AI ใหม่
Bloomberg รายงานว่าแชตบอตของ DeepSeek ทำงานบนชิปล้ำหน้ากว่าโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของบริษัทในอเมริกา เช่น Meta และ OpenAI สั่นคลอนความเชื่อที่ว่ามีแต่บริษัทที่มีงบประมาณมหาศาลเท่านั้นที่ทำได้ ตามด้วยข้อสงสัยเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของความเป็นผู้นำ AI ของอเมริกา
Gil Luria หัวหน้าฝ่ายวิจัยเทคโนโลยีกลุ่มการลงทุน DA Davidson กล่าวว่า นี่เป็นแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในภาค AI ทุกคนต่างมองดูและพูดว่า เราไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นไปได้แต่เป็นไปแล้ว จึงต้องทบทวนทุกเรื่องที่วางแผนไว้ใหม่
เงินทั้งหมดที่ลงทุนไปแล้วพลังประมวลผลที่ Sam Altman , Mark Zuckerberg และ Elon Musk เคยบอกว่าสำคัญต่อโครงการ AI รวมถึงความเป็นผู้นำของอเมริกาในอุตสาหกรรมอาจกลายเป็นเรื่องเกินจริงอย่างมาก
The Information รายงานว่า นักวิจัย ของMeta กำลัง "อยู่ในภาวะตื่นตระหนก" กับโมเดลของ DeepSeekหลังจากเพิ่งแถลงวางแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI ปี 2025 จำนวน 60,000 - 65,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อวันศุกร์ที่ 24 มกราคม 2024
ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของจีนบ่งชี้ว่า กลยุทธ์ไม่ให้จีนเข้าถึงเทคโนโลยีแทนที่จะจำกัด อาจช่วยเร่งวิวัฒนาการความรู้ด้าน AI ของคู่แข่ง ยิ่งเป็นข่าวร้ายสำหรับ Nvidia ผู้ออกแบบชิป AI ทันสมัยที่สุดในโลก เพราะ DeepSeek พิสูจน์ให้เห็นว่าความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเป็นไปได้ แม้ใช้ชิปจำนวนน้อยและซับซ้อนน้อยลงก็ตาม
นักลงทุนทั่วโลกอาจขาดทุนมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ เพราะความกลัวรุนแรงที่ว่า การลงทุนด้าน AI เพื่อรักษาตลาดอาจเป็นเรื่องสูญเปล่า ยิ่งกว่านั้น หุ้นที่เรียกว่า Magnificent 7 มีเลเวอเรจสูงจากการลงทุนซึ่งวางแผนไว้เป็นมูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์ โดยอนาคตของตลาดทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลงานของหุ้นเหล่านี้
โลกที่ก่อนหน้านี้ ให้ความสำคัญ หายใจเข้าออกก็มักเจอคำว่า Artificial Intelligence
-ปัญญาประดิษฐ์ แต่นับจากนี้ อาจเห็นคำภาษาจีนที่มีความหมายเดียวกัน คือ人工智能- เหริน กง จื้อ เหนิง มากขึ้น
เพราะเป็นคำที่จะแข่งขันเคียงคู่ไปกับภาษาอังกฤษที่ว่า AI-Artificial Intelligence ไปตลอดในอนาคตนับจากนี้