สำหรับคนทั่วไปที่ไม่เคยมาเดิน
“บางโพ” ภาพจำของของคนส่วนใหญ่ก็น่าจะมาจากเพลง
“สาวบางโพ” ของตู้ - ดิเรก อมาตยกุล ที่มีท่อนฮุคว่า “สาวบางโพนั้นโก้จริงๆ ยิ้มมีเสน่ห์ เก๋เกินมองข้าม”
แต่ในความเป็นจริง “บางโพ” เป็นย่านค้าไม้เก่าแก่ที่คนในแวดวงไม้รู้จักกันมานานหลายสิบปี
ก่อนหน้าที่จะเป็นแหล่งค้าไม้ จากคำบอกเล่าของช่างไม้ที่ทำงานในย่านนี้มาร่วม 30 ปี บางโพเคยเป็นแหล่งรวมของโรงเลื่อยไม้มาก่อน เหตุผลมาจากบางโพอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา สามารถขนส่งไม้ซุงมาทางแม่น้ำเจ้าพระยาแล้วมาขนขึ้นที่ท่าเรือใกล้บางโพได้เลย
ปัจจุบัน โรงเลื่อยก็ปิดกิจการไป หรืออีกทางหนึ่งทายาทรุ่นลูก รุ่นหลานก็เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมาเป็นร้านค้าไม้เกือบหมดแล้ว
ร้านไม้ที่บุกเบิกธุรจกิจในย่านนี้มาตั้งแต่ยุคแรกๆ เช่น ร้านน่ำเซ้งล้งค้าไม้ก็เริ่มทำธุรกิจมาตั้งแต่ตั้งแต่ช่วงปี 2510 - 2520 หรือกว่า 50 ปีแล้ว
การกระจุกตัวของร้านค้าไม้ รวมถึงร้านอุปกรณ์ช่างเป็นจำนวนมากทำให้บางโพถูกเรียกขานว่าเป็น “ถนนสายไม้” ของคนในแวดวงธุรกิจก่อสร้าง, ช่างไม้ และสถาปนิกมาอย่างยาวนาน
ช่วงปี 2540 หรือช่วงวิกฤตต้มยํากุ้ง คนในชุมชนได้มีแผนที่จะโปรโมตย่านธุรกิจจึงช่วยกันสร้างซุ้มประตูไม้ขนาดใหญ่ที่ทางเข้าถนนประชานฤมิตร 2 ฝั่ง เพื่อให้คนทั่วไปรู้จักย่านบางโพมากยิ่งขึ้น ซึ่งก็ได้ผลบางโพค่อยๆ เปลี่ยนจากร้านค้าส่ง, ร้านขายอุปรณ์สำหรับช่างไม้มาเป็นแหล่งค้าไม้ที่คนทั่วไปสามารถเข้ามาเดินดูสินค้าไม้ตั้งแต่สินค้าขนาดเล็ก, สินค้าเฟอร์นิเจอร์ ไปจนถึงของตกแต่งบ้าน

ในวัน Press Tour ย่านบางโพของงาน Bangkok Design Week 2025 อาจารย์โจ้ - เจนณรงค์ ทาคูมิ ซาก้า - อาจารย์ภาควิชา DBTM คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, Bangpho District Host, Deputy Managing Director บริษัท Plan Associates กล่าวว่า บางโพในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างมาก เมื่อเทียบกับครั้งแรกบางโพเข้าร่วมกับเทศกาลเมื่อปี 2023
“ก่อนหน้านี้ ถนนสายไม้บางโพ คนจะไม่ได้เป็นที่รู้จัก คนจะรู้จักบางโพในนามของสาวบางโพอย่างเดียว แต่ผมคิดว่าหลังจาก 3 ปีที่เราเข้าร่วมงาน Bangkok Design Week ครั้งแรก Community ของบางโพในส่วนของแกลเลอรีต่างๆ ก็เริ่มเติบโตขึ้นมา นี่เป็นจุดหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นการฟอร์มตัวของ Community ใหม่ๆ ที่ขยายตัวออกจากถนนสายไม้บางโพ”
อาจารย์โจ้ ฉายภาพให้เห็นพัฒนาการของบางโพว่า ช่วง 2-3 ปีนี้ บางโพถูกขนานนามว่าเป็น Creative Maker District หรือย่านนักสร้างสรรค์ที่มีงานไม้เป็นจุดขาย
“คนมาบางโพเนี่ย อย่างแรกเลยที่คุณจะนึกถึงก็คือมาทํางาน Craftsmanship นะครับ ถ้าคุณอยากได้งานไม้สวยๆ ซักชิ้นหนึ่ง เรามี Workshop ที่คุณสามารถทําเองได้เลย แล้วเอากลับบ้านไปได้ เรามีจัดเวิร์กช็อปเฟอร์นิเจอร์ที่คุณสามารถทําเก้าอี้ของคุณเองได้เหมือนกัน
อย่างที่เห็นเลย จริงๆ บางโพเรา Transform ตัวเองจากแค่ถนนสายไม้ที่เป็นพื้นที่ค้าไม้ เราแปลงตัวเองมาเป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้เกี่ยวกับงานไม้ และปัจจุบันเราเป็นพื้นที่ที่บรรจบนักสร้างกับนักออกแบบให้มาเจอกัน เราอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัสว่า บางโพกำลังก้าวมาถึงศตวรรษใหม่ที่เป็นพื้นที่กิจกรรมที่ทุกคนได้มาทําของ DIY มาทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ อันนี้คือเป็นจุดที่เราอยากให้ทุกคนมาชมว่าบางโพไม่ได้มีแค่สาวบางโพ”

สิ่งที่น่าสนใจก็คือนอกจากย่านค้าไม้ที่คนจดจำ บางโพในปัจจุบันได้กลายเป็นทำเลที่มีศักยภาพทางธุรกิจและแหล่งที่อยู่อาศัย เพราะเป็นที่ตั้งของสถานีรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ซึ่งเป็นทำเลที่มีคอนโดมิเนียมโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย
การเกิดเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และความเจริญจากระบบขนส่งมวลชนทำให้บางโพมีประขากรใหม่ๆ เข้ามาอยู่รวมกับคนพื้นเพมากขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่าร้านค้าใหม่ๆ ที่เข้ามาเปิดในย่านบางโพก็มีความหลายหลายมากขึ้นตามมา มีร้านกาแฟสวยๆ อย่าง noise.bkk มีแกลลอรี POLL.Projects ที่เปิดมาเพื่อเป็นพื้นที่สร้าง สรรค์แห่งใหม่ในย่านบางโพ ให้คนมาทำเวิร์กช็อปงานศิลปะ และงานคราฟต์ แถมข้างบนยังมีร้านอาหารเล็กๆ ให้คนมาจิบไวน์พักผ่อน
“noise.bkk ไม่ได้เป็นน้องใหม่ในย่านบางโพ แต่ว่า noise.bkk โฉมใหม่ เราดูดซับความเป็นโลคอล แล้วผสมผสานความเป็นโมเดิร์นเข้าไป ให้ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เราสามารถเชื่อมโยงผู้คนในความเป็นย่าน บางโพ เป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้มาแฮงก์เอาท์ ดื่มกาแฟชมบรรยากาศด้วยกัน” หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งร้าน noise.bkk อธิบาย
สมคิด กอประเสริฐศรี - ประชาคมประชานฤมิตร ซึ่งทำธุรกิจอยู่ในย่านบางโพมานานมองเห็นการเปลี่ยน แปลงของบางโพมาตลอดก็ยอมรับว่า จากเดิมที่บางโพมีร้านค้าไม้ทั้งที่อยู่ในเส้นหลักและตามซอยย่อยประมาณ 200 ร้าน ปัจจุบันบางโพก็มีร้านค้าใหม่ๆ ประเภทอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นกิจการของคนในท้องถิ่นเข้ามาเพิ่มขึ้น เหตุผลมาจากเขาเห็นศักยภาพของย่านนี้
“คนบางโพก็มีที่เห็นด้วย เพราะถ้าบางโพไม่มีอะไรที่ครีเอทีฟใหม่ๆ มาเติม เราจะไปต่อไม่ได้ไกล ร้านใหม่ๆ ที่เข้ามา ผมว่าส่วนใหญ่มาจากลักษณะทางกายภาพ คือการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าทำให้คนรุ่นใหม่เข้ามาในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มคนที่มาใหม่ก็พยายามเข้ามาทำงานร่วมกับชุมชนเรา แต่ก็อาจจะมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะกับคนรุ่นเก่า เพราะกลัวว่าภาพลักษณ์ของบางโพจะเปลี่ยนไป แต่กลุ่มคนเจน 3 ที่เข้ามาสืบทอดกิจการ และเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาคมประชานฤมิตรส่วนใหญ่จะเห็นด้วย”

สมคิดย้ำว่า อย่างน้อยที่สุดการเกิดของธุรกิจใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความคิดสร้างสรรค์ก็เป็นสิ่งดึงดูดให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสัมผัสกับบางโพในปัจจุบันมากขึ้น
ในมุมมของอาจารย์โจ้ เขาเชื่อว่าบางโพเป็น Strategic Location ที่มีโอกาสในการเติบโต แต่ต้องอาศัยทุกๆ ฝ่ายในการขับเคลื่อน ซึ่งเป็นที่มาของการต่อยอดบางโพให้เป็น Bangpho Creative Commons ขึ้นเป็นปีแรก
“จากที่เราเน้นแค่ซอยประชานฤมิตรเส้นเดียวเป็นย่านสร้างสรรค์ ตอนนี้เราขยาย Community ของบางโพออกไปจนถึงบริเวณสถานีรถไฟฟ้า เพื่อให้เป็น Bangpho District ขึ้นมา เราตั้งเป้าที่จะขยายระบบนิเวศที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ผู้สร้างสรรค์ที่มีวิสัยทัศน์ และผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่น
Bangpho Creative Commons จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางแบบไดนามิกที่ส่งเสริมการทำงานร่วมกัน บ่มเพาะนวัตกรรม และขับเคลื่อนภาคส่วนสร้างสรรค์ไปข้างหน้า ด้วยการแบ่งปันความรู้ ทรัพยากร และความมุ่งมั่นร่วมกัน เราจะสร้างชุมชนที่เจริญรุ่งเรืองต่อไป ซึ่งความคิดสร้างสรรค์สามารถเจริญเติบโตและกำหนดอนาคตของเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยสำหรับการเติบโตทางเศรษฐกิจและสังคม”
สำหรับงาน Bangkok Design Week ในปีนี้ ทาง Bangpho Creative Commons ก็มีการจัดกิจกรรมทั้งสิ้นมากถึง 30 กิจกรรมด้วยกัน
ช่วงท้ายๆ ของการพูดคุยอาจารย์โจ้ยังฝากเชิญชวนทุกคนให้ลองมาสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบางโพในปัจจุบัน

“เราอยากชวนทุกคนมาตามหาสาวบางโพ มาสัมผัสว่าวิถีชาวบางโพปัจจุบันคืออะไร และได้เห็นว่าบางโพจะมีบทบาทอย่างไรต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของกรุงเทพมหานคร สิ่งสําคัญที่สุด ผมคิดว่าบางโพจะเป็นสีสันหนึ่งในแบบฉบับของชาวบางโพที่เราจะค่อยๆ สร้างองค์ประกอบใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นมาในฐานะที่เราเป็นส่วนหนึ่งของ Community ก็มีความยินดี แล้วก็ดีใจมากๆ ที่ทําให้เห็นว่าสาว บางโพในยุค 2025 มีความ Modern ผสม Contemporary”
จากคำเชิญให้มาค้นหาสาวบางโพ ทำให้ทีมงานอดสงสัยไม่ได้ว่า สำหรับคนพื้นที่แล้ว “สาวบางโพ” ในบทเพลงของของตู้ - ดิเรกนั้นมีจริงหรือไม่?
กับเรื่องนี้ ในความเชื่อของสมคิดที่อยู่ในพื้นที่นี้มาหลายสิบปี เขาก็คิดว่าสาวบางโพในเพลงนั้นมีตัวตนจริงๆ แถมยังมีบุคลิกตรงตามเนื้อเพลงด้วย
“อย่าลืมว่าผู้ประกอบการย่านบางโพไม่ได้มีแค่ผู้ชาย แต่มีเถ้าแก่เนี้ยที่เป็นผู้หญิงด้วย ทีนี้ผู้หญิงจะมาคุมคนงานผู้ชายมันต้องดูแข็งแรง อาจจะต้องห้าวๆ เสียงดังๆ ดูเท่ๆ ไม่งั้นคุมคนงานไม่อยู่ ผมมองอย่างนี้”
สำหรับคนที่อยากรู้ว่า สาวบางโพ 2025 จะมีรูปร่างหน้าตาและบุคลิกเป็นอย่างไร ก็คงต้องไปลองเดินสัมผัสให้เห็นกับตาตัวเอง
แน่นอนว่าชาวบางโพยินดีต้อนรับเสมอ...


