MGI หรือบริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศว่าเป็นผู้ถือสิทธิ์จัดการประกวด“Miss Universe Thailand” อย่างเป็นทางการตลอด 5 ปี (2568 – 2572) ด้วยวงเงิน 180 ล้านบาท พร้อมผลักดันประเทศไทยให้เป็นมหาอำนาจในวงการ Beauty Pageant ในระดับสากล
ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ประธานกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ และ แอน-จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์ CEO of Miss Universe Organization (MUO) ได้บรรยายถึงความหมายของ“ยุคใหม่ของ Miss Universe Thailand” ที่ไม่เพียงแต่เป็นเวทีประกวดนางงามแต่ยังเป็นโครงการธุรกิจที่มุ่งเน้นการต่อยอดเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยมีผู้สนับสนุนหลักร่วมลงทุนกว่า 115 ล้านบาท สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพของวงการนางงามไทยในเวทีระดับสากล
ณวัฒน์ กล่าวว่า “เป็นความพยายามกว่า 14 ปีในการต่อสู้เพื่อให้เวทีนางงามไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ โดยมองว่าการแข่งขันใน “Beauty Pageant” ไม่ใช่แค่การแข่งขันความงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการแข่งขันในด้านธุรกิจและการสร้างแบรนด์ระดับประเทศและระดับโลก จุดยืนในการประกวดครั้งนี้จึงเน้นที่การค้นหาผู้หญิงที่ไม่เพียงแต่มีรูปลักษณ์ที่สวยงาม แต่ยังมีความสามารถในการยืนหยัดและสร้างความมั่งคั่งให้กับองค์กรได้”
นอกจากนี้ ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่าง MGI กับ Miss Universe Organization ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับวงการนางงามไทย โดยมองว่าการรวมตัวกันในครั้งนี้จะเป็น“แรงบันดาลใจ” ที่สามารถเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของนางงามไทยในเวทีโลกได้อย่างแท้จริง
ตารางการแข่งขันได้รับการวางแผนไว้อย่างชัดเจน เริ่มจากรอบประกวดระดับจังหวัดทั้ง 77 จังหวัดในช่วงเดือนมีนาคม -มิถุนายน 2568 ตามด้วยรอบเก็บตัวในวันที่ 4 สิงหาคม และปิดท้ายด้วยงานตัดสินรอบสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568
“งานประกวด “Miss Universe Thailand” ครั้งนี้จึงถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญสำหรับวงการนางงามในประเทศไทยซึ่งไม่เพียงแค่ส่งผลกระทบในวงการบันเทิง แต่ยังมีผลต่อการท่องเที่ยวการค้าขายและการบริโภคในระดับประเทศอีกด้วย”
แนวทางของ MGI ในการบริหารงานประกวดนางงามในครั้งนี้ถือเป็นการนำเอาการบริหารจัดการธุรกิจเข้ามาผสมผสานกับการสร้างสรรค์ภาพลักษณ์ของวงการนางงามในระดับนานาชาติ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้เป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมในวงการความงามและธุรกิจที่มีความยั่งยืนในอนาคต
ธุรกิจนางงามในยุคปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนจากการเป็นเวทีประกวดความงามเพียงอย่างเดียวให้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจและส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีนานาชาติ ด้วยการลงทุนและการบริหารจัดการที่เป็นมืออาชีพ ธุรกิจนางงามจึงกลายเป็นทั้งแบรนด์และแพลตฟอร์มที่สร้างมูลค่าทางธุรกิจในหลายมิติ
ท้ายที่สุด งานประกวดในครั้งนี้นอกจากจะเป็นเวทีค้นหาความงามและความสามารถของผู้หญิงไทยแล้วยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการร่วมมือกันของภาคธุรกิจและองค์กรระดับนานาชาติที่พร้อมจะผลักดันเศรษฐกิจและสร้างแบรนด์ให้กับประเทศไทยในเวทีโลกอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง