BrandAge

  • News & Next
    • ALL NEWS
    • Automotive
    • Property
    • Financial
    • Consumer Product & Retail
    • IT & Telecom
    • Energy
    • Fashion
    • Food & Beverage
    • Media
    • General
  • Unboxing Ideas
    • ALL NEWS
    • Brand
    • Design
    • Review
    • Technology
  • Think
    • ALL NEWS
    • Interview
    • Weekly Quote
  • Marketing School
    • ALL NEWS
    • อุบัติเหตุแบรนด์เนม
    • Vocabulary
    • Brand Battle
    • Change the pace
    • NYC S.E.A.L
    • DataAge
  • Analysis
  • Research
  • Startup & SMEs
    • ALL NEWS
    • SMEs
    • Startup
    • Fintech
  • Sustainable Brand
  • Magazine
    • Thailand's Social Power Brand
      • 2025
      • 2024
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Brand
      • 2026
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
      • 2017
    • Thailand's Most Admired Company
      • 2025 - 2026
      • 2024 - 2025
      • 2023 - 2024
      • 2022 - 2023
      • 2021
      • 2020
      • 2019
      • 2018
    • Anniversary
      • 2025
      • 2024
      • 2023
      • 2022
      • 2021
      • 2020
    • Special Issue
      • นิลมังกร แบรนด์นวัตกรรมไทย
      • นิลมังกร The Reality Season 2
      • นิลมังกร The Reality Season 3
      • The Founder III
  • Publicity
  • Contact US
2,734
VIEWS

ทำไม “Collaboration Marketing” ยังคงเป็นกลยุทธ์ยอดนิยม ที่แบรนด์เล็ก - ใหญ่ ให้ความสำคัญ

ก.พ. 28, 2568 R.Somboon
กลยุทธ์ Collaboration Marketing แม้จะเป็นกลยุทธ์การตลาดที่ถูกพูดถึงมาระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่กลยุทธ์นี้ก็มีแนวโน้มที่ถูกนำไปใช้กันอย่างแพร่หลายในยุคปัจจุบัน
 
แต่สิ่งที่น่าจับตามองก็คือการทำ Collaboration ในปัจจุบันนั้น ไม่ใช่แค่การสร้างกระแสสั้นๆ อีกต่อไป แต่ต้องนำไปสู่การเสริมข้อได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืนโดยต้องมีการวิเคราะห์จุดอ่อน - จุดแข็งของกันและกันเป็นอย่างดีว่าจะทำการ Collab โดยมีวัตถุประสงค์อย่างไร
 
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขยายช่องทางขายเพิ่มขึ้น การขยายฐานของแบรนด์ไปสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ หรือแม้กระทั่ง การเข้าถึงข้อมูลใหม่ๆ  ที่เป็นการมองไปถึงการเพิ่มยอดขายอย่างเป็นรูปธรรม มากกว่าแค่การสร้างสีสันชั่วครั้งชั่วคราว
 
ขณะเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกันระหว่างแบรนด์ในอุตสาหกรรมเดียวกัน หรือแบรนด์ที่อยู่คนละอุตสาหกรรม การทำ Collaboration Marketing จะต้องเป็นการส่งมอบหรือสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี


อย่างล่าสุด การจับมือกันของ 7 – Eleven กับน้องหมีเนย ที่ใช้ลูกเล่นในการสื่อสารว่า เป็นการเปิดตัวเด็กฝึกงานคนใหม่ “น้องเนย Butterbear” ที่ทำออกมาภายใต้แคมเปญ “เพื่อนที่ฮีลใจใกล้ๆ คุณ” มีเป้าหมายเพื่อส่งต่อพลังบวก ความสุข ความน่ารัก ความสดใส ให้สามารถเข้าถึงและมีส่วนร่วมพร้อมกันทั่วประเทศ
 
การทำแคมเปญที่ว่านี้สร้างแรงกระตุ้นได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากจะเสริมให้ภาพแนวทางในการดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้า นำเสนอบริการที่ตอบโจทย์กับความต้องการของลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารความสัมพันธ์ สร้างความพึงพอใจ และความผูกพันของลูกค้า ที่น้องเนยจะเข้ามาช่วยส่งต่อในเรื่องนี้ได้ค่อนข้างลงตัว
 
ขณะที่ “น้องเนย” เองก็ได้ในแง่มุมของการช่วยสร้างกระแส ที่ทำให้สามารถเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์การดำเนินชีวิต ประจำวันของคนไทย ผ่านสาขาต่างๆ ของ 7 –Eleven ที่กระจายอยู่มากกว่า 1.4 หมื่นสาขา ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลต่อเรื่องของการ Branding ตัวน้องเนยเองอีกด้วย
 
หรืออย่างการ Collaboration กันระหว่างเลย์กับบาร์บีคิวพลาซ่าที่ทำไปเมื่อปีที่ผ่านมา ก็เป็นอีกตัวอย่างที่ดีของการทำ โดยในครั้งนั้น รัฐ ตระกูลไทย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด เคยพูดถึงเรื่องนี้ว่าการทำ Collaboration Marketing ครั้งนั้น โจทย์แรกของเราคือทำอย่างไรให้ไม่เหมือนที่ผ่านมา และทำยังไงให้แบรนด์เข้าใกล้ผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น เพราะผลประโยชน์จากการทำร่วมกันครั้งนี้เป็นของผู้บริโภค
 
แน่นอนว่า การที่มีเลย์เป็นพาร์ทเนอร์แน่นอนว่าทำให้แบรนด์เข้าถึงลูกค้าได้ง่ายขึ้นด้วยช่องทางจัดจำหน่ายที่แข็งแรงของทางเลย์ และยังเพิ่มประสบการณ์ใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้าบาร์บีคิวพลาซ่าได้ลองชิมน้ำจิ้มของบาร์บีคิวพลาซ่าในรูปแบบมันฝรั่งที่ต่างออกไปจากที่เคย
 
“ที่สำคัญยังช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ชีวิตประจำวันผ่านทางพันธมิตรอย่างเลย์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดปาร์ตี้หรือชมซีรีส์ที่บ้านก็เหมือนได้ทานบาร์บีคิวพลาซ่าไปด้วย นอกจากนี้เรายังสร้างแลนด์มาร์กใหม่ให้กับทางเลย์ ด้วยการเปลี่ยนประสบการณ์การกินในร้านบาร์บีคิวพลาซ่าสาขาสยามสแควร์วัน ให้กลายเป็นร้าน Store Model for Collaboration เพื่อทำให้คอนเซ็ปต์ของการ Co-Branding แข็งแรงมากยิ่งขึ้น”


จากกรณีของเลย์กับบาร์บีคิวพลาซ่านั้น สิ่งที่น่าจับตามองนับต่อจากนี้ไปก็คือ เราจะเห็นการจับมือกันของแบรนด์ไทยกับโกลบอลแบรนด์มากขึ้น เพราะเป็นการส่งเสริมในแง่ของกลุ่มลูกค้าเฉพาะกลุ่มที่สอดคล้องกับเทรนด์ Hyper Localization อีกทั้งยังช่วยแบรนด์ท้องถิ่นได้รับความน่าเชื่อถือในฐานะของการเป็นแบรนด์ที่ดีมากขึ้นอีกด้วย
 
ตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นก็คือการ Collab กันระหว่างบริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มภายใต้แบรนด์สินค้าของซันโทรี่และเป๊ปซี่โคในประเทศไทย จับมือธุรกิจห้าดาว (Five Star) ธุรกิจแฟรนไชส์อาหาร บริษัท ซีพีเอฟ เรสเทอรองท์ แอนด์ ฟู้ดเชน จำกัด ในกลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดตัวไก่ห้าดาวซอสเป๊ปซี่ ภายใต้แคมเปญ “คู่ซ่าไฟว์สตาร์เป๊ปซี่”
 
การจับมือในครั้งนี้จะมีการนำเสนอ 2 เมนูสุดพิเศษ “ไก่ทอดซอสเป๊ปซี่” และ “วิงซ์กรอบซอสเป๊ปซี่” ครั้งแรกของการสร้างสรรค์รสชาติความอร่อยที่แปลกใหม่ ไม่ซ้ำใคร พร้อมให้สายชิมไปลิ้มลองกันได้ที่ร้านห้าดาวทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 11 มกราคม – 31 มีนาคม 2568 นี้เท่านั้น
 
แคมเปญ “คู่ซ่าไฟว์สตาร์เป๊ปซี่” นี้มุ่งเปิดประสบการณ์ความอร่อยคุ้มแนวใหม่ เอาใจคนชอบลอง ที่มีการผสานซอสเป๊ปซี่เข้ากับความกรอบอร่อยของเมนูไก่ทอดห้าดาว กับสองเมนูใหม่ เริ่มจาก “ไก่ทอดซอสเป๊ปซี่” ให้อร่อยเต็มคำกับไก่ทอดส่วนน่องสะโพกชิ้นโตเคลือบซอสเป๊ปซี่ และ “วิงซ์กรอบซอสเป๊ปซี่” ลิ้มรสความกรอบนอกนุ่มในของปีกไก่บนชุบแป้งทอดเคลือบซอสเป๊ปซี่ โดยไก่ทอดห้าดาวทั้ง 2 เมนูถูกเคลือบมาด้วยซอสเป๊ปซี่รสกลมกล่อมซ่าถึงใจ นับเป็นการรังสรรค์ความอร่อยรสชาติใหม่ได้อย่างลงตัว
 
แน่นอนว่า นอกจากการเอาแบรนด์ไปสอดแทรกในเมนูใหม่ที่สร้างสรรค์ขึ้นแล้ว ยังมีเรื่องของการทำโปรโมชันเพื่อกระตุ้นการขาย ด้วยการการจับคู่คอมโบเซต “ไก่ทอดซอสเป๊ปซี่” หรือ “วิงซ์กรอบซอสเป๊ปซี่” กับเครื่องดื่มเป๊ปซี่ขนาด 340 มล. ในราคาสุดพิเศษเพียงชุดละ 69 บาท จากราคาปกติ 84 บาท


โดยปกติแล้ว การจับมือระหว่างแบรนด์กับแบรนด์นั้น มีออกมาในหลากหลายรูปแบบ ไล่ตั้งแต่
 
1.การ Co – Branding คือการจับมือของ 2 แบรนด์ เพื่อร่วมกันทำตลาด ซึ่งการ Co-Brand อาจไม่ใช่เรื่องใหม่ในวงการตลาด เพราะมี Co-Brand ให้เห็นมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบัน ยังคงเห็นการทำตลาดในรูปแบบนี้ออกมาอย่างต่อเนื่องเหตุผลสำคัญของการพัฒนากลยุทธ์ทางการตลาด Co-Brand เกิดขึ้นจากหลากหลายความต้องการ คือ
 
ประการแรก เพื่อนำสินค้าและบริการของบริษัทหนึ่งให้แก่ฐานลูกค้าหลักของอีกบริษัทหนึ่ง     
 
ประการที่ 2 เพื่อให้สินค้าและบริการได้ประโยชน์จากความมีชื่อเสียง ความเชื่อถือที่มีในแบรนด์อีกแบรนด์หนึ่ง    
 
ประการที่ 3 เพื่อการประหยัดต้นทุนของการจัดแคมเปญส่งเสริมการตลาดที่ลดลงจากการ Co-Brand เทียบกับที่แต่ละแบรนด์ดำเนินการกันเอง
 
2.Co – Marketing เป็นกลยุทธ์ประสานความร่วมมือกันเพื่อสร้างพลังให้เกิดขึ้น ซึ่งจะเป็นภาพที่มีออกมาให้เห็นมากขึ้นในยุคแห่งการร่วมมือทางการตลาดเหมือนอย่างปัจจุบันนี้
 
3.Co – Technology จะเป็นอีกแนวทางที่มีออกมาให้เห็นมากขึ้น โดย Co – Technology ถือเป็นการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างหรือพัฒนานวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ขึ้นมา ซึ่งจะช่วยสะท้อนภาพของความเป็นแบรนด์หรือองค์กรที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมของทั้งคู่ออกมาอย่างโดดเด่น
 
4.Co - Creation ตัวอย่างของเรื่องนี้ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ก็คือครั้งหนึ่ง 2 แบรนด์ใหญ่อย่างแอปเปิ้ลและไนกี้ เคยจับมือร่วมกันทำในเรื่องอุปกรณ์ที่ใช้ไอโฟนเป็นตัวหลักพร้อมกับเอาเซนเซอร์ไปใส่ไว้ที่รองเท้าและมีเซนเซอร์ที่มือถือ ถือเป็นการพัฒนาร่วมกัน เป็นการ Extended ความสามารถของแอปเปิ้ล ในขณะที่ไนกี้ก็ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองก็เอา Resource จาก 2 บริษัทมาร่วมกันทำให้ต้นทุนต่ำลง และทำให้เกิดความสามารถใหม่ๆ ได้ดีขึ้น และทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายสามารถขยายฐานลูกค้าได้
 
ทั้งหมดนั้น ถือเป็นเป้าหมายสำคัญของการทำ Collaboration...


ไทยประกันชีวิต สนับสนุนโครงการ “Give Blood Now - ให้เลือด ให้ได้ ให้เลย” มอบ 1 ล้านบาท จัดทำเสื้อยืดเพื่อผู้บริจาคโลหิตทั่วประเทศ

รู้จัก Breeze แอปหาคู่ที่เน้นความสัมพันธ์แบบ'ชัดเจน ไม่ต้องเดาใจในแชท แมตช์แล้วไปสบตากันเลยที่คาเฟ่

ใช้จริง ระวังอยู่ หรือไม่เอาเลย? เปิด 9 โปรไฟล์ผู้บริโภคไทยยุค AI

โพสต์ให้ปังเริ่มจากไซซ์รูปที่ถูก เซฟเก็บไว้เลย! ไซซ์รูป Social Media Guide 2026

7 เรื่องห้ามละเลย หากอยากให้ กลยุทธ์ Collaboration Marketing ทำออกมาแล้วปัง!!!

อัปเดตตลาดขนมขบเคี้ยว 49,550 ล้าน กับ 5 รูปแบบการบริโภคที่คุ้นเคย

ยุค AI ปัญหาไม่ใช่ Content น้อย แต่สมองอาจจะยังไม่รับ บทเรียนถอดสมองมนุษย์จากเวที ADFEST 2026

ถอดวิธีคิด ONN ANU ปั้นรีเทลไซส์เล็กอย่างไร เมื่อมี ‘ทำเลทอง’ อนุสาวรีย์ฯ เป็นแต้มต่อ

คุยกับ นัทธมน พิศาลกิจวนิช 5 ความท้าทายของ “สุกี้ตี๋น้อย” บทพิสูจน์ผู้นำในสมรภูมิสุกี้ 3 หมื่นล้าน

เข็ม-วิลาวัณย์ สุรพงษ์ชัย / ADFEST 2026 “ในโลกที่ AI ทำทุกอย่างเร็วขึ้น มนุษย์กลับจดจำความรู้สึก มากกว่า Efficiency”

Read More Stories  

Research

ทำไม Gen Y ที่เคยถูกมองว่า ‘ใช้เงินเก่งสุด’ กลายเป็นคนที่ ‘วางแผนการเงินจริงจังที่สุด’? โดย 41.7% เลือกออมและลงทุนเพื่อครอบครัว

เปิดรายชื่อ 685 ร้านที่ได้รับรางวัล LINE MAN Wongnai Users' Choice Best of 2026

เทรนด์สุขภาพมาแรง! เมนูสลัดขึ้นแท่นเมนูยอดนิยมไตรมาสแรกกวาดยอดขายกว่า 1 ล้านจาน

หากช่องแคบฮอร์มุซปิด 3 เดือน จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง?

Read More Stories  

Digest

OR ขานรับนโยบายรัฐฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 อีกทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืน รองรับภาคขนส่ง อุตสาหกรรมและเกษตรกรรม

หยุดยาวแบบสบายใจ! ประกันติดโล่ แจกฟรีประกันบ้าน-อุบัติเหตุ รวม 30,000 สิทธิ์ คุ้มครองทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ปี 69

“เถ้าแก่น้อย” จัดงาน Taokaenoi X ChenZheYuan A Global Journey of Flavor ตอกย้ำสู่การเป็น Global Brand ด้วย New Asian Wave

Unboxing Ideas

สูตรลับคุมะมง เมื่อการ “ปล่อยให้ใช้ฟรี” กลายเป็นเครื่องจักรสร้างมูลค่าระดับล้านล้าน

Faminchu Theatre โรงหนังไซซ์มินิในสนามบินโอกินาว่า เปลี่ยนเวลารอเครื่องให้กลายเป็นเรื่องเล่า ผ่านหนังสั้นโปรโมทเมือง

สัมผัส "Luminara" ซูเปอร์ยอทช์ จาก The Ritz-Carlton Yacht Collection ชมห้องพักคืนละ 235,000 บาท/คน

ทำไมแม่ตุ๊กตาของพันช์คุง ชื่อ DJUNGELSKOG ไม่ใช่อุรังอุตัง ส่องไอเดียการตั้งชื่อของ IKEA เมื่อ ‘สถานที่’ กลายเป็นชื่อของไลน์สินค้า

Read More Stories  

Video

BrandAge Online 2024

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ประเทศไทย ขับเคลื่อนการเติบโตผ่านคน ด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่เข้มแข็ง.

เคล็ดลับหน้ากล้องและหลังเวที 'ป๋าเต็ด' ยุทธนา บุญอ้อม

ถอดรหัสแนวคิด ภาวิต จิตรกร : จัดคอนเสิร์ตอย่างไรให้ปัง และไม่แย่งตลาดกันเอง

What’s Next? เมื่อ Pandemic เปลี่ยนเป็น Endemic

Read More Stories  

บริษัท แบรนด์เอจ มาร์เก็ตติ้ง รีซอร์สเซส จำกัด.
All rights reserved.

Contact