สถานการณ์พิสูจน์ความแข็งแกร่งอย่างแท้จริง หลังปีที่แล้วอสังหาเผชิญกับความท้าทายอย่างมาก แต่ “เอพี ไทยแลนด์” ยังคงเป็นผู้นำตลาด สร้างปรากฏการณ์ความเป็นที่สุดทุกมิติในวงการอสังหา โดยรักษาการเติบโตด้วยผลประกอบการ 2567 ที่ประสบความสำเร็จ จากยอดขายสุทธิที่สูงถึง 46,752 ล้านบาท รายได้รวมกว่า 47,125 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท เสถียรภาพทางการเงินสุดแข็งแกร่ง สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ต่ำเพียง 0.7 เท่า สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุน และการรักษาเสถียรภาพทางการเงิน ซึ่งเป็นหัวใจที่เอพีให้ความสำคัญมาโดยตลอด
ปีนี้ เอพียังสร้างปรากฏการณ์ให้กับวงการอสังหาหลังคว้า 4 รางวัลใหญ่จาก 2025 Thailand’s Most Admired Brand ได้แก่ แบรนด์บริษัทอสังหาที่ผู้บริโภคไว้วางใจมากที่สุด แบรนด์ทาวน์โฮมที่ผู้บริโภคไว้วางใจมากที่สุด รางวัลพิเศษ Market Leader แบรนด์บริษัทอสังหา และรางวัลพิเศษ Innovation ในกลุ่มบ้านทาวน์โฮม

คุณวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี ไทยแลนด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าการยึดมั่นใน Customer Centric ช่วยให้เอพีครองใจลูกค้า แน่นอนว่าผู้บริโภคเปลี่ยนไปตามยุคสมัย แต่เอพีมีวิธีการทำงานที่นำหน้าความต้องการของลูกค้าอยู่เสมอ
“Customer Centric ทำให้เราพบว่า ปัจจุบันเกิด Movement ที่น่าสนใจจากการเติบโตขึ้นของ Generation Me จากเดิมทีก่อนนี้เป็น Generation Me Too ซึ่งกลุ่ม Generation Me จะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง เราจึงปรับการทำงานเพื่อรองรับกับพฤติกรรมและความต้องการที่เปลี่ยนไป”
จากการสำรวจและวิเคราะห์ของเอพีได้กำหนดนิยามและความต้องการการอยู่อาศัยของ Generation Me ประกอบไปด้วย Personalized Living Experience ออกแบบบ้านให้เป็น Tailor- made มีฟังก์ชันปรับเปลี่ยนตามความต้องการของคน Beyond Standard Amenities อยากมีความเป็นส่วนตัวแต่ให้ทุกคนในบ้านอยู่ร่วมกัน Authenticity in Home Buying การมีบ้าน 1 หลังสร้างความภูมิใจ อิ่มเอม สะท้อนตัวตน และ Passion Tech-enabled Personalization ตอบโจทย์ความสะดวกสบาย

“คนยุคใหม่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น นิยามของบ้านจึงเปลี่ยนไป ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัยหลับนอน แต่คือที่ที่ปลอดภัยฮีลใจจากโลกอันวุ่นวาย ให้เขาได้กลับมาเป็นตัวเอง และมีความสุขกับตัวตนที่มี สิ่งที่ท้าทายสำหรับเราคือการปรับตัว เพราะไม่ใช่แค่ดีไซน์ฟังก์ชัน แต่ต้องออกแบบให้เข้ากับวิถีชีวิตใหม่ๆ แล้วลักซ์ชัวรี่ ไม่ใช่แค่ความแพงสำหรับวันนี้ แต่ Luxury of Life สำหรับคนยุคนี้ หมายถึงสิ่งที่ทำให้เขามีโอกาสทำอะไรได้มากขึ้น ที่สำคัญเจนนี้ชอบทำอะไรที่ดีที่สุด ไปให้สุด เราเลยต้องสร้างที่สุด ให้ชีวิตดีที่สุด”

นี่คือที่มาที่เอพีกำลังจะก้าวเดินไปในปีนี้ผ่านแคมเปญ “สร้างที่สุด ให้ชีวิตดีที่สุด” เพื่อตอกย้ำตำแหน่ง Market Leader ในอุตสาหกรรม ตลอดจนสร้างที่สุดให้เกิดขึ้นในทุกๆ Touchpoint ของการอยู่อาศัยในอสังหาริมทรัพย์เครือเอพี โดยมี 3 DNA สำคัญในการส่งมอบความเป็นที่สุดที่ลูกค้าจะสัมผัสได้จากโครงการใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในปีนี้ ได้แก่
- Diversity & Desires สร้างที่สุด...ให้ทุกพื้นที่สะท้อนตัวตน บนความเข้าใจในความแตกต่างและความชอบส่วนตัว เพื่อให้สิ่งที่เป็นที่สุดในชีวิตอยู่กับคุณตลอดไป ครอบคลุมทุกมิติของการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ตั้งแต่การให้ความสำคัญในการพัฒนาแบบบ้านโมเดลใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกพื้นที่รองรับกับไลฟ์สไตล์ที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น รวมถึงการเลือกทำเลศักยภาพ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเอพี เพื่อให้บ้านที่คุณเลือก เป็นที่สุดในชีวิตที่อยู่กับคุณตลอดไป
- Craft Space & Design สร้างที่สุด...ในทุกรายละเอียดของการออกแบบ ด้วยการออกแบบที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด เพื่อการอยู่อาศัยที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยแนวคิด Empathy Design ที่นอกเหนือ จากการสร้างพื้นที่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แล้ว แต่ยังเติมเต็มสุนทรียศาสตร์ในการอยู่อาศัย สร้างเสน่ห์ให้ทุกประสบการณ์พิเศษและแตกต่างด้วยดีไซน์ที่งดงามเหนือกาลเวลา
- Elevation & Intuitive Living สร้างที่สุด...ให้ทุกสิ่งรอบตัวเป็นเรื่องง่าย เพื่อชีวิตดีๆ ที่ไม่ต้องคิด ด้วย Service ที่ทำให้ทุกเรื่องง่าย ตอบโจทย์ชีวิตอย่างลงตัว ด้วยความตั้งใจในการออกแบบประสบการณ์ที่ทำให้การอยู่อาศัยเป็นเรื่องง่าย สบาย และสมบูรณ์แบบ โดยไม่ต้องคิดหรือจัดการให้ยุ่งยาก เพราะทุกอย่างถูกคิดและเตรียมไว้ให้แล้ว ด้วยบริการต่างๆ ในเครือเอพี ไทยแลนด์ ที่ครอบคลุมทุกเรื่องการอยู่อาศัย
พร้อมกันนี้พร้อมเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จในปี 2568 เพื่อครองความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ด้วยกลยุทธ์ “สร้างที่สุด...ให้ชีวิตดีที่สุด” กับที่สุดของเป้ายอดขาย 55,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ที่ 52,900 ล้านบาท กับการเปิดตัวบ้านเดี่ยว-บ้านแฝด-ทาวน์โฮม-คอนโดมิเนียม มากสุดในอุตสาหกรรม 42 โครงการ มูลค่า 65,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 15 โครงการ มูลค่า 26,500 ล้านบาท ทาวน์โฮมและบ้านแฝด จำนวน 18 โครงการ มูลค่า 15,000 ล้านบาท คอนโดมิเนียม 6 โครงการ มูลค่า 20,200 ล้านบาท และโครงการในต่างจังหวัด 3 โครงการ มูลค่า 3,300 ล้านบาท

จากโครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝดจะเห็นได้ว่ามีจำนวนมากที่สุด ซึ่งเป็นกลุ่มที่เอพีเป็นเบอร์ 1 ทั้งในแง่ของมาร์เก็ตแชร์และยืนหนึ่งในใจผู้บริโภค การันตีด้วยรางวัล 2025 Thailand’s Most Admired Band ทั้งนี้ปีที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตด้านยอดขายที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% มาจากกลยุทธ์ Zoning Expansion Strategy ถือเป็น Key สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ โดยให้ความสำคัญในการพัฒนาโครงการที่ครอบคลุมทั้งในแง่ของจำนวนรูปแบบโครงการ และแพ็กเกจราคาที่หลากหลาย ที่สอดรับกับความต้องการของลูกค้าในแต่ละพื้นที่ ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจมีจำนวนโครงการที่กระจายครอบคลุมพื้นที่มากถึง 11 โซน กับจำนวนโครงการพร้อมอยู่มากที่สุดกว่า 70 โครงการ ซึ่งมั่นใจว่าสินค้าทาวน์โฮมและบ้านแฝดเอพีมีสินค้าที่พร้อมขาย พร้อมโอนมากที่สุดในอุตสาหกรรมครอบคลุมครบทั้ง 6 Sub-Brand ตั้งแต่ระดับราคา 1.49 - 25 ล้านบาท


กลุ่มทาวน์โฮมและบ้านแฝดเอพียังได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำแห่งนวัตกรรม สะท้อนจากรางวัลพิเศษ Innovation ในกลุ่มบ้านทาวน์โฮม เนื่องจากเป็นที่สุดของแบบบ้านที่มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ตอบทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าในทุกเซกเมนต์ ซึ่งปัจจุบันมีแบบบ้านกว่า 100 โมเดล และในปีนี้มีการพัฒนาแบบบ้านใหม่ เพิ่มขึ้นอีก 13 โมเดล ด้วยทาวน์โฮมและบ้านแฝดในคอนเซ็ปต์ใหม่ เช่น CoLive Model ทาวน์โฮมแรกที่ลูกค้าสามารถปล่อยเช่าแยกชั้นได้ ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่ม Solo Living ที่ชอบใช้ชีวิตคนเดียว Mirth Model ทาวน์โฮม 2 ชั้นที่มาพร้อมกับ Duplex Space พื้นที่พิเศษที่เพิ่มมากขึ้น Xavier Model ส่วนทาวน์โฮม 3 ชั้นจะมากับคอนเซ็ปต์บ้านเล่นระดับ หรือ Asher Model บ้านแฝดหน้ากว้างสุด 16.4 เมตร เป็นต้น
นอกจากนวัตกรรมด้านการออกแบบบ้านให้ทุกคนมีชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ เอพียังสร้างมาตรฐานใหม่ของพื้นที่ส่วนกลางที่ดีที่สุดในทาวน์โฮมและบ้านแฝด เพื่อให้พื้นที่ส่วนกลางไม่ได้เป็นเพียงจุดพักผ่อน ผ่านการออกแบบส่วนกลางที่ผสานแนวคิดความยั่งยืน โดยไม่ลดทอนความสะดวกสบายในชีวิตประจำวัน พร้อมยังทำให้สภาพแวดล้อมภายในโครงการร่มรื่นสวยงามน่าอยู่ ด้วยการให้ความสำคัญกับการใช้นวัตกรรมมาช่วยในการประหยัดพลังงาน เช่น 24 Fitness ฟิตเนสที่พร้อมเปิด 24 ชั่วโมง เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ที่ต่างกันในแต่ละช่วงเวลา และมีการออกแบบระบบเปิด-ปิดไฟแยกตามโซนการใช้งานเพื่อประหยัดพลังงาน
ล่าสุดได้ออกแบบ Eco Waste Station สถานีจัดการขยะอย่างเป็นระบบเพื่อความสะอาดและความยั่งยืน โดยในทาวน์โฮมและบ้านแฝดทุกโครงการจะมีการออกแบบตัวอาคารที่เป็นจุดจัดการขยะไว้อย่างเป็นสัดส่วนตามมาตรฐานการแยกขยะที่ทางภาครัฐกำหนดขึ้น พร้อมรณรงค์ผ่านแคมเปญ แยก.เท.ได้ เพื่อเชิญชวนลูกบ้านร่วมกันแยกขยะก่อนทิ้ง โดยในปีนี้มีการตั้งเป้า Recycle ขยะให้ได้ที่ 100 ตัน จากทุกโครงการทาวน์โฮมและบ้านแฝด เทียบเท่าการปลูกต้นไม้กว่า 20,000 ต้น หรือการใช้ระบบ Solar Roof เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการพื้นที่ส่วนกลาง โดยจะติดตั้งเพิ่มเติมในส่วนของ Main Gate นอกเหนือจากติดตั้งไปแล้วในส่วนของพื้นที่ Club House
“ด้วยเทรนด์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้เอพีไม่เคยหยุดนิ่งที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัย ตลอดจนเซอร์วิสต่างๆ ให้สอดรับกับวิถีชีวิตและความต้องการที่เปลี่ยนไป” คุณวิทการ กล่าวทิ้งท้าย